มาม่าประกาศตรึงราคาทั้งปี’56 อ้างช่วยค่าครองชีพชาวบ้าน

วันอังคาร ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556, 06.00 น.

 

ไทยเพรซเดนท์ฟู้ดส์ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป“มาม่า” ประกาศตรึงทั้งปี’56 เพื่อดูแลผู้บริโภคในช่วงค่าครองชีพสูง เผยปี’55 อุตสาหกรรมบะหมี่โตแค่ 3% ต่ำสุดในรอบ 5 ปี

นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเพรซเดนท์ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดปีที่ผ่านมาการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา “มาม่า” ได้รับผลกระทบทั้งต้นทุนแป้งสาลีที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภัยธรรมชาติทำให้สินค้าเกษตรไม่สามารถออกสู่ตลาดจำนวนมากโดยเฉพาะรัสเซียเป็นผู้ผลิตข้าวสาลีหลักออกสู่ตลาดโลกมีปริมาณส่งออกลดลง ขณะที่น้ำมันปาล์มปี 2555 ผันผวนสูง จนผลักดันราคาสูงขึ้นจนถึงไตรมาส 3 ปี 2555 รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดจากการปรับค่าจ้าง 300 บาทในปีนี้

อย่างไรก็ตามเพื่อรักษาการเป็นผู้นำอันดับ 1 ของตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศด้วยส่วนแบ่งการตลาด 52% มาม่าจึงขอตรึงราคาบะหมี่ราคาเดิมตลอดปี 2556 เพื่อดูแลผู้บริโภคในช่วงค่าครองชีพสูง สำหรับผลดำเนินงานปี 2555 มีกำไรสุทธิ 1,253 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมบะหมี่กึ่งสำร็จรูปในประเทศปี 2555 มีมูลค่า 13,000 ล้านบาทเติบโต 3% ต่ำสุดในรอบ 5 ปี เพราะมีผลต่อเนื่องจากปัญหาอุทกภัยปลายปี 2554 และตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองค่อนข้างอิ่มตัว

ขณะที่บะหมี่รูปถ้วยเติบโตสูงขึ้น 20% ประเภทซองติดลบ 3% โดยประเภทถ้วยมาม่าครองส่วนแบ่งตลาด 65% ส่วนประเภทซองยังคงรักษาผู้นำอันดับ 1 เช่นเดิม

และเพื่อรองรับความผันผวนของวัตถุดิบจึงได้ตั้งบริษัท เพรสซิเดนท์ฟลาวมิลล์ทุน 600 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจแป้งสาลีด้วยกำลังการผลิต 60,000 ตันต่อปีตั้งอยู่ที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง คาดว่าก่อสร้างเสร็จปลายปี 2556 และลงทุนเครื่องจักรใหม่สำหรับผลิตมาม่าคัพ 1 เครื่องมูลค่า 153 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิต 3 โรงงาน รวม 5.4 ล้านซองต่อวันและ 1 ล้านคัพต่อวัน สัดส่วนการผลิตประเภทซองคิดเป็น 84% คัพ 16% โดยปี 2556 ตั้งเป้ายอดขาย 10,456 ล้านบาท คาดว่ายอดขายจะเติบโต 10%

สำหรับการลงทุนในอาเซียนนั้น ได้ตั้งโรงผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในเมียนมาร์มียอดขายปีที่ผ่านมา 481 ล้านบาท ยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่การลงทุนในบังกลาเทศ คาดว่าจะเริ่มผลิตและขายต้นปีนี้กำลังการผลิต 20 ล้านซอง เพื่อขยายการลงทุนให้ครอบคลุมหลายประเทศ ส่วนการลงทุนประเทศอื่น เช่น ลาว เวียดนาม กัมพูชา อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มองว่าตลาดอิ่มตัวทำตลาดยากจึงมีแผนบุกตลาดอินเดียตอนเหนือ แต่ตั้งโรงงานผลิตที่ภูฏานซึ่งมีต้นทุนต่ำเพื่อผลิตและส่งออกไปตลาดอินเดียเงินลงทุน 500 ล้านบาท กำลังการผลิต 300 ซองต่อนาที