537.jpg
เอกชนทำใจส่งออกปี56ขยายตัวแค่5.5% โอดสารพัดปัจจัยลบรุมเร้า

เอกชนทำใจส่งออกปี56ขยายตัวแค่5.5% โอดสารพัดปัจจัยลบรุมเร้า

วันพฤหัสบดี ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556, 06.00 น.
Tag :

 

เอกชนทำใจส่งออกปี56ขยายตัวแค่5.5%

โอดสารพัดปัจจัยลบรุมเร้า

ค้าขายในตลาดโลกลำบาก

สรท.รับสภาพพิษบาทแข็ง ค่าแรงสูง คู่ค้าแย่ คาดส่งออกโตแค่ 5.5% ด้าน"กิตติรัตน์"ห่วงปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปต้องเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด เอาใจช่วยพาณิชย์ดันเป้าส่งออกแตะ 8-9%


นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับประมาณการณ์การส่งออกปี2556จาก 9.0% เป็น 7.2% แสดงว่า ธปท.เห็นสัญญาการส่งออกที่ชะลอตัวลง โดยธปท.ให้ความเห็นว่าสาเหตุหลักมาจากเศรษฐกิจคู่ค้าชะลอตัวลง แต่ผู้ส่งออกเห็นว่ามาจาก 3 ปัจจัย คือ เศรษฐกิจคู่ค้าชะลอ การขึ้นค่าแรงและเงินบาทแข็งค่า ซึ่งทั้ง 3 ปัจจัยทำให้การส่งออกลำบากขึ้นและอัตราแลกเปลี่ยนทำให้การแข่งขันลำบากเพราะในช่วงเดียวกันที่เงินบาทแข็งค่าแต่ค่าเงินเพื่อนบ้านอ่อนค่าลง เช่น เวียดนาม กัมพูชา

โดย สรท.ตั้งเป้าหมายการส่งออกปีนี้ขยายตัว 6.9% ต่ำกว่าเป้าหมายของ ธปท.และกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งภายในเดือนเมษายนนี้ สรท.จะปรับประมาณการณ์การส่งออกใหม่เมื่อได้ข้อมูลการส่งออกไตรมาส 1 ครบถ้วน โดยการส่งออกไตรมาสแรกมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากปัญหาเงินบาทแข็งค่าทำให้เบื้องต้นคาดว่าส่งออกปีนี้เหลือ 5.5% เพราะผู้ส่งออกไทยแข่งขันด้านราคาไม่ได้ ต่อจากนี้มีโอกาสที่รับคำสั่งซื้อหรือไม่รับคำสังซื้อก็มีโอกาสขาดทุน โดยถ้ารับคำสั่งซื้อก็จะขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน แต่ถ้าไม่รับก็ไม่มีรายได้เข้ามาจะมีผลต่อการชำระหนี้และไม่มีงานป้อนโรงงาน

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีที่เศรษฐกิจของจีนชะลอการเติบโตลงจากไตรมาสที่4/2555 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)ขยายตัว 7.9% เหลือ 7.7% ในไตรมาสที่ 1/2556 ว่าไม่ใช่สถานการณ์ที่น่ากังวลเนื่องจากมองว่าส่วนหนึ่งเป็นความตั้งใจของรัฐบาลจีนเองที่ต้องการดูแลภาพรวมของเศรษฐกิจภายในประเทศไม่ให้มีความร้อนแรงเกินไป ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตามการเติบโตของจีดีพีในระดับ 7% ก็ถือว่าเป็นอัตราที่สูงไทยในฐานะที่เป็นประเทศคู่ค้าของจีนก็คงไม่ต้องกังวลว่าเรื่องนี้จะกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศไทย

สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในยุโรปและสหรัฐฯที่มีความเคลื่อนไหวในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตในไซปรัส หรือแนวโน้มที่ธนาคารกลางของสหรัฐฯ อาจจะยกเลิกการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (QE) ก่อนกำหนด เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม แต่มองว่าในระยะสั้นนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยมากนัก

ส่วนการส่งออกที่อาจกังวลว่าจะได้รับผลกระทบตอนนี้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดคาดว่าหากอัตราแลกเปลี่ยนของเรายังอยู่ในระดับที่ดีก็พอจะประคับประคองได้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงพาณิชย์ก็พยายามที่จะทำให้การส่งออกเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้คือเติบโตจากปีก่อนในระดับที่ 8-9%

"สถานการณ์ต่างๆในโลกก็เป็นเรื่องที่น่าติดตามแต่ก็ต้องดูว่าเรื่องไหนส่งผลโดยตรงต่อประเทศไทยเรื่องไหนส่งผลกระทบในระยะสั้นก็ต้องมีมาตรการป้องกันก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ตอนนี้ที่ดูว่ามีผลกระทบก็คือเรื่องของการส่งออกซึ่งเราก็เป็นคู่ค้าของหลายประเทศ"นายกิตติรัตน์ กล่าว

นายกิตติรัตน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากเรื่องปัจจัยภายนอกที่อาจจะมีผลต่อเศรษฐกิจรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการดูแลปัจจัยต่างๆที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจในประเทศ เช่นการลงทุนภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายอุปโภคบริโภคของประชาชน ซึ่งมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทำให้เห็นได้ว่าเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top