เบนซ์ฯชงมาแล้ว!!!รถหรูเวิลด์คลาส The new S-Class:Vision accomplished

วันอังคาร ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556, 06.00 น.

รายงานข่าวจาก บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งว่า ได้เปิดตัวสุดยอดยนตรกรรมหรูระดับโลกในตระกูล S-Class ใหม่ล่าสุดด้วยรุ่น S400 HYBRID AMG Premium รหัสตัวถัง V 222 ด้วยความเลิศหรู อลังการ มาพร้อมกับภาพลักษณ์ใหม่ของการออกแบบบ่งบอกถึงความเป็นผู้นำแห่งยนตรกรรมหรูหราระดับพรีเมียม The new S-Class ยานยนต์ที่ได้รับการรังสรรค์ใหม่ภายใต้แนวคิด Vision accomplished ด้วยความเป็นเลิศแห่งวิศวกรรมยานยนต์สำคัญ 3 ประการ

ได้แก่ ระบบการขับขี่แบบอัจฉริยะ (Intelligent Drive) เทคโนโลยีประหยัดพลังงานใหม่ล่าสุด (Efficient Technology)
และความหรูหราสง่างามในทุกองค์ประกอบ (Essence of Luxury) โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่หมดที่คงความหรูหรา น่าหลงใหล ล่าสุดได้รับรางวัลด้านดีไซน์ระดับโลกจาก Red Dot Award 2013 และAutomotive Brand Contest 2013

นอกจากนั้นยังเต็มไปด้วยสมรรถนะอันทรงพลังโดยมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินไฮบริดแบบ V6 พร้อมระบบช่วยเหลือด้านความปลอดภัย และความสะดวกสบายที่ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นรถยนต์ที่ขับขี่ปลอดภัยอย่างชาญฉลาด ในราคา 11,400,000 บาท เฉพาะที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น

มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ S-Class ที่นำมาเปิดตลาดในไทย ได้แก่ รุ่นS 400 HYBRID AMG Premium ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันพร้อมใส่ใจในทุกรายละเอียดในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องรูปลักษณ์ใหม่ที่น่าหลงใหล สมรรถนะยอดเยี่ยม ความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ความสะดวกสบายที่เหนือกว่าและยังคงความสปอร์ตปราดเปรียว ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ S-Class โฉมใหม่เป็นที่สุดในทุกองค์ประกอบ
สมเป็นยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลกซึ่งสามารถตอบโจทย์ตามปรัชญาของเมอร์เซเดส-เบนซ์ภายใต้สโลแกน “The best or nothing.” และเชื่อว่าจะสามารถตอบโจทย์สำหรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าของกิจการได้เป็นอย่างดี

l ดีไซน์ภายนอก-สะท้อนความทันสมัยและดึงดูดทุกสายตา

The new S-Class โฉมใหม่ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่หมด แต่ยังคงความหรูหราสง่างาม ซึ่งได้ผสมผสานแนวคิดการออกแบบที่ทันสมัย และเฉียบคมงดงามน่าดึงดูดใจ มีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น โดยมิติของตัวรถ The new S-Class มีขนาดใหญ่ขึ้นมากกว่ารุ่นเดิม คือ ความยาวxความกว้างxความสูง ที่ 5,246x1,899x1,496 มม. ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทำให้รุ่นใหม่นี้มีความยาวขึ้น 20 มม. กว้างขึ้น 28 มม. และสูงขึ้น 17 มม. ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้นและเพิ่มความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร

l เทคโนโลยีส่องสว่างแบบ LED ทั้งคัน

เมอร์เซเดส-เบนซ์ S-Class รุ่นใหม่นี้ ใช้เทคโนโลยีระบบส่องสว่างเป็นแบบ LED ตลอดทั้งคันทั้งภายนอก และภายใน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลก โดยรวมรถคันนี้มีหลอดไฟ LED รวมกันเกือบ 500 ดวง โดยไฟหน้าใช้หลอดไฟ LED ข้างละ 56 ดวง ไฟท้าย ใช้หลอดไฟ LED ข้างละ 35 ดวง โดยมีหลอดไฟ LED สำหรับตัดหมอกหลังอีก 4 ดวง ส่วนภายในห้องโดยสารของตัวรถมีใช้มากถึง 300 ดวง โดยสามารถประหยัดพลังงานโดยรวมถึงกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับหลอดไส้แบบธรรมดา นอกจากนั้นยังมีระบบ LED Intelligent Light System สำหรับโคมไฟหน้าซึ่งจะช่วยปรับลำแสงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และสภาพอากาศ อาทิ การขับขี่ในชนบท (countrymode) ฯลฯ

l ระบบการขับเคลื่อน-ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเหนือชั้น

The new S-Class มีอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงน้อยกว่ารุ่นก่อนถึงร้อยละ 20 ซึ่ง เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมโลกสีเขียว (Green Leadership) โดยรุ่นที่เปิดตัวในประเทศไทย คือ

รุ่น S400 HYBRID AMG Premium ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน แบบV6 ขนาด 3,498 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 225 กิโลวัตต์ (306 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ที่ 3,500-5,250 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 20 กิโลวัตต์ (27แรงม้า) แรงบิดสูงสุดที่ 250 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 16 กม./ลิตร และอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยเฉลี่ย 147 กรัม/กม. โดยพละกำลังถูกถ่ายทอดผ่านเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 จังหวะแบบ 7G-TRONIC
PLUS พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ DIRECT SELECT

l โครงสร้างตัวถังให้ความปลอดภัยสูงสุด และน้ำหนักที่เบากว่าเดิม

เมอร์เซเดส-เบนซ์ S-Class ใหม่นี้เลือกใช้โครงสร้างแบบอะลูมิเนียมผสม และใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบากว่าที่เคยใช้ในรุ่นก่อนหน้าถึง 95 กิโลกรัม แต่มีความแข็งแกร่ง และทนทานต่อแรงบิดเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนโครงสร้างของห้องโดยสารนิรภัยนั้นสร้างขึ้นจากเหล็กหล่อที่มีความแกร่งสูงซึ่งรวมไปถึงการใช้คานนิรภัยที่มีระดับความแข็งแรงเหมาะสมทั้งกับน้ำหนักและขนาดของตัวรถ ซึ่งการใช้วัสดุน้ำหนักเบาเป็นโครงสร้าง การปรับปรุงมิติของโครงสร้าง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีการประกอบตัวถังขั้นสูง นับเป็นการพัฒนาไปอีกขั้นของยานยนต์ในกลุ่มซาลูน

l ระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น

ระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® เป็นแนวคิดระบบความปลอดภัยที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เพิ่มระบบ PRE-SAFE® Impulse ซึ่งจะทำงานเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากด้านหน้า โดยผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าจะถูกเข็มขัดนิรภัยดึงให้ออกห่างจากทิศทางที่ถูกเฉี่ยวชนตั้งแต่จังหวะแรกก่อนรถถูกชน และจะลดแรงดึงกลับ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของอาการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้น

l เพิ่มระบบปกป้องสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง : มาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดใน S-Class ใหม่

เมอร์เซเดส-เบนซ์เพิ่มอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารด้านหลังมากขึ้น ด้วยหัวเข็มขัดนิรภัยแบบเรืองแสงที่เบาะหลังแบบปรับระดับเองอัตโนมัติ (Active Seat-Belt Buckle) เข็มขัดนิรภัยแบบถุงลมสำหรับผู้โดยสารด้านหลังริมหน้าต่าง (Beltbag) ระบบตัดการทำงานถุงลมนิรภัยอัตโนมัติและถุงลมนิรภัยด้านข้างซึ่งทำงานร่วมกับระบบ PRE-SAFE® ช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บให้กับผู้โดยสารที่นั่งเบาะหลัง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในระบบ PRE-SAFE® Rear Package หัวเข็มขัดนิรภัยแบบเรืองแสงจะถูกยกขึ้นโดยอัตโนมัติด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเมื่อประตูหลังถูกเปิดเพื่ออำนวยความสะดวกในการคาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการบาดเจ็บบริเวณกระดูกเชิงกรานและบริเวณส่วนหน้าอกของผู้โดยสารได้มากขึ้น เข็มขัดนิรภัยเบาะหลังนี้จะทำหน้าที่ปกป้องโดยรั้งตัวผู้โดยสารโดยอัตโนมัติเพื่อเตรียมพร้อมกับอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น