‘เบนซ์ ลีสซิ่ง’ฟุ้งยอดยังโตสวนกำลังซื้อหด

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556, 06.00 น.

นายศุภวุฒิ จิรมนัสนาคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2556 (มกราคม-กันยายน) สูงกว่า 34% ซึ่งยอดสินเชื่อคงค้างในปี 2555 อยู่ที่ 13,000 ล้านบาท มียอดสินเชื่อใหม่ 7,900 ล้านบาท มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 74% โดยเป้าในปี 2556 ตั้งเป้าการเติบโต 50% ของยอดสินเชื่อคงค้าง 20,000 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดสินเชื่อใหม่จะอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท

สัดส่วนสินเชื่อของพอร์ตรวม แบ่งออกเป็น 75% จะเป็นการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และอีก 25% เป็นรถเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งทางบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง พยายามจะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของตลาดขายรถเบนซ์ทั้งหมดอยู่ที่ 40% จากในปี 2555 อยู่ที่ 32%

“จากภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวลง ทางบริษัทยังไม่เห็นสัญญาณการชะลอการซื้อในกลุ่มลูกค้าของเบนซ์ และจากการสอบถามพูดคุยกับลูกค้า ส่วนใหญ่ลูกค้ามองว่าเป็นการชะลอระยะสั้น ขาดความมั่นใจไปบ้าง และในช่วงปลายปีน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นเศรษฐกิจสภาพปกติที่ไม่ได้รับการกระตุ้นของภาครัฐ และมองว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 3-3.5% ถือว่าเป็นการเติบโตที่เหมาะสม”

สิ่งที่บริษัทกังวลคือการมีผู้มาขอสินเชื่อเช่าซื้อ โดยที่ไม่ใช่ผู้เช่าซื้อตัวจริง อาทิ การขอสินเชื่อโดยสภาพที่อยู่อาศัยไม่เหมาะกับตัวสินค้า ลักษณะไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระมากพอ กับสินค้าที่ให้บริการ เนื่องจากสินค้าของบริษัทเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องมีรายได้ที่มั่นคง รายได้ต่อเดือน 100,000 บาทขึ้นไป และสามารถบริหารจัดการได้ดี ที่ผ่านมาพบกรณีการเข้ามาขอสินเชื่อในลักษณะไม่มีความสามารถในการชำระอยู่บ้าง แต่ในปัจจุบันเริ่มมีค่อนข้างน้อย ทางบริษัทมีการคัดกรองอย่างพิเศษ และค่อนข้างเข้มงวด ยอดการปฏิเสธในปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำกว่า 3% และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ในระดับต่ำที่ 0.4%

ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ my STAR ตอบสนองความต้องการลูกค้าเมอร์เซเดช-เบนซ์ในเมืองไทย เป็นการเช่าทางการเงินแบบมีบอลลูน ชำระเงินก้อนแรกที่ปรับเปลี่ยนได้ รวมถึงอัตราการเช่าซื้อต่อเดือนที่ต่ำกว่าโปรแกรมทางการเงินประเภทอื่นกว่า 30% และเมื่อสิ้นสุดสัญญาลูกค้าสามารถเลือก R3 คือ Retain Return Refinance คือเมื่อลูกค้านำเงินมาชำระบอลลูนก้อนสุดท้าย สามารถตัดสินใจเลือกเก็บรถไว้และโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ (Retain) หรือเลือกขยายเวลาชำระบอลลูนก้อนสุดท้ายได้สูงสุดถึง 4 ปี (Refinance) ได้ทันที หรือต้องการคืนรถยนต์โดยไม่ต้องชำระมูลค่าบอลลูนที่เหลือ