พพ.หนุนผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ จัดสรรเงินช่วย13รายนำร่อง เริ่มขายไฟเข้าระบบปลายปี’57

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557, 06.00 น.

พพ.เร่งทำสัญญาสนับสนุนเงินทุนให้เอกชนผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ภายในกุมภาพันธ์นี้ พร้อมขายไฟเข้าระบบปลายปี’57 เตรียมส่งเสริมเกษตรกรหันมาปลูกหญ้าเนเปียร์เพื่อป้อนให้โรงงานผลิตไฟฟ้า ช่วยสร้างรายได้เพิ่มในอนาคต

นายประมวล จันทร์พงษ์ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ พพ.จะทำการลงนามสัญญาการช่วยเหลือเงินลงทุนสำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์(หญ้า) แก่เอกชนและหน่วยงานอิสระรวม 13 แห่ง โดยเกณฑ์การช่วยเหลือ พพ.จะใช้เงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่ได้รับการจัดสรรประมาณ 700-800 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ลงทุนผลิตไฟฟ้า 13 ราย ผลิตไฟฟ้าแห่งละ1 เมกะวัตต์ รวม 13 เมกะวัตต์ รายละไม่เกิน 20% หรือวงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท เพราะปกติการลงทุนผลิตไฟฟ้า 1 เมกะวัตต์ จะใช้งบประมาณอยู่ที่ 100 ล้านบาท

ทั้งนี้ผู้ลงทุนผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ทั้ง 13 ราย มาจากการคัดเลือกตามเกณฑ์ที่กำหนด อาทิ ความพร้อมด้านเงินทุน เทคโนโลยี การถือครองถือที่ดิน ผ่านการคัดเลือก 11 ราย จากผู้สมัครรวม 50 ราย และมาจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก 2 ราย กระจายอยู่ในภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง รายละประมาณ 1,000 ไร่ คาดว่าผู้ลงทุนจะสามารถผลิตไฟฟ้าและเริ่มขายเข้าระบบผ่านการรับซื้อของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ได้ปลายปี 2557 ในอัตรารับซื้อไฟฟ้าระบบสนับสนุนเงินการผลิตไฟฟ้าตามต้นทุนที่แท้จริง(ฟีด อินทารีฟ) 4.50 บาทต่อหน่วย

“การผลิตไฟฟ้ารวม 13 เมกะวัตต์ ถือเป็นแปลงสาธิต เพื่อให้พพ. กระทรวงพลังงาน นำผลการดำเนินการมาวิเคราะห์ อาทิ สภาพอากาศแบบไหนเหมาะกับหญ้าเนเปียร์พันธุ์ใด ความคุ้มค่าด้านการลงทุนจากการกำหนดฟีดอินทารีฟ 4.50 บาทต่อหน่วย” นายประมวลกล่าว

นายประมวลเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จ และสามารถส่งเสริมให้เกษตรกรและเอกชนทั่วไปสนใจปลูกหญ้าเนเปียร์ได้ภายในปี 2558 เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนให้มีปริมาณเพิ่มขึ้นโดยหญ้าเนเปียร์ถือเป็นพืชพลังงานที่สามารถทดแทนการปลูกพืชชนิดอื่น อาทิ ข้าว ซึ่งปัจจุบันราคาค่อนข้างตกลง

ขณะที่หญ้าเนเปียร์ตามคุณสมบัติสามารถตัดขายได้ปีละ 5 ครั้ง เพราะใช้เวลาปลูกต่อครั้ง 2-3 เดือน ผลผลิต ต่อปีอยู่ที่ 60-100 ตัน ตามสภาพพื้นที่ และอายุการปลูกต่อรอบจะนานถึง 7 ปี เพราะเมื่อตัดขายแล้วสามารถแตกยอดขึ้นได้อีก ทำให้คุ้มค่าต่อการลงทุน คำนวณแล้วรายได้มากกว่าการปลูกข้าวแน่นอน

“หากสามารถผลิตไฟฟ้าเข้าระบบตามแผนที่วางไว้คือปลายปีนี้ ปี 2558 พพ.และกระทรวงพลังงานจะเดินหน้าจัดทำหลักเกณฑ์การส่งเสริมการปลูกหญ้าเนเปียร์ทั่วไป เบื้องต้นจะมีการกำหนดสายพันธุ์ต่อสภาพพื้นที่ต่างๆในประเทศ กำหนดการลงทุนว่าการผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับปริมาณหญ้าที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นเอกชนร่วมกับวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้รายได้กระจายสู่เกษตรกรให้มากที่สุด แต่แนวทางทั้งหมดต้องมาจากผลการดำเนินการของการผลิตไฟฟ้าจาก 13 รายข้างต้นก่อน”นายประมวลกล่าว