Logo วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ผ่าประเด็นร้อน
ปรองดองยั่งยืนต้องก้าวข้ามทักษิณ ยึดนิติรัฐขจัดประชาธิปไตยจอมปลอม

ปรองดองยั่งยืนต้องก้าวข้ามทักษิณ ยึดนิติรัฐขจัดประชาธิปไตยจอมปลอม

วันอาทิตย์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.
Tag :
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แสดงท่าทีตอบรับหลังจากที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐรัฐธรรมนูญ(กรธ.) และเป็นหนึ่งในแกนนำคสช. เสนอแนวคิดให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อตั้งคณะกรรมการกำหนดแนวทางสร้างความปรองดองในชาติถือเป็นการส่งสัญญาณว่าคสช.กำลังจะผลักดันการสร้างความปรองดองอันเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญเพื่อการปฏิรูปประเทศให้สำเร็จภายในปีนี้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม แนวคิดการสร้างความปรองดองหนีไม่พ้นที่จะต้องพูดถึงเรื่องการนิรโทษกรรมให้แก่คู่ขัดแย้งทุกกลุ่มทุกสีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิกฤติทางการเมืองช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ประเด็นสำคัญและเป็นเรื่องอ่อนไหวก็คือการนิรโทษกรรมจะครอบคลุมบุคคลในระดับไหนบ้าง เพราะมีบทเรียนครั้งสำคัญมาแล้วกรณีร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอยโดยรัฐบาลหุ่นเชิดภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่บงการโดย นายทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีโทษจำคุกคดีทุจริตตามคำพิพากษาของศาล โดยมีเป้าหมายแอบแฝงเพื่อลบล้างโทษความผิดให้กับ นายทักษิณ เพื่อจะได้กลับบ้านแบบเท่ๆ โดยไม่ต้องรับโทษอันเป็นการทำลายหลักนิติรัฐเคยเป็นชนวนให้มวลมหาประชาชนหลายล้านคนออกมาแสดงพลังต่อต้านจนกลายเป็นวิกฤติทางการเมืองมาแล้ว


ความจริงแล้วไม่มีใครในชาติที่ไม่อยากเห็นการปรองดอง แต่การปรองดองต้องอยู่บนพื้นฐานของหลักนิติรัฐและความถูกต้องชอบธรรม ซึ่งแบบอย่างการสร้างความปรองดองในชาติซึ่งประสบความสำเร็จเคยมีตัวอย่างให้เห็นในหลายประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแอฟริกาใต้ ขณะที่ก่อนหน้านี้คณะกรรมการอิสระและตรวจสอบค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.)ที่มี ดร.คณิต ณ นคร เป็นประธาน และสถาบันพระปกเกล้าเคยศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองไว้แล้ว โดยเฉพาะคอป.เคยเสนอรายงานผลสรุปการศึกษาที่ใช้เวลาหลายปีให้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่ถูกโยนทิ้งตะกร้าอย่างไม่สนใจ ทั้งๆ ที่เป็นทางออกการสร้างความปรองดองที่เป็นประโยชน์สอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง แต่กลับถูกปัดทิ้งเพียงเพราะไม่สนองตอบความต้องการของนายใหญ่ทักษิณที่มุ่งแต่จะลบล้างโทษความผิดให้ตัวเองเป็นสำคัญ

ตามกรอบการสร้างความปรองดองที่คอป.และ สถาบันพระปกเกล้าศึกษาไว้มีแนวคิดที่สอดคล้องกันคือหากจะสร้างความปรองดองคู่กรณีที่ขัดแย้งจะต้องมานั่งโต๊ะเจรจากันอย่างเปิดอกเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงแห่งความขัดแย้ง โดยทุกฝ่ายต้องยอมรับความผิดของตัวเองเพื่อเป็นบทเรียนไม่ให้เกิดปัญหาอีกในอนาคต และผู้ที่ทำผิดต้องยอมรับโทษจากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการนิรโทษกรรม

อีกทั้งการนิรโทษกรรมควรมุ่งลบล้างโทษความผิดให้เฉพาะมวลชนทุกสีทุกกลุ่มที่ร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างสงบสันติในช่วงที่ผ่านมา โดยต้องไม่ครอบคลุมคดีทุจริต คดีอาญาหรือคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงร้ายแรง รวมทั้งความผิดตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยโทษฐานหมิ่นเบื้องสูง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้เชื่อแน่ว่าทุกคนในชาติคงไม่ปฏิเสธ

ทั้งนี้การปรองดองต้องไม่ใช่เกิดจากการใช้วิธีการข่มขู่กดดันเพื่อให้ยกโทษความผิดแก่คนที่โกงชาติปล้นแผ่นดินหรือบงการก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองจนชาติพินาศย่อยยับ หรือใช้รัฐบาลหุ่นเชิดประชาธิปไตยจอมปลอมออกกฎหมายลบล้างโทษความผิดให้ตัวเองทั้งๆ ที่เป็นการทำลายหลักนิติรัฐ

กรอบการนิรโทษกรรมเพื่อสร้างความปรองดองที่ถูกต้องชอบธรรมและเป็นไปได้จึงต้องอยู่บนหลักการที่ต้องยึดหลักนิติรัฐ ดังที่นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ 2 สมัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เคยกล่าวไว้ว่า “การปรองดองต้องไม่ใช่ทำผิดให้เป็นถูก” มิฉะนั้นแล้วแทนที่จะสร้างความปรองดองกลับจะเป็นชนวนนำไปสู่วิกฤติทางการเมืองรอบใหม่

ดังนั้นการสร้างความปรองดองด้วยการนิรโทษความผิดให้คนทุกสีทุกกลุ่มทางการเมืองให้สำเร็จเสียทีเพื่อประเทศจะได้เดินหน้าไปได้อย่างยั่งยืนจึงถือเป็นปัญหาท้าทายและอ่อนไหวสำหรับคสช.และรัฐบาลซึ่งหากไม่ยึดหลักนิติรัฐและความถูกต้องชอบธรรมแทนที่จะแก้ปัญหากลับจะเป็นชนวนให้เกิดวิกฤติที่ร้ายแรงกว่า อีกทั้งการที่จะสร้างความปรองดองอย่างยั่งยืนยังต้องขจัดธุรกิจการเมืองและเผด็จการเสียงข้างมากในคราบประชาธิปไตยอันชั่วร้ายซึ่งเป็นต้นเหตุรากเหง้าของความแตกแยกในชาติ 
มิฉะนั้นวังวนวิกฤติความรุนแรงทางการเมืองรอบใหม่ก็ยังจะวนเวียนกลับมาและจบลงด้วยการรัฐประหารกลายเป็นวงจรอุบาทว์ซ้ำซากไม่รู้จบ

ทีมข่าวการเมือง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

‘ไดกิ้น-โตโยต้า ทูโช’จับมือตั้งบริษัทร่วมทุนพัฒนาซอฟต์แวร์อัจฉริยะ ดันไทยฐานผลิตแอร์อาเซียน

'Trust the process' ในวันที่'อาร์เตต้า'พาปืนถึงฝันที่รอคอย

ทรัมป์ โชว์อภิมหาโปรเจกต์ในทำเนียบขาว อวดความเจ๋งบังเกอร์ใต้ดินลึก 6 ชั้นที่ไม่มีใครเห็นมาก่อน

สืบภาค 1 บุกทลายเซฟเฮาส์! รวบ 4 ผู้ต้องหา-ยึดยาบ้าล็อตมหึมา 8.9 ล้านเม็ด

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved