วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ซึ่งจะลงมติในวาระที่ 3 วันที่ 27 ก.ย.นี้ มีสิทธิ์จะกลายเป็นวิบากกรรมสำหรับพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้ เมื่อล่าสุดกลุ่ม สว.สรรหานำโดย พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม นายสมชาย แสวงการ และนายคำนูณสิทธิสมาน ได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคร่วมรัฐบาลที่ร่วมเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้
นอกจากขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว ยังให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ นายสมศักดิ์เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา และสส.พรรคร่วมรัฐบาล 310 คน ที่ร่วมลงชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยุติบทบาทจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยว่าร่างแก้ไขขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่
กลุ่มสว.สรรหาให้เหตุผลในการยื่นคำร้องว่า กระบวนการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นนี้ไม่ถูกต้องตั้งแต่การกำหนดวันและเวลาการแปรญัตติ อีกทั้งผู้สงวนคำแปรญัตติ 57 รายถูกตัดสิทธิ์การอภิปราย
ขณะที่พรรคฝ่ายค้านคือประชาธิปัตย์โดย นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาสว.ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เช่นกัน โดยทั้งกลุ่มสว.สรรหาและพรรคประชาธิปัตย์ขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้รัฐสภาลงมติในวาระที่ 3 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาด
นายวิรัตน์ ย้ำว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้มีเจตนาที่จะทำให้วุฒิสภากลับไปเป็นสภาทาสหรือสภาผัวเมียเหมือนในอดีตอันเป็นการทำลายระบบตรวจสอบถ่วงดุลเปิดช่องให้มีการใช้อำนาจโดยมิชอบเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องอันขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68
ทั้งนี้รัฐธรรมนูญมาตรา 68 บัญญัติว่า บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้
ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่งผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิ์เสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว
ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้พรรคการเมืองใดเลิกกระทำการตามวรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งยุบพรรคการเมืองดังกล่าวได้
ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมืองตามวรรคสามให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบในขณะที่กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งดังกล่าว
เพราะฉะนั้นคงต้องรอลุ้นคำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญซึ่งมีสิทธิ์ที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาสว.อาจตายน้ำตื้น หรือหากเลวร้ายกว่านั้น สส.พรรคร่วมรัฐบาลมีสิทธ์ิตายหมู่ยกก๊วน
ทีมข่าวการเมือง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี