วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
โลเกชั่นที่งดงาม พร้อมทั้งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์กลายเป็นฉากหลังทริลเลอร์ลึกลับสำหรับ ภาพยนตร์เรื่อง “Inferno
(อินเฟอโน่) โลกันตนรก สถานที่สำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำในโลเกชั่นต่างๆ ทั้ง “เมือง เวนิส, ฟลอเรนซ์, บูดาเปสต์ และอิสตันบูล” ซึ่งวันนี้เราจะมาให้ความรู้สำหรับสถานที่สำคัญนี้ ซึ่งต่างก็มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานแตกต่างกันออกไป เริ่มต้นกันที่..
เวนิส
สถานที่การถ่ายทำ ที่เริ่มต้นขึ้นที่จัตุรัสเซนต์มาร์คที่น่าตื่นตาตื่นใจเมื่อแลงดอนและเซียนน่าติดตามเงื่อนงำไปยังพระราชวังดอดจ์
จัตุรัสเซนต์มาร์ค หรือ เปียซซา ซาน มาร์โก เป็นหัวใจที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเวนิส มันถูกพูดถึงว่าเป็นห้องวาดภาพแห่งยุโรป ด้วยโบสถ์เซนต์มาร์คที่ตั้งอยู่ปลายด้านหนึ่ง หอระฆังตั้งตระหง่านตรงกลาง และบรรดาร้านกาแฟดังๆ ที่ตกแต่งประดับประดาอย่างงดงามที่ทั้งสามฝั่ง พระราชวังดอดจ์ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำของจัตุรัส เป็นอาคารเวเนเชียนสไตล์กอธิค ตามชื่อพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของดยุคแห่งเวนิส ผู้ครองอดีตสาธารณรัฐเวนิส พระราชวังแห่งนี้ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1923
.jpg)
ฟลอเรนซ์
ฉากในการไล่ล่ากันทั่วฟลอเรนซ์ นำ แลงดอนและเซียนน่า ผ่านอุทยานที่ยิ่งใหญ่ของพระราชวังพิตติ เพื่อไปยังเส้นทางหลบหนีของพวกเขาผ่านทางประตูลับในสวนโบโบลิ ประตูนั้นนำไปสู่ระเบียงวาซารี ซึ่งทอดตัวตามความยาวของสะพานเวคคิโอ เข้าสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะอุฟฟิซี
พระราชวังพิตติ เป็นพระราชวังขนาดใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยพระราชวังแห่งนี้เป็นที่รู้จักในฐานะพระราชวังของแกรนด์ดยุคโคสิโมที่หนึ่งแห่งตระกูลเมดิซี และเป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการของตระกูลนี้อีกด้วย สิ่งที่ตั้งอยู่ด้านหลังพระราชวังคือสวนโบโบลิที่วิจิตรงดงาม เดิมที สวนแห่งนี้ถูกออกแบบเพื่อตระกูลเมดิซี และเป็นหนึ่งในตัวอย่างแรกๆ ของสวนรูปแบบอิตาเลียน ซึ่งภายหลังเป็นแรงบันดาลใจให้กับอุทยานของพระราชวังในยุโรปมากมาย
.jpg)
จุดสำคัญของฟลอเรนซ์คือสะพานเวคคิโอ (สะพานเก่า) คุณลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของมันคือร้านค้าจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นที่ขอบสะพาน และตั้งอยู่ได้บนไม้ค้ำ นอกจากนั้น สะพานแห่งนี้ยังมีทางเดินยกระดับที่เชื่อมต่อระหว่างปาลาซโซ พิตติและพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี หนึ่งในแกลเลอรี่ศิลปะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก สะพานแห่งนี้ ซึ่งถูกก่อสร้างขึ้นครั้งแรกโดยชาวอีทรัสคันในสมัยโบราณ เป็นสะพานเพียงแห่งเดียวในเมืองที่รอดจากเพลิงสงครามโลกครั้งที่สอง
พระราชวังเวคคิโอ เป็นศาลาว่าการเมืองฟลอเรนซ์และเป็นหนึ่งในสถานที่สาธารณะที่สำคัญที่สุดในอิตาลี แม้ว่าตอนนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของพระราชวังเวคคิโอจะเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่มันก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของการปกครองท้องถิ่นเช่นเดิม นับตั้งแต่ปี 1872 พระราชวังแห่งนี้ได้เป็นที่ทำการของนายกเทศมนตรีเมืองฟลอเรนซ์และเป็นที่ทำการของสภาเมืองด้วย
บูดาเปสต์
หลายฉากของเรื่องถูกถ่ายทำในบูดาเปสต์ รวมถึงงานสเตจส่วนมากของเรื่อง ตามโลเกชั่นต่างๆ บรรยากาศแบบยุโรปของเมืองนี้ยังสามารถถูกใช้แทนโลเกชั่นอื่นๆ อีกด้วย
พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ในบูดาเปสต์เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดและใหญ่ที่สุดในยุโรป คอลเลคชั่น
ที่หลากหลายของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมสิ่งของทางชาติพันธุ์มากกว่า 200,000 ชิ้น รวมถึงภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ ต้นฉบับ แผ่นบันทึกเสียงเพลงโฟล์ค ภาพยนตร์และวีดีโอ ที่เป็นประเด็นน่าสนใจทางวัฒนธรรมทั้งของฮังกาเรียนและนานาชาติ
ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ อาคารแห่งนี้ยังถูกใช้เป็นอาคารที่พักทหารและโรงพยาบาล ก่อนที่มันจะถูกซื้อไปในปี 1910 โดยนักสะสมงานศิลปะและผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์จากเวียนนา แม็กซ์ ชมิดท์ ผู้เปลี่ยนมันให้กลายเป็นคฤหาสน์หรู ในพินัยกรรมสุดท้ายของชมิดท์ เขาทิ้งอาคารและที่ดินผืนนี้ไว้ให้กับชาวเมืองบูดา เพื่อให้มันกลายเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์สำหรับสาธารณชน แม้ว่าจะเสียหายอย่างหนักจากสงครามโลกครั้งที่สอง แต่สถานที่แห่งนี้ก็ยังคงตั้งอยู่ในฐานะพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่ศิลปะที่น่าตื่นตาตื่นใจ
.jpg)
ฉากที่น่าสะพรึงกลัวและน่าขนลุกที่เกิดขึ้นในภาพหลอนของแลงดอนถูกถ่ายทำในถนนที่งดงามด้านข้างของ โรงโอเปร่าแห่งชาติฮังการี โรงโอเปร่าแห่งชาติฮังการีได้รับการออกแบบโดยมิคลอส อิบิล บุคคลสำคัญแห่งวงการสถาปัตยกรรมฮังการีในศตวรรษที่ 19 และเปิดประตูต้อนรับสาธารณชนครั้งแรกในปี 1884 อาคารหลังนี้สร้างขึ้นในสไตล์นีโอ-เรเนซองส์ ด้วยองค์ประกอบแบบบาโค้ค สิ่งของประดับประดารวมถึงภาพวาดและประติมากรรมโดยบุคคลชั้นนำในแวดวงศิลปะของฮังการี
ในแง่มุมของความงามและคุณภาพของสุนทรียศาสตร์แล้ว โรงโอเปร่าในบูดาเปสต์แห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในโรงโอเปร่าที่งดงามที่สุดของโลก, พิพิธภัณฑ์แห่งชาติฮังการีถูกใช้แทนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสำหรับฉากที่แลงดอนพยายามรื้อฟื้นความทรงจำของเขา, พิพิธภัณฑ์แห่งชาติฮังการี (แม็กยาร์ เนมเซติ มิวเซียม) เป็นพิพิธภัณฑ์สาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดในฮังการี ตัวอาคารปัจจุบันถูกสร้างขึ้นระหว่าง ปี 1837-1847 และเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอ-คลาสสิก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ที่ถูกก่อตั้งขึ้น เมื่อ 200 ปี ก่อน ถูกอุทิศให้กับประวัติศาสตร์ของฮังการี และปัจจุบัน มันก็ยังคงเป็นตัวแทนของอัตลักษณ์แห่งชาติฮังการี
.jpg)
และตบท้ายด้วย อิสตันบูล
กับฉากการถ่ายทำฉากการมาเยือน ฮาเกีย โซเฟีย ที่งดงามจับตาของแลงดอน, ซินส์กี้ และซิมส์
“ฮาเกีย โซเฟีย เคยเป็นโบสถ์ มัสยิด” ปัจจุบัน กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ สถานที่แห่งนี้ ที่ถูกสร้างขึ้นตามพระบัญชาของจัสติเนียน จักรพรรดิแห่งโรมันตะวันออกในช่วงศตวรรษที่หก เป็นอาคารเพียงหลังเดียวในโลกที่ใช้ประกอบพิธีทางศาสนาสามศาสนา ได้แก่พาแกน คริสเตียนออร์โธด็อกซ์และอิสลาม นิกายซุนหนี่ มีทางน้ำขนาดใหญ่หลายเส้นทางใต้อาคารหลังนี้ที่นักประวัติศาสตร์กล่าวถึงว่ามีขนาดใหญ่พอที่จะรองรับเรือได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี