วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยและคณบดีคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทยจัดงานแถลงข่าว “การเปิดให้บริการอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์อาคารรักษาพยาบาลรวม” เพื่อยกระดับให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โดยสอดรับกับวิสัยทัศน์ของทีมผู้บริหารที่ตระหนักถึงการให้บริการรักษาโรคอย่างครบวงจรแก่ประชาชนทุกระดับโดยมี ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และคณบดีคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมงาน ณ ห้องประชุมชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์เมื่อวันที่ผ่านมา
ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และคณบดีคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้มุ่งมั่นยกระดับการรักษาโรคสำหรับประชาชนอย่างต่อเนื่องโดยได้วางยุทธศาสตร์ในการบริหารงานบริการทางการแพทย์ ที่เหนือระดับสู่มาตรฐานสากลรองรับการบริหารงานในระดับอาเซียนและระดับนานาชาติรวมถึงการอำนวยความสะดวกในทุกๆ ด้านให้ผู้มารับบริการทุกระดับชั้นที่มาใช้บริการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เกิดความคล่องตัวสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
.jpg)
ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผอ.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, กาญจนี โอภาสทิพากร หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย, รศ.นพ.รื่นเริง ลีลานุกรม รองผอ.ฝ่ายบริการ, รศ.นพ.ธีระวัชร ปรีชานนท์ รองผอ.ฝ่ายกายภาพและสารสนเทศ
ทั้งนี้ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 16,000 ล้านบาท ในการก่อสร้างเพื่อเป็นเปิดบริการทางการแพทย์อย่างครบวงจรซึ่งมีทั้งหมด 29 ชั้น โดยมีพื้นที่ใช้สอย 224,752.25 ตารางเมตร สำหรับวิสัยทัศน์ในการวางแผนขับเคลื่อนโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คือ“จุดเปลี่ยนแห่งมิตรภาพการบริการสุขภาพของคนไทยทุกชนชั้นสู่มาตรสากลไม่ว่าจะยากดีมีจนทุกคนสัมผัสได้ด้วยหัวใจกาชาด” ภายใต้แนวความคิด คือ 1.เล็งเห็นความสำคัญในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้แก่คนไทยทุกชนชั้น 2.การบริการรักษาโรคของอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ในรูปแบบ “พรีเมียมฮอสพิทอล” ในราคาที่คนไทยทุกชนชั้นพึงจ่ายได้และ 3.ระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานสากลที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 1,100 เตียง โดยชั้น 15-18 เป็นห้องพักผู้ป่วยที่แบ่งออกเป็น 4 ระดับ 1.ห้องผู้ป่วยสามัญขนาดห้อง 2 เตียง 4 เตียง และ 6 เตียง 2.ห้องพิเศษธรรมดา 3.ห้องพิเศษเดอะลักซ์มีโซฟาสำหรับญาติที่มาเยี่ยม 4.ห้องภูมิสิริสวีท ที่มีการแยกห้องพักผู้ป่วยและห้องพักญาติอีกทั้งอาคาร “ภูมิสิริมังคลานุสรณ์” ยังช่วยแก้ปัญหาโครงสร้างรักษาพยาบาลที่กระจัดกระจายจนไม่สามารถใช้งานได้อย่างครบวงจรทำให้เสียเวลาในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยซึ่งอาจเกิดความเสี่ยงได้แก้ปัญหาความไม่เพียงพอของจำนวนห้องผ่าตัดห้องไอซียูที่ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกทั้งยังไม่เพียงพอต่อจำนวนของผู้ป่วยที่มาใช้บริการ
.jpg)
อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
นอกจากความพร้อมในการเปิดให้บริการของอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ และศูนย์ต่างๆ ในแต่ละชั้นยังมีความพร้อมในเรื่องของความสะอาดและมีระบบ
ความปลอดภัยที่เป็นเลิศ โดยแบ่งออกเป็น4 กลุ่ม คือ พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงมาก เช่นห้องผ่าตัดห้องคลอด, พื้นที่มีความเสี่ยงสูงเช่น แผนกฉุกเฉินแผนกปลอดเชื้อห้องแล็บแผนกเนิร์สเซอรี่, พื้นที่ที่มีความเสี่ยงปานกลาง เช่น ห้องตรวจแผนกผู้ป่วยห้องพักผู้ป่วยแผนกจ่ายยาแผนกบริการผู้ป่วยห้องประชุมและ พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำเช่น สำนักงานห้องพัสดุพื้นที่รอบนอกลานจอดรถพร้อมให้ผู้มาใช้บริการอาคารสิริมังคลานุสรณ์ทุกชนชั้นจะสัมผัสได้ถึงความทันสมัยความสะอาดความปลอดภัยแบบครบวงจรอย่างแท้จริง ทั้งนี้ อาคารสิริมังคลานุสรณ์ได้เปิดให้บริการไปแล้วบางส่วนคือหอผู้ป่วยสามัญชั้น 19 ห้องพิเศษเดี่ยว 28 หน่วยเอกซเรย์หลอดเลือดรังสีร่วมรักษาชั้น 7 และศูนย์การวินิจฉัยด้วยภาพเอ็มอาไอ-เวชศาสตร์นิวเคลียร์และคาดว่าจะเปิดให้บริการรักษาได้อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2559
.jpg)
.jpg)
ห้องภูมิสิริสวีทแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ห้องสำหรับผู้ป่วยและห้องพักสำหรับญาติ
.jpg)
ห้องผู้ป่วยสามัญ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี