วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราทราบกันถึงโรคผิวหนังจาก “ไรขี้เรื้อน” ทั้งขี้เรื้อนแห้ง และขี้เรื้อนเปียกไปแล้วนะครับ ช่วงนี้ผมขอจัดเป็นซีรี่ส์เรื่องปัญหาโรคผิวหนังกันต่อนะครับ
“สุนัขเป็นภูมิแพ้” หลายคนคงทำหน้างง เพราะสงสัยว่า “หมาเป็นภูมิแพ้ มีด้วยหรือ?”
การเป็นภูมิแพ้ สามารถเกิดในสุนัขและแมวได้เช่นกันครับ โดยภูมิแพ้เป็นภาวะที่มีการตอบสนองของปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันต่อสิ่งกระตุ้นในรูปแบบต่างๆ มากกว่าปกติ ซึ่งการตอบสนองต่อการแพ้นั้น อาจเกิดได้ในหลายๆ ระบบของร่างกาย เช่น
- ระบบผิวหนัง ที่แสดงการเป็นผื่น แดง ทำให้เกิดอาการคันผิวหนัง
- ระบบทางเดินหายใจ ซึ่งทำให้มีอาการเหมือนหวัดมีอาการจาม น้ำมูกไหล หอบ หายใจไม่สะดวก
- ระบบทางเดินอาหาร ซึ่งทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการท้องเสียร่วมด้วย เป็นต้น
แต่อาการของสุนัขที่มีปัญหาภูมิแพ้ ที่พบได้บ่อยๆ มักเป็นทาง “ระบบผิวหนัง” ซึ่งก็ได้แก่ การคัน การแทะและการเลียเท้า การใช้ขาเกาที่หน้าและลำตัว การเอาตัวไปถูกับผนังหรืออุปกรณ์อื่นในบ้าน เกิดอาการขนร่วง ผื่นแดง สะเก็ด รังแค ผิวหนังหนาตัวขึ้น เป็นต้น
ปัญหาภูมิแพ้ในสุนัขที่มักพบได้บ่อย ได้แก่
1.การแพ้น้ำลายหมัด
หมัดและน้ำลายหมัดทำให้สุนัขคัน และระคายเคืองผิวหนัง อาการเด่นๆ ที่พบคือ ขนร่วง และพบผื่นแดงที่บริเวณสะโพก และด้านท้ายของลำตัว ต้องเรียนย้ำว่า สุนัขหรือแมวแต่ละตัวนั้น อาจตอบสนองต่อการแพ้ในระดับที่แตกต่างกัน เช่น ในสัตว์ที่เราเลี้ยงร่วมกันหลายตัว แม้ว่าแต่ละตัวจะพบหมัดในปริมาณที่มากเท่าๆ กันก็ตาม ตัวที่หนึ่งอาจแสดงอาการ
แพ้มาก แต่ตัวอื่นอาจไม่แสดงอาการแพ้เลยก็ได้ เนื่องจากสัตว์มีความไวต่อการแพ้แตกต่างกัน
เรื่องการรักษานั้น แน่นอนครับ ต้องกำจัดที่สาเหตุ นั่นคือ ต้องกำจัดหมัดที่ตัวสุนัขที่มีอาการแพ้ รวมถึงกำจัดหมัดในสุนัขและแมวอื่นที่เลี้ยงรวมกันด้วย อีกทั้งยังต้องกำจัดหมัดในบริเวณสิ่งแวดล้อม เช่น ที่นอน เสื้อผ้าด้วย การรักษาจะกำจัดหมัดร่วมกับการคุมการติดเชื้อและให้ยาลดอาการคันจากการแพ้น้ำลายหมัดควบคู่กันด้วย
2.การแพ้ที่เกิดจากการสัมผัส
การแพ้ในลักษณะนี้ มักเกิดในบริเวณที่ร่างกายสัมผัสกับพื้นหรือวัตถุนั้นๆโดยตรง โดยเฉพาะบริเวณร่างกายส่วนที่ไม่ค่อยมีขน เช่น ตามรักแร้ ขาหนีบ ใต้ท้อง ซอกเท้า เป็นต้น ซึ่งสารที่ก่อให้เกิดการแพ้อาจเป็นสารเคมี เช่น น้ำยาทำความสะอาดพื้น ผงซักฟอก ฯลฯ เรามักจะเห็นสัตว์เลี้ยงแสดงอาการคัน มีผื่นแดง มีตุ่มแดง ตามผิวหนังบริเวณที่สัมผัส เป็นต้น
การรักษาและการควบคุมการแพ้เรื่องนี้ ทำได้ไม่ยากเลย คือ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดการแพ้ ควบคู่กับการให้ยาลดการแพ้นั่นเอง
ปัญหาการแพ้ยังมีอีกหลายอย่าง เรามาติดตามกันต่อในสัปดาห์หน้านะครับ
.jpg)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี