วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
ซุ้มโคปุระยอดปรางค์
ด้วยเหตุที่ภาคตะวันออกนั้นเป็นพื้นที่ของปราสาทหินน้อยใหญ่ที่เกิดตามยุคหลายสมัย และมีปราสาทสด๊กก๊อกธม เป็นปราสาทขอมที่มีขนาดใหญ่ที่สุด อยู่ในบริเวณทิศใต้ของเทือกเขาพนมดงรัก-สันกำแพง-ดงพญาไฟ ลงมายังอ่าวไทย จึงทำให้มีการฟื้นฟูโบราณสถานที่พังทลายอยู่จากผลสงครามนั้นมาบูรณะตามวิธีการอนัสติโลซิสอ โดยสำนักโบราณคดีของกรมศิลปากร จนเห็นภูมิสถานทั้งหมดอย่างงดงาม
ปราสาทสด๊กก๊อกธมแห่งนี้อยู่ที่ บ้านหนองเสม็ด ตำบลโคกสูง อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ใกล้กับโนนหมากมุ่น อันเคยเป็นสมรภูมิสงครามระหว่างไทยกับเวียดนามในปี 2523

ปราสาทสด๊กก๊อกธม
นับเป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ประชิดติดกับชายแดนประเทศไทยและกัมพูชา ระยะห่างไม่เกิน 200 เมตร มีลักษณะเป็นแนวกั้นพรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเชื่อมวัฒนธรรมไปถึงปราสาทบันทายฉมาร์ ปราสาทบันทายท๊บที่น่าสนใจในกัมพูชา

โคปุระและปรางค์ภายในที่บูรณะแล้ว
ด้วยความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมอันดีต่อวัฒนธรรมปราสาทขอมนั้น นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร จึงสานต่อนโยบายของประชาคมอาเซียนในความร่วมมือทางวิชาการซึ่งกันและกันทำให้เกิดเส้นทางการศึกษาและท่องเที่ยวปราสาทสำคัญในแถบนี้ขึ้น

สภาพแรกของปราสาทสด๊กก๊อกธม
โดยเฉพาะที่ปราสาทสด๊กก๊อกธมนั้น เป็นโบราณสถานชายแดนที่มีประวัติการสร้างในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 15-16 อันเป็นศิลปะแบบ คลัง-บาปวน ที่มีการวางผังภายในอาคารและกำแพงแบบเดียวกับผังของปราสาทเมืองต่ำ ที่สร้างขึ้นในยุคเดียวกัน แผนผังปราสาทแห่งนี้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก
ตามคติความเชื่อที่ว่าแสงอาทิตย์จะเพิ่มพลังและอำนาจให้กับรูปเคารพ มี “บาราย” หรือสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า ใช้เป็น “สระสรง” สำหรับกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ผู้ติดตามได้ลงสรงก่อนเข้าสู่ปราสาท เส้นทางเข้าปราสาทเป็น “สะพานนาค” หรือ “ชาลากากบาท” หรือสะพานสายรุ้งเชื่อมสู่โลกสวรรค์

ลวดลายเก่าใหม่ที่บูรณะให้เห็น
ต่อด้วยฉนวนทางเดินที่มีเสานางเรียง อยู่สองข้างสำหรับประดับโคมประทีปดั่งนางอัปสรยืนเรียงรายถวายการต้อนรับขบวนเสด็จ เสานางเรียงทั้งสองข้างของฉนวนทางเดิน นี้มีข้างละ 41 รวมกันสองข้างก็เป็น 82 ต้น เชื่อว่าช่างโบราณนั้นสร้างเสานางเรียงเพียง 81 ต้น ทิ้งไว้ ต้นหนึ่งที่ไม่มีการแกะสลัก ถือเป็น “เสาศักดิ์สิทธิ์”

คูหาภายในโคปุระ
สำหรับขอมโบราณจะทำพิธีลงอาคมมนตราเอาไว้ สุดฉนวนทางเดินนี้ก็ขึ้นบันไดเป็น “โคปุระ” หรือซุ้มปราสาททางเข้าที่มีอยู่เพียงทิศเดียว ด้านทิศตะวันตกมีโคปุระและประตูเล็กๆ ซึ่งมีรูปแบบที่ไม่ปรากฏในปราสาทองค์อื่นๆ ซึ่งมีกำแพงศิลาแลงล้อมเป็นรูปสี่เหลี่ยม ภายในชั้นที่สอง มีสระน้ำล้อมรอบในคติมหาสมุทรที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ มีทางเข้าสู่ปราสาทชั้นในทางทิศตะวันออกมีฉนวนทางเดินที่มีเสานางเรียงประดับอยู่เพียงทางเดียวสู่ปรางค์ประธาน

ผังชั้นในของปราสาท มีโคปุระ 4 ทิศ แทนความหมายของทวีปทั้งสี่ที่รายล้อมเขาพระสุเมรุ เฉพาะโคปุระด้านทิศตะวันออกก่อยอดเป็นเรือนปราสาทขึ้นไป เป็นรูปแบบการวางผังที่น่าศึกษา ด้วยโคปุระนั้นปกติไม่มีก่อเรือนยอดเป็นปราสาท แต่ที่นี่โคปุระทำเป็นยอดปราสาทเพียงด้านนี้ด้านเดียว ระหว่างโคปุระทั้ง 4 นั้น มีวิหารระเบียงคดที่มีหลังคาหินทรายและหลังคาอิฐมุง ด้านนอกก่อทึบ ด้านในเว้นเป็นเสาเรียงเชื่อมต่อเป็นรูปสี่เหลี่ยม ด้านในมีบรรณาลัยสองหลังตามแนว

เสานางเรียงด้านหลังปรางค์ประธาน
เหนือใต้ตรงกึ่งกลางปราสาทเป็น “ปราสาทประธาน (Principal Tower)” หลังเดี่ยวขนาดใหญ่ ลานด้านในปูพื้นศิลาแลงทั้งหมด และมีการประดับเสานางเรียงตรงทางเดินเข้าและบริเวณรายรอบปราสาทประธาน ซึ่งรูปแบบทั้งหมดนี้เป็นการวางแผนผังที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ แตกต่างจากปราสาทองค์อื่น

นักโบราณคดีให้ข้อมูลที่สำคัญ
จากหลักฐานโบราณวัตถุ ศิลปะเปรียบเทียบ คติชนวิทยาและการวางผังปราสาทนั้นทำให้ปราสาทสด๊กก๊อกธมสร้างขึ้นครั้งเดียว ในรัชกาลของ “พระเจ้าอาทิตยวรมันที่ 2” และสิ้นสุดการสร้างโดยไม่เสร็จและปล่อยให้ทิ้งร้างในสมัยต่อมา เมื่ออิทธิพลของเมืองพระนครหลวงหมดลงจากบริเวณนี้

เสานางเรียงด้านนอก
ชื่อปราสาทนี้ก็เรียกกันตามลักษณะที่พบเห็นก็หาคำมาอธิบายประมาณว่า “สด๊ก” ภาษาเขมร แปลว่า รก ทึบ หนา “ก๊อก” น่าจะมาคำว่า “กก” แปลว่า นก จะเป็นนกยาง นกกระสา หรือมาจาก “กุก” แปลว่าต้นกก ที่ชาวบ้านนำมาทอเสื่อ หรือคำว่าก๊อกนั้น เพี้ยนมาจากคำว่า “โคก” แปลว่า โคก เนิน ส่วน “ธม” แปลว่า ใหญ่

สรุปว่าจะให้เป็นอะไรก็ไปแปลหาเหตุควรจะเชื่อเอาเอง ครั้งหนึ่ง ปราสาทสด๊กก๊อกธม แห่งนี้มีชื่อเรียกในครั้งแรกพบว่า “ปราสาทเมืองพร้าว” ที่ชาวบ้านเรียกปราสาทกลางดงมะพร้าว ก่อนฝรั่งเศสเปลี่ยนชื่อเป็น “สด๊กก๊อกธม” ซึ่งเป็นปราสาทขอมสำคัญด้วยพบจารึกสำคัญที่จับต้นชนปลายกันมานานให้กระจ่างขึ้น

ผังปราสาทสด๊กกีอกธมจากการศึกษาของสำนักโบราณคดี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี