วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
กลุ่มบริษัทบีทีเอส จัดงาน คลินิกลอยฟ้าปีที่ 14 ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจรักสุขภาพ เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชน และในปีนี้ได้ขยายการจัดงานมาบริเวณย่านบางนา สุขุมวิท และสมุทรปราการ เนื่องจากในพื้นที่นี้มีชุมชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยร่วมกับ 15 โรงพยาบาลชั้นนำ ประกอบด้วยคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กรมอนามัย ศูนย์การแพทย์อาร์ เอส ยู มูลนิธิตับแห่งประเทศไทย โรงพยาบาลวิภาวดี โรงพยาบาลสุขุมวิท โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนลหนองแขม โรงพยาบาลกล้วยน้ำไทโรงพยาบาลไทยนครินทร์ โรงพยาบาลเจ้าพระยา โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง) โรงพยาบาลเทพธารินทร์โรงพยาบาลมนารมย์ และโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ ให้บริการตรวจสุขภาพแก่คนทั่วไปโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นระยะเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 26-29 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยในวันเปิดงานได้รับเกียรติจาก ดร.อาณัติ อาภาภิรม กรรมการบริหารและกรรมการบรรษัทภิบาล บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมผู้บริหารโรงพยาบาล อาทิ ศ.คลินิก ทพ.พาสน์ศิรินิสาลักษณ์ คณบดี คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล, ดร.สมชาย ประเสริฐศิริพันธ์ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์การกีฬา โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม, พิจิตร์ วิริยะเมตตากุล รองกรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลวิภาวดี, อุไรศรี ชเนศร์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทในเครือ โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ฯลฯ ณ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสบางนา พร้อมทั้งจัดเสวนา ในเรื่อง “โรคไข้ซิกาโรคร้าย-ภัยเงียบ” โดย ผศ.ดร.พญ.วัชรีโชคจินดาชัย รองหัวหน้ากุมารเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินรายการโดย ต้นอ้อ-ภัทธีมา โกมลบวรกุล
โรคไข้ซิกา Zika โรคร้าย-ภัยเงียบที่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ประกาศให้การระบาดของไวรัสซิกานี้ เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ในต้นปี 2559เพราะไวรัสซิกา เป็นเชื้อไวรัสในตระกูลเฟลวิไวรัส(flavivirus) มีลักษณะคล้ายคลึงกับ ไวรัสไข้เหลือง ไวรัสเดงกี ซึ่งเป็นสาเหตุของไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะ และยังไม่มีวัคซีนป้องกัน คนที่ติดเชื้อจะมีอาการเป็นไข้สูง 4-7 วัน มีผื่น ปวดข้อ ตาแดงชัดเจน คล้ายอาการโรคไข้เลือดออก เช่นกัน
ไข้ซิกา มีต้นกำเนิดจากป่าซิกาในประเทศยูกันดา และพบผู้ติดเชื้อในประเทศไทยตั้งแต่ ในปี พ.ศ.2506 ซึ่งไม่ได้รุนแรงมาก จนเมื่อปี 2515 เริ่มมีโรคระบาดที่ประเทศบราซิล พบเด็กที่คลอดออกมาจากแม่ที่ติดเชื้อ จะหัวเล็ก ลีบ และพิการทางสมองอย่างถาวร ระบาดเยอะมากในแถบลาตินอเมริกา และเมื่อปี 2556 มีรายงานจากคนไข้ชาวแคนาดา ที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยและติดเชื้อไวรัสกลับประเทศไป ต่อมาก็มีรายงานตรวจพบคนไข้เพิ่มที่เป็นชาวเยอรมัน และชาวญี่ปุ่น เพิ่มเติมที่เดินทางมาท่องเที่ยวแล้วติดเชื้อกลับไปเช่นกัน
วิธีดูแลรักษาและป้องกันตนให้ห่างไกลจากโรคไข้ซิกา ประชาชนทุกเพศ ทุกวัยสามารถติดเชื้อไข้ซิกาได้ และเมื่อติดแล้ว แทบจะแยกไม่ออกจากไข้เลือดออกต้องตรวจจากน้ำเหลืองวิทยา หรือพยายามตรวจหาเชื้อไวรัสเลย การตรวจแบบนี้จะทำได้เฉพาะบางโรงพยาบาล อาทิ มหาวิทยาลัยมหิดล คณะเวชศาสตร์เขตร้อน โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นต้น ผู้ที่ติดเชื้อแล้ว ควรพักผ่อนมากๆ และดื่มน้ำให้เพียงพอหรือถ้าไปพบแพทย์ ก็ต้องทานยาตามแพทย์สั่งไข้ก็จะหายได้ใน 7 วัน นอกจากนี้ก็ยังควรระมัดระวังไม่ให้เกิดอาการแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์อื่นๆ และเราสามารถป้องกันตนเองได้โดยทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย แต่ถ้าผู้ป่วยเคยเป็นโรคไข้ซิกาและหายจะมีภูมิคุ้มกันจะไม่เป็นอีก ณ สายพันธุ์ปัจจุบัน อีกด้วย
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี