วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
เพราะเกิดมาในครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย เมื่ออยากได้อะไรจึงต้องลงมือทำ นั่นคือสิ่งที่ ธีระชาติ มโนธรรมรักษา ได้เรียนรู้จากผู้เป็นพ่อ “ทนงศักดิ์” เจ้าของอาณาจักร เจ.เอส.พี. หรือ บริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มานานกว่า 20 ปี แม้วันนี้จะเข้าขั้น “ผู้มีอันจะกิน” ก็ไม่ได้ทำให้ความขยันของ ธีระชาติรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.เอส.พี. หรือเจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) น้อยลงเลย
“ตั้งแต่จำความได้ พ่อผมจะทำงานหนักมาก เพราะมีลูก 5 คน พอคุณพ่อมาทำธุรกิจด้านอสังหาฯ เริ่มจะมีเงินทอง ก็ใช่ว่าจะกลายเป็นลูกคุณหนู อยากได้ของเล่นก็ต้องเก็บเงิน หรือทำงานเพื่อหาเงินซื้อเอง ท่านเป็นคนทำงานหนักวิธีการสอนของท่านคือทำให้เราเห็น หรือไม่ก็ส่งไปเรียนรู้งานกับคนเก่งๆ อย่างตัวผมตอนที่เรียนจบ เริ่มกลับมาช่วยงานท่าน ก็ไม่ได้ขึ้นมาตรงนี้เลย ผมต้องไปเรียนรู้งานตั้งแต่การซื้อที่ดิน ถมดิน ตอกเสาเข็ม ดูโครงสร้าง ไปออกบูธขายโครงการ ต้องออกไปดูหน้างานด้วยตัวเองแล้วถึงได้มานั่งตำแหน่งนี้”
ธีระชาติ เล่าว่า แต่เดิมที่ ทนงศักดิ์ ผู้เป็นพ่อก่อตั้ง เจ.เอส.พี.นั้น เน้นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทโครงการเชิงพาณิชย์แนวราบ (Commercial Low Rise) หรือเข้าใจง่ายๆ คือ สร้างและขายอาคารพาณิชย์เท่านั้น แต่เมื่อเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนไป ในฐานะเจนเนเรชั่นที่ 2 ธีระชาติจึงได้ปรับโครงสร้างบริษัทเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ ทั้งการปรับภาพลักษณ์สร้างแบรนดิ้งใหม่ทั้งหมด โดยเน้นโครงการที่เป็นเชิงพาณิชย์แนวราบบวกกับที่อยู่อาศัย (Mix Use) มากขึ้น และนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นท็อป 5 ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ภายใน 5 ปี
“จุดแข็งของ เจ.เอส.พี. คือ ทำเลที่ตั้ง ซึ่งตรงนี้ต้องขอบคุณวิสัยทัศน์ของคุณพ่อ เวลาที่เราจะซื้อที่ดิน ท่านสอนให้มองทำเลที่มีสาธารณูปโภคครบ หรือคาดว่าสาธารณูปโภคกำลังจะไปถึง ที่สำคัญคือติดถนนใหญ่ ซื้อเก็บไว้ตั้งแต่ที่ดินราคาไม่สูงมาก ทำให้เราได้เปรียบเรื่องราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งเกือบ 10% แต่ที่ผ่านมาภาพลักษณ์ของ เจ.เอส.พี. เป็นคนรุ่นเก่า ตอนนี้ผมหันมาเจาะกลุ่ม Gen X และ Gen Y เราเปลี่ยนโลโก้ โทนภาพ โทนสี ดีไซน์ต่างๆ ให้ดูทันสมัยรองรับกับความต้องการมากขึ้น แต่เราก็ยังคงเน้น มิกซ์ยูซ มีอาคารพาณิชย์ คอนโดฯ ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดียว โดยภายในโครงการสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ รวมไปถึงโรงเรียนเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค ที่สำคัญโปรดักส์ของเราต้องใช้งานได้จริง และที่สำคัญคือ บริการหลังการขาย ที่เราจะไม่มีวันทอดทิ้งลูกบ้านแน่นอน และนับจากนี้โครงการต่างๆ ที่กำลังจะเปิดตัวภายใต้แบรนด์ J-Series เพื่อสร้างการจดจำที่ง่ายขึ้น”
แม้วันนี้จะอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง แต่สิ่งที่ได้รับการปลูกฝังจากผู้เป็นพ่อ ธีระชาติก็ยังคงนำมาปฏิบัติอยู่เช่นเคย ในทุกๆ โครงการของ เจ.เอส.พี. ไม่ใช่เพียงแค่นั่งเซ็นเอกสาร แต่ยังลงมาคลุกคลีควบคุมงานด้วยตัวเองทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าจะส่งมอบบ้านที่ดีที่สุดให้กับลูกบ้าน และไม่หยุดพัฒนาตัวเองเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นโครงการอาคารเพื่อการพาณิชย์ (เจ.เอส.พี.ซิตี้ รังสิต-คลอง 1 และ เจ.เอส.พี.ซิตี้ สุขุมวิท-แพรกษา) โครงการบ้านพักอาศัย (เจ.เอส.พี.ซิตี้ บางปะกง-บ้านโพธิ์, เจ.เอส.พี.ซิตี้ รังสิต-คลอง 1และ เจ.เอส.พี.ซิตี้ เรสซิเดนซ์ ทาวน์โฮม 3 ชั้น) โครงการอาคารชุด (ทิวลิป สแควร์ คอนโดมิเนียม, สำเพ็ง 2คอนโดมิเนียม สาทร-กัลปพฤกษ์, ไมอามี่ บางปู คอนโดมิเนียม)
.gif)
“ผมเป็นคนมีความฝัน ตั้งแต่ก่อนมารับไม้ต่อจากคุณพ่อ ผมอ่านหนังสือพิมพ์ ข้อมูลข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงชีวประวัติ แนวคิดของนักธุรกิจเก่งๆ ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยๆ และผมตั้งเป้าว่าผมจะเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแบบเขาเหล่านั้นให้ได้ ทำให้ทุกวันนี้ผมยังไม่หยุดที่จะเรียนรู้ ผมเชื่อในกฎแรงดึงดูดว่าถ้าเราคิดว่าเราทำได้ ตั้งใจทำ มันจะสำเร็จ
และการที่ผมเป็นคนรุ่นใหม่มาบริหาร จะยึดติดไม่ได้ว่าสิ่งที่เราคิดจะถูกเสมอไป แต่ผมจะนำเอาข้อดีของคนรุ่นเก่ามาใช้ผสมผสานกับสิ่งใหม่ เช่นผมกับคุณพ่อบ้างครั้งเราจะถกเถียงกันในเรื่องการทำงาน เพราะท่านยังบริหารสไตล์คนรุ่นเก่าและมองว่าวิธีของเราใช้ไม่ได้ ผมก็ต้องพิสูจน์ด้วยการลงมือทำให้เขาเห็นว่าสิ่งที่ผมพูด คิด ทำได้จริงๆ เพื่อให้เขายอมรับในวิธีของเรา ส่วนแนวคิดวิธีของคุณพ่อ คือ ท่านเป็นคนที่รักลูกน้อง และซื่อสัตย์ต่อลูกค้า รวมทั้งซัพพลายเออร์ เป็นสิ่งที่ท่านยึดมั่นมาตลอด อันนี้ผมต้องยอมรับและนำมาใช้ เพราะมันเป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้รับความเชื่อมั่น ความไว้วางใจจากทุกฝ่าย”
นอกเหนือจากเรื่องงาน เวลาทั้งหมดเขาก็ทุ่มเทให้กับครอบครัวเล็กๆ ของตัวเอง ประกอบด้วย ภรรยา และลูกเล็กอีก 3 คน โดยยกวันอาทิตย์ให้เป็นวันของครอบครัว พาลูกๆ ไปทำกิจกรรมต่างๆ ปิดท้ายด้วยการหาร้านอร่อยๆ กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาเพราะเขามองว่า “ความสำเร็จที่งดงาม” จะไม่สมบูรณ์แบบ ถ้าปราศจากครอบครัวนั่นเอง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี