จากขุนเขา...สู่ศิลปาชีพ นิทรรศการงานหัตถศิลป์ชาวไทยภูเขา เทิดพระเกียรติ ในหลวง–พระราชินี

จากขุนเขา...สู่ศิลปาชีพ นิทรรศการงานหัตถศิลป์ชาวไทยภูเขา เทิดพระเกียรติ ในหลวง–พระราชินี

วันอาทิตย์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 17.55 น.

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ แนะนำความงามของผ้าชาวไทยภูเขาแต่ละชนเผ่า

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและสัมผัสงานผ้าชาวไทยภูเขา ในนิทรรศการ “จากขุนเขา...สู่ศิลปาชีพ” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี วันที่ 9 มิถุนายน 2559 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 เพื่อนำเสนองานหัตถศิลป์บนผืนผ้าของชาวไทยภูเขา 6 เผ่า และพระราชกรณียกิจของพ่อหลวง-แม่หลวง ที่ทรงพลิกผืนป่า สร้างอาชีพ มีรายได้ที่ยั่งยืน มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับชาวไทยภูเขา ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ป่าต้นน้ำของประเทศ ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม-11 ตุลาคม 2559 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ พร้อมกันนี้ ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จัดทำสารคดีพิเศษเผยแพร่ทางช่องทรู จำนวน 52 ตอน ออกอากาศในช่วงเวลาการจัดนิทรรศการอีกด้วย

เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงการจัดงานครั้งนี้ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย นันทพงศ์ สินสวัสดิ์ ผู้ออกแบบศิลปกรรมในนิทรรศการฯ, สมพันธ์ จารุมิลินท รองประธานกรรมการบริหารบริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป และ ชนินทร์ ชมะโชติ ประธานบริษัท ดอคคิวเมเนีย จำกัด ร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมดังกล่าว ณ สวนอัมพร พระราชวังดุสิต

สมพันธ์ จารุมิลินท และ ชนินทร์ ชมะโชติ จากทรู วิชั่นส์

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ กล่าวว่า ชาวไทยภูเขามีฝีมือในการทำงานหัตถศิลป์โดยเฉพาะงานผ้ามีความงดงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละชนเผ่า ซึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับงานผ้าชาวไทยภูเขาเข้ามูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ มาพร้อมๆ กับงานผ้าไทยอื่นๆ เช่นกัน แต่ที่ผ่านมามูลนิธิฯ จะจัดงานนิทรรศการผ้าไหมไทยเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ในปีนี้เป็นปีมหามงคลจึงถือเป็นโอกาสอันดีในการจัดนิทรรศการผ้าชาวไทยภูเขาเป็นครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ โดยการจัดนิทรรศการครั้งนี้เพื่อเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจของทั้งสองล้นเกล้าฯ ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทุกที่ที่มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน เพื่อไปทรงคลายทุกข์ ไม่ว่าจะอยู่ภูมิภาคใดของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อาศัยบนดอย ด้วยทรงตระหนักดีว่าประเทศไทยยังต้องพึ่งพาน้ำจากฝน ทั้งสองพระองค์จึงทรงปลูกฝังให้เรารักษาป่าที่เป็นต้นน้ำลำธารเอาไว้ จึงทรงสอนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บนภูเขาได้ช่วยกันอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ หยุดการทำไร่เลื่อนลอย โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสอนให้พวกเขารู้จักการทำการเกษตรที่ยั่งยืน ไม่ต้องตัดไม้หรือทำไร่เลื่อนลอยอีกต่อไป และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงส่งเสริมให้พวกเขามีรายได้เสริมจากการทำงานหัตถศิลป์ที่เป็นวิถีชีวิตของพวกเขาอยู่แล้วอีกทางหนึ่ง จึงทำให้เกิดนิทรรศการครั้งนี้ขึ้นมา

ทั้งนี้ นิทรรศการ “จากขุนเขาสู่...ศิลปาชีพ” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “จากศิลปาชีพบนขุนเขาสู่ศิลปกรรมร่วมสมัย” โดยจะนำศิลปะบนผืนผ้าที่แสดงถึงวิถีชีวิตชาวเขา 6 เผ่า มาออกแบบจัดแสดงในลักษณะศิลปกรรมสื่อผสม ซึ่งสะท้อนภาพโครงการตามพระราชดำรินับร้อยโครงการที่พระราชทานแก่ชาวไทยภูเขามาอย่างต่อเนื่องเกือบครึ่งศตวรรษ

นันทพงศ์ สินสวัสดิ์

นันทพงศ์ สินสวัสดิ์ เป็นผู้ออกแบบศิลปกรรมสื่อผสมกว่า 70 ผลงาน เผยว่า ผลงานผ้าชาวไทยภูเขาที่มีอยู่ในคลังของศิลปาชีพมีมากมายนับพันชิ้น ผืนผ้าที่สวยน้อยที่สุดที่อยู่ในคลังยังมีความงดงามที่สุดในโลก ในผ้าผืนหนึ่งแม้จะด้อยสุดแต่ก็มีอะไรลึกๆ อยู่ในผ้า ที่ชุบชีวิตชาวไทยภูเขามีหนทางการดำเนินชีวิตแบบใหม่หลุดพ้นจากการทำไร่เลื่อนลอยปลูกฝิ่น นี่คือความงามที่อยู่ใต้ผืนผ้าที่เราต้องมองทะลุมันออกไป และต้องถ่ายทอดความงามที่อยู่ใต้ผ้าที่ผ่านการเย็บ ปัก ตรึง ถ่ายทอดออกมาให้ทุกคนเห็น ศิลปะที่นำมาถ่ายทอดนี้ได้แรงบันดาลใจจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเป็นอัครศิลปิน จึงหยิบยกเอาความเป็นศิลปะมาถ่ายทอด ศิลปะของพื้นถิ่นแสดงสัญลักษณ์และแสดงถึงรายละเอียดวิถีชนเผ่าด้วยแรงบันดาลใจจิตรกรรมฝาผนังล้านนา ทำเป็นงานปักผสมงานผ้า

ตัวอย่างผลงานที่จะนำมาจัดนิทรรศการ

ทั้ง 5 ชั้นของ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จะนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ได้แก่ ชั้นที่ 1 นำเสนอพระวิริยอุตสาหะของทั้งสองพระองค์ที่ทรงเปลี่ยนวิถีการทำมาหาเลี้ยงชีพของชาวไทยภูเขา ซึ่งช่วยให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน ผ่านรูปเชิงสัญลักษณ์เพื่อบอกเล่าถึงชีวิตชาวไทยภูเขาในอดีตต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ส่วนชั้นที่ 2 และ 3 แสดงถึงน้ำพระราชฤทัยของทั้งสองพระองค์ที่ทรงมีต่อชาวไทยภูเขาในรูปของโครงการตามพระราชดำริ และโครงการศิลปาชีพในพื้นที่ชาวเขา 6 เผ่า ผ่านศิลปกรรมสื่อผสมผ้าชาวเขาที่สร้างสรรค์จากภูมิปัญญาของแต่ละชาติพันธุ์ รวมทั้งมีการสาธิตศิลปะการทอผ้าอันงดงามของชาวไทยซึ่งหาชมได้ยาก ชั้นที่ 4 แสดงพระราชกรณียกิจของทั้งสองพระองค์ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ยังคงช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ชาวไทยภูเขาจากรุ่นสู่รุ่น และยังคงอัตลักษณ์ของทุกชาติพันธุ์ไว้ได้ตราบจนปัจจุบัน และชั้นที่ 5 จัดกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ศิลปะผ้าชาวไทยภูเขา โดยผู้เข้าชมนิทรรศการสามารถเข้าร่วมฝึกฝนและสร้างสรรค์ผลงานจากผ้าชาวไทยภูเขาได้ด้วยตัวเอง หรือทดลองแต่งกายชุดชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ แล้วถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ขณะเดียวกันยังมีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพจากชาวเขาจำนวนมากอีกด้วย

ลวดลายอันงดงามที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวไทยภูเขา

ในส่วนของการจัดทำวีดิทัศน์สารดีเฉลิมพระเกียรติชุด “จากขุนเขาสู่...ศิลปาชีพ” ชนินทร์ ชมะโชติ กล่าวถึงการผลิตสารคดีว่า มีจำนวน 52 ตอน ความยาวตอนละ 5 นาที ซึ่งเป็นผลงานคุณภาพของ บริษัท ดอคคิวมาเนีย จำกัด โดยแต่ละตอนจะสอดแทรกถึงแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการช่วยเหลือชาวไทยภูเขา ด้วยการให้ความรู้ ให้อาชีพ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดี จนมาสู่ศิลปาชีพชาวเขา พระอัจฉริยภาพที่ทรงเห็นความงามของผ้าชาวเขา ทรงกระตุ้นให้ชาวเขาเห็นคุณค่าและภูมิใจในศิลปะประจำเผ่าของตน พระอัจฉริยภาพในการนำผ้าชาวเขามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งแนวพระราชดำริที่จะคืนความอุดมสมบูรณ์ของป่าและธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มออกอากาศในวันที่ 1 สิงหาคม-11 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการจัดนิทรรศการ โดยจะเผยแพร่ทางสถานีข่าวโทรทัศน์ TNN 24 เวลา 20.55-21.00 น. หลังข่าวพระราชสำนักทุกวันจันทร์ถึงพฤหัสบดี และวันศุกร์ เวลา 21.00-21.15 น. สถานีโทรทัศน์ TNN 2 ออกอากาศเวลา 20.30 น. วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี และวันศุกร์ เวลา 21.00-21.15 น. และสถานีโทรทัศน์ True 4 U ออกอากาศเวลา 07.55 น. ก่อนเคารพธงชาติทุกวัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top