วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
สุนัขจรจัดกับโรคพิษสุนัขบ้า

สุนัขจรจัดกับโรคพิษสุนัขบ้า

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag : โรคพิษสุนัขบ้า สุนัขจรจัด
  •  

จากครั้งที่แล้ว ผมได้คุยถึงเรื่องโรคพิษสุนัขบ้าทั้งเรื่องสาเหตุ การป้องกัน และการปฏิบัติตนเมื่อถูกสุนัขกัดไปแล้วนั้น วันนี้ยังคงขอคุยเรื่องเกี่ยวกับพิษสุนัขบ้ากันต่ออีกหน่อยนะครับ

เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคจากสัตว์ติดต่อสู่คนที่อันตรายถึงชีวิต ในปัจจุบันโรคนี้ ยังไม่มีทางรักษาให้หาย แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนทั้งในคนและสัตว์เลี้ยงครับ (แม้จะไม่ได้ผลเต็ม 100% ก็ตาม แต่ก็ลดความเสี่ยงได้เยอะมาก)  สุนัขและแมวที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว หากถูกสุนัขที่สงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัด ก็ยังต้องฉีดยาซ้ำ เพียงแต่จำนวนครั้งที่ต้องฉีด จะน้อยกว่ากรณีที่ไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อนครับ

หากสุนัขที่กัดเป็นสุนัขและแมวที่มีเจ้าของ ความวิตกเรื่องโรคพิษสุนัขบ้าอาจจะไม่มากเท่าไหร่ เพราะเจ้าของสัตว์มักจะพาไปฉีดวัคซีนเนื่องจาก “ความรักและความผูกพัน” ที่มีต่อสัตว์เลี้ยง ถึงแม้บางคนอาจพาไปฉีดเพียงแค่เพราะกลัวว่าจะ “แพร่โรคมาถึงตนเอง” หากสัตว์เลี้ยงได้รับเชื้อก็ตามครับ

แล้วถ้าเป็นสุนัขและแมวจรจัดล่ะ ??? เราจะมั่นใจได้หรือ???

แม้ว่าในปัจจุบันจะมีหน่วยงานของรัฐ เช่น กรมปศุสัตว์ เทศบาล คณะสัตวแพทยศาสตร์ และภาคเอกชนอีกหลายแห่ง มีโครงการที่จะช่วยฉีดวัคซีนเพื่อลดการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า แต่ก็ไม่สามารถทำได้ครบทุกเขต และไม่มีทางได้ครบทุกตัว เนื่องจากติดปัญหาการเข้าถึงตัวสุนัขจรจัดเหล่านั้น อีกทั้งอัตราการเพิ่มของประชากรสุนัขจรจัดในปัจจุบันก็ยังจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูงอยู่ครับ

สุนัขและแมวจรจัดมาจากไหนล่ะ??


ปัญหาสุนัขและแมวจรจัดที่มีจำนวนมากมายในปัจจุบันนั้น ล้วนมีสาเหตุหลักมาจาก “การเลี้ยงสัตว์แบบขาดความรับผิดชอบ”

หลายคนที่คิดที่จะเลี้ยงสัตว์ อาจเลี้ยงเพราะเห็นความน่ารักของลูกสัตว์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป สัตว์เริ่มโตขึ้น ความน่ารักและความสวยงามลดลง รวมถึงเริ่มรู้สึกว่าไม่อยากเลี้ยง เพราะเป็นภาระ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จึงไม่อยากจะดูแลรับผิดชอบต่อ หลายคนผลักภาระให้สังคม โดยการนำไป “ปล่อย” ตามที่สาธารณะ เช่นตามวัด ตามโรงเรียน ตามตลาด หรือแหล่งชุมชนต่างๆ

การแก้ปัญหา โดยหวังการปลูกฝังความรับผิดชอบต่อสัตว์ที่ตัว “ผู้ใหญ่” นั้น อาจเป็นเรื่องยาก เพราะความเคยชิน

ผมมองว่า การรณรงค์ให้ “เยาวชนรุ่นใหม่” มีจิตสำนึกในการเลี้ยงสัตว์ ให้เขาตระหนักว่า “สุนัขและแมวเป็นสิ่งมีชีวิต” ไม่ใช่สิ่งของหรือของเล่น ถ้าตัดสินใจจะเลี้ยงแล้ว ก็ให้รับผิดชอบชีวิตเขา เสมือนเขาเป็น “สมาชิกคนหนึ่ง/ตัวหนึ่งในครอบครัว” น่าจะเป็นแนวทางการแก้ปัญหา ที่แม้จะเห็นผลช้า แต่ก็น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่มั่นคงและถาวรที่สุดครับ

“การทำหมันสุนัขและแมวจรจัด” ที่หลายหน่วยงานช่วยกันทำอยู่แล้วนั้น อาจเป็นทางออกที่ช่วยได้ทางหนึ่ง แต่ก็เป็นเพียงการ “ลดหรือชะลอ อัตราการเพิ่ม” ให้จำนวนสัตว์เพิ่มในอัตราที่ช้าลงเท่านั้น ไม่ใช่การทำให้จำนวนสัตว์ลดลง เพราะเรา “ไม่ได้ฆ่าสัตว์” และมั่นใจว่าคนไทยอย่างเราๆ ก็ไม่มีความคิดที่จะสนับสนุนให้ฆ่าสัตว์ด้วย

ดังนั้นเมื่อผ่านการทำหมันไปแล้ว ปริมาณสัตว์จรจัดจะยังมี “จำนวนคงเดิม” และดำรงชีวิตได้ตามปกติ ตามอายุขัยของเขา เพียงแต่ “ไม่เพิ่มจำนวน” ไม่ได้แพร่ลูกหลานให้เป็นปัญหาต่อสังคมเพิ่มขึ้นเท่านั้นเองครับ

สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ไม่ให้จำนวนสัตว์จรจัดเพิ่มขึ้น ต้องเริ่มต้นจาก “ตัวเราและครอบครัวของเรา” จากนั้นจึงค่อยๆ ขยายไปเป็น “หมู่บ้าน”  และไปยัง “ชุมชน” ที่ใหญ่ขึ้น

ถ้าเราปลูกฝังให้ “เด็กรุ่นใหม่” มีความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยงมากขึ้นแล้ว ผมมั่นใจว่า ปัญหาเรื่องสุนัขและแมวจรจัด ที่เป็นสาเหตุหลักของโรคพิษสุนัขบ้า ก็จะค่อยๆ ลดลงแน่นอนครับ

ผมอยากฝากให้พวกเราตระหนักว่า

● สุนัขและแมว “เป็นสัตว์เลี้ยง” ไม่ใช่สิ่งของ ต้องการความรักความผูกพัน

● สุนัขและแมว “เป็นสิ่งมีชีวิต” ต้องการการเอาใจใส่ ไม่ใช่ว่าปล่อยปละละเลยจนตาย แล้วก็กดปุ่มรีสตาร์ทใหม่ได้

● สุนัขและแมว “เป็นสิ่งมีค่า” มีค่าใช้จ่าย ค่าอาหารค่าอุปกรณ์ ค่ารักษา ค่าวัคซีน ค่าเครื่องใช้ ดังนั้นก่อนที่จะเลี้ยงเราต้องคิดเผื่อค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไว้ด้วย

หากคิดจะเลี้ยงแล้ว “ต้องเลี้ยงอย่างมีความรับผิดชอบ” ถ้าทุกคนคิดได้เช่นนี้ ผมมั่นใจว่า สัตว์จรจัดที่เกลื่อนถนนจะมีจำนวนลดลงปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าก็จะลดลงด้วยเช่นกันครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

รวบแก๊งลวงสาวโสดวัยเกษียณลงทุน คุยจนเหยื่อมีใจ ก่อนหลอกโอน10ล้าน

กระทิงป่าคลั่ง! ขวิดชาย56ดับกลางป่าวังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบ

‘ธรรมนัส’ประกาศสู้กลุ่มทุน ทวงที่ดินคืนให้เกษตรกร แม้เป็นเผือกร้อนก็ไม่ถอย

‘เต้น’ปลุกชาวปากน้ำ เลือก‘เพื่อไทย’ยกจังหวัด หลังเคยกาตามกระแส

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved