วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
เปิดโครงการลดคาร์บอนในอุทยาน
การพัฒนาเมืองมรดกโลกที่ผ่านมานั้นทำให้มีการดำเนินการอนุรักษ์และพัฒนาตามแผนแม่บทให้ได้มาตรฐานตามที่ยูเนสโกกำหนด ทำให้มีคณะกรรมการระดับรัฐบาลและท้องถิ่นขึ้นเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อคุณค่ามรดกโลกจากการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ขึ้น อาทิตย์นี้ได้ตามรอยไปที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
ด้วยเป็นแห่งแรกในการนำเสนอแผนบริหารจัดการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตามยุทธศาสตร์ฯ โดยเฉพาะการยกระดับให้อุทยานประวัติศาสตร์นั้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นอุทยานคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ หรือโลว์คาร์บอน ที่เริ่มนำร่องที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเป็นแห่งแรก โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่ (อพท.4 และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อรองรับกิจกรรมต่างๆ ภายในเขตพื้นที่ชั้นในของอุทยานประวัติศาสตร์ฯ รวมระยะทาง 5 กิโลเมตร
.jpg)
การแสดงระบำศรีสัชนาลัย
สาระสำคัญนั้นก็คือการประกาศห้ามนำยานพาหนะที่ใช้น้ำมัน ทั้งรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ เข้ามาขับขี่ภายในพื้นที่อุทยาน โดยกำหนดรูปแบบการท่องเที่ยวภายในอุทยานในรูปแบบรณรงค์ให้ประชาชนปั่นจักรยานเที่ยวชมโบราณสถาน ให้มีการเดินชม และนั่งรถรางไฟฟ้า ทางอุทยานให้บริการชมบริเวณโบราณสถาน 10 จุด ที่อุทยานประวัติศาสตร์ได้ปรับภูมิทัศน์ภายในอุทยานให้มีระเบียบสวยงามโดยปรับปรุงช่องทางเข้า-ออกให้เป็นทางเดียว ย้ายร้านค้าที่อยู่ภายในทั้งหมดออกไปอยู่จุดเดียวตรงบริเวณทางออกอุทยานฯ ซึ่งมีการจัดทำเป็นศูนย์ขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ส่งเสริมรายได้ชุมชน ที่ได้ผ่านการทำประชาพิจารณ์ สอบถามความคิดเห็นกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการมาแล้ว พร้อมกับประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่กระจายข่าวสารไปยังทุกเขตพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจถึงข้อควรปฏิบัติในการเข้ามาเที่ยวเมืองมรดกโลกให้ประชาชน สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และมีความยั่งยืนต่อไป
พร้อมกับร่วมเปิดตัวอุทยานประวัติศาสตร์โลว์คาร์บอนขึ้น อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยแห่งนี้อยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ห่างจากตัวจังหวัดสุโขทัย ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 12 กิโลเมตรโดยมีถนนจรดวิถีถ่อง ทางหลวงหมายเลข 12 สายสุโขทัย-ตาก ผ่านพื้นที่
.jpg)
ความร่วมมือจากทุกฝ่ายลดคาร์บอน
ด้วยเหตุที่เมืองสุโขทัยเคยเป็นราชธานีที่มีความเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางของประเทศมามากกว่า 700 ปีนั้น ทำให้มีโบราณสถาน โดยมีคูเมือง กำแพงเมือง และประตูเมืองล้อมรอบอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยมากกว่า 70 ตารางกิโลเมตร และมีโบราณสถานสำคัญที่น่าชมมากมายอยู่ทั้งภายในเมืองเก่าที่จารึก เรียกว่า ตรีบูร มีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยม
ผืนผ้า มีขนาดกว้าง 1,300 เมตร ยาว 1,800 เมตร กำแพงชั้นในเป็นศิลาแลงก่อบนคันดิน กำแพงสองชั้นนอกเป็นคูน้ำสลับกับคันดิน นอกจากทำหน้าที่ป้องกันข้าศึกแล้วคูน้ำยังใช้ระบายน้ำไม่ให้ไหลท่วมเมืองอีกด้วย ระหว่างกึ่งกลางแต่ละด้านมีประตูเมือง และป้อมหน้าประตู ส่วนนอกเมืองก็มีเขตอรัญวาสีซึ่งมีวัดโบราณสถานสำคัญอยู่มากเช่นเดียวกัน
ดังนั้นการลดคาร์บอนจึงเป็นการให้นักท่องเที่ยวช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมโดยเที่ยวชมโบราณสถานในตัวเมืองเก่านี้ก่อน ซึ่งมีวัดมหาธาตุอยู่กลางเมืองและเป็นวัดใหญ่ และวัดสำคัญของกรุงสุโขทัย มีพระเจดีย์มหาธาตุทรงดอกบัวตูม หรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์เป็นศิลปะแบบสุโขทัยแท้ วัดชนะสงครามมีเจดีย์ทรงระฆังกลมขนาดใหญ่ เป็นเจดีย์ประธาน และมีวิหาร โบสถ์ เจดีย์รายต่างๆ เนินปราสาท วัดตระพังเงินที่มีเกาะและโบสถ์ตั้งอยู่กลางน้ำ และวัดสระศรีเป็นวัดที่มีโบราณสถานสำคัญอยู่บริเวณกลางสระน้ำที่มีขนาดใหญ่ ชื่อว่า ตระพังตระกวน เป็นต้น
.jpg)
ประชาชนรวมใจกันร่วมโครงการ
นับเป็นการให้พื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญมีการการลดคาร์บอนเป็นแห่งแรก และวิธีการเดียวกันจะมีการนำผลดีไปใช้จัดในอุทยานประวัติศาสตร์แห่งอื่นต่อไปด้วย
.jpg)
ชาวต่างชาติร่วมมือลดคาร์บอน
.jpg)
วัดมหาธาตุ
.jpg)
วัดสระศรี
.jpg)
ธรรมชาติจากอุทยาน
.jpg)
ขี่จักรยานชมโบราณสถาน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี