วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
The Toilet of Bathsheeba ของ Jacopo Zucchi
นักท่องเที่ยวที่เพิ่งเข้ามิวเซียมใหม่ๆ คงสงสัยว่า ทำไมมิวเซียมหรือห้องภาพที่จัดแสดงภาพรุ่นเก่าถึงมีแต่ภาพที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาคริสต์มากนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปพระนางมารีอุ้มพระบุตร ภาพ The Holy Family และภาพที่มีชื่อซํ้าๆ อีกหลายชื่อ ทั้งนี้เพราะในสมัยโบราณผู้ที่มีฐานะมั่งคั่งมากพอที่จะสั่งหรือจ้างวาดภาพได้มีแต่กษัตริย์ ขุนนางระดับสูงและศาสนจักรเท่านั้น ภาพส่วนใหญ่ที่ศิลปินเขียนจึงมักเป็นไปเพื่อการตกแต่งโบสถ์เป็นส่วนใหญ่ เรื่องราวที่ใช้ในการเขียนจึงมักเป็นเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลทั้งนั้น นักท่องเที่ยวที่มีความรู้เกี่ยวกับพระคัมภีร์จะได้เปรียบคนที่ไม่มีความรู้หน่อยตรงที่สามารถดูภาพได้อย่างสนุกสนานกว่า แต่ผู้ที่ไม่มีความรู้เลยก็สามารถที่จะถือโอกาสหาความรู้จากการดูภาพได้เช่นกัน

The Toilet of Bathsheeba ของ Jacopo Zucchi detail
National Gallery of Ancient Art ซึ่งเป็นสถานที่หนึ่งที่เก็บสะสมภาพรุ่นเก่าจึงมีภาพเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลมากมาย เช่น Ascension of Virgin ของ Benvenuto Tisi ศิลปินอิตาลียุคเรอเนสซองส์ แมนเนอริส ภาพที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อประดับทางเดินในโบสถ์ Santa Maria in Vado นี้ถูกนำมาโรมครั้งแรกเพื่อถวายแด่พระสันตะปาปาในปี 1598 ผู้ชมจะเห็นว่า ภาพพระบุตรลอยขึ้นบนฟ้ากลับสู่สวรรค์อันเป็นช่วงเวลาหลังจากที่พระองค์ฟื้นคืนชีพแล้ว 40 วันนี้ได้รับอิทธิพลจากแนวทางการเขียนภาพของRaphael อย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเสื้อผ้าและการให้สี
Christ and the Woman Taken in Adultery ของ Jacopo Robusti หรือ Tintorettoศิลปินอิตาลียุคเรอเนสซองส์ ภาพนี้เป็นตอนหนึ่งในพระคัมภีร์ที่ศิลปินสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างหลากหลาย พระคัมภีร์ตอนนี้มาจากจอห์น 53:8-11 ที่พระเยซูใช้นิ้วเขียนลงบนพื้นรอบตัวหญิงที่เคยทำความผิดซึ่งปกติมักถูกหินขว้างจนตายว่า ใครผู้ไม่เคยทำผิดสามารถขว้างหินใส่หญิงคนนี้ได้เลย ประชาชนที่มายืนอยู่รอบๆ จึงเดินหนีจากไป นางจึงรอดตายได้โดยพระคุณของพระบุตรด้วยประการฉะนี้ผลงานชิ้นนี้ของศิลปินแสดงให้เห็นถึงอัจฉริยภาพของศิลปินอย่างมากตั้งแต่สีหน้าท่าทางและเสื้อผ้าของตัวละครแต่ละตัว รวมทั้งการจัดวางองค์ประกอบของภาพจนดูเป็นสามมิติได้อย่างเหลือเชื่อ

Christ and the Woman Taken in Adultery ของ Jacopo Robusti
The Toilet of Bathsheeba ของ Jacopo Zucchi ศิลปินอิตาลียุคแมนเนอริสซึมภาพนี้เคยถูกยืมไปเบอร์ลินในปี 1908 และถูกเชื่อว่าถูกระเบิดทำลายไปตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองแล้ว แต่ก็หวนกลับมาสู่ห้องภาพนี้ได้อีกในปี 1998 ภาพที่นางบาชีบาอาบน้ำนี้เป็นภาพในพระคัมภีร์ตอนหนึ่งที่ศิลปินยุคเรอเนสซองส์นิยมสร้างสรรค์ผลงาน เรื่องราวส่วนนี้ในพระคัมภีร์เก่ามีว่า กษัตริย์ดาวิดเห็นนางบาชีบาภรรยาของของ Uriah ทหารเอกของพระองค์กำลังอาบน้ำ พระองค์เกิดติดใจเลยสั่งให้ทหารนำนางมาพบพระองค์และหลับนอนด้วย เมื่อนางตั้งครรภ์ กษัตริย์ดาวิดก็ออกอุบายเพื่อฆ่า Uriah ในสงครามและรับเอานางมาเป็นภรรยา พระเจ้าจึงทรงลงโทษกษัตริย์ดาวิดด้วยการอนุญาตให้บุตรคนแรกของพระองค์กับนางบาชีบาเสียชีวิต แต่ยอมให้บุตรคนที่สองเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ นั่นคือ โซโลมอน ผลงานชิ้นนี้ของศิลปินมีการจัดวางองค์ประกอบภาพคล้ายกับละครเวทีโดยท่วงท่าของนางบาชีบาและผู้รับใช้ดูอ่อนช้อยคล้ายกับงานประติมากรรม ส่วนการลงสีที่เรียบเนียนก็สมกับเป็นงานแนวแมนเนอริสต์ต้นแบบ (ภาพจาก Guide the NationalGallery of Ancient Art at PalazzoBarberini)

Ascension of Virgin ของ Benvenuto Tisi

Christ and the Woman Taken in Adultery ของ Jacopo Robusti detail2

Christ and the Woman Taken in Adultery ของ Jacopo Robusti detail
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี