วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
ซีพีเอ็น หรือบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) ร่วมกับ มาสเตอร์การ์ดบัตรไทยไลฟ์การ์ดและบัตรเดอะ วัน การ์ด ชวนคนไทยก้าวเข้าสู่ปีใหม่พ.ศ. 2560 อย่างเรียบง่าย ชวนส่งต่อความดีและส่งต่อพลังใจให้กันและกัน พร้อมเปิดตัวแคมเปญฉลองเทศกาลความสุขในงาน “ไลท์เทิ่น อัพ ทูเกเตอร์” (Lighten Up Together) งดงามสว่างไสวไปจนถึงวันที่ 15 มกราคม 2560 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และ เซ็นทรัลเฟสติวัล 30 สาขาทั่วประเทศ
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด ซีพีเอ็น เผยว่าในช่วงส่งท้ายปลายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ก้าวสู่ปี พ.ศ. 2560 นี้ ซีพีเอ็น ได้น้อมนำคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาจุดประกายพลังใจให้กับคนไทย ด้วยการจัดตกแต่งศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัล ทั้ง 30 ศูนย์ทั่วประเทศให้มีความเรียบง่าย งดงามสว่างไสวด้วยการประดับดวงไฟและตกแต่งของประดับคริสต์มาสด้วยสีขาวและเขียว มีกิจกรรมเพื่อเทิดพระเกียรติ และการจุดเทียนเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการจุดประกายพลังใจของคนไทยทั้งชาติ ให้เกิดแรงบันดาลใจ น้อมนำคำสอนเพื่อเป็นแสงสว่างส่องแนวทางเป็นหลักในการดำเนินชีวิต และส่งต่อแบบอย่างที่ดีนี้ให้กับคนรุ่นหลังต่อไป
ในงานเปิดตัวแคมเปญ เหล่าเซเลบริตี้เผยถึงการน้อมนำคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาจุดประกายพลังใจให้กับคนไทย ส่งความสุขและพลังความดี เริ่มที่กรองกาญจน์ ชมะนันทน์ บอกว่า การได้อ่านพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นแรงบันดาลใจที่ดีที่สุด และขอยกพระบรมราโชวาทของพระองค์ในเรื่องการเลี้ยงลูก ที่ว่า “เด็กเป็นคนที่จะรับช่วงทุกสิ่งทุกอย่างต่อจากผู้ใหญ่ ดังนั้น เด็กทุกคนสมควรที่จะต้องได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกต้องและเหมาะสม ให้มีศรัทธามั่นคงในคุณงามความดี มีความประพฤติเรียบร้อย สุจริตและมีปัญญาฉลาดในเหตุผล” สิ่งเหล่านี้ถ้าประชาชนทุกคนได้น้อมนำมาปฏิบัติในการดำเนินชีวิต ก็จะทำให้สังคมมีความสุข ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า
.jpg)
หญิง-กรุณา วัจนะพุกกะ บอกว่า คำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ตนยึดเป็นหลักในการดำเนินชีวิต มี 2 ข้อ คือ “ความกตัญญู” ที่เป็นสิ่งที่เราทำได้ในทุกๆ วันและเห็นผลว่าทำแล้วดีจริง และ “การปิดทองหลังพระ” ที่ว่าเมื่อทำดีแล้วไม่จำเป็นจะต้องบอกใครหรือทำให้ใครเห็น เพราะเมื่อได้ทำความดีแล้วคนที่เห็นและภูมิใจที่สุดก็คือตัวเราเอง สำหรับการส่งต่อความดีให้คนรอบข้างอย่างแรกเลยเราจะต้องลงมือทำ และเมื่อมีโอกาสไปร่วมโครงการดีๆ ก็จะช่วยแชร์ในช่องทางโซเชียล ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ ที่เราทำได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้จะคิดเสมอว่า เมื่อพ่อหลับเราจงตื่นทำดีเพื่อพ่อเพราะพ่อจะอยู่กับเราตลอดไป
ส่วน แป้ง-อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ เล่าว่าแรงบันดาลใจและข้อคิดที่ได้รับจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 คือความอดทนและความพยายามในการทำความดีแป้งเติบโตมาในรัชกาลของพระองค์ท่าน เห็นพระองค์ทรงงานหนักมาก ไปในถิ่นทุรกันดาร ไม่ย่อท้อต่อความเหนื่อย และความร้อนซึ่งความจริงแล้วพระองค์ไม่ต้องทรงทำแบบนั้นก็ได้ เพราะทรงเป็นกษัตริย์ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้ ได้เห็นถึงพลังความรักของคนไทยที่มีต่อพระองค์ท่าน เป็นการจุดประกายและเป็นพลังให้ทุกคนทำความดี ถึงแม้ว่าพระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว แต่ความดีของพระองค์ท่านปรากฏในเห็นเป็นรูปธรรมผ่านโครงการพระราชดำริของท่านในทุกๆ ที่ของประเทศไทย
ส่วนหนุ่มอังกฤษหัวใจไทย แจ็ค บราวเจ้าของเพจดังและอินสตาแกรม Dekfarangที่มีความรักแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 อยู่เต็มหัวใจได้เล่าด้วยความประทับใจว่า พระองค์ท่านทรงงานหนักตลอดเวลา 70 ปีงานทุกอย่างล้วนแต่ช่วยเหลือคนที่พระองค์ท่านรักที่สุดคือ ประชาชนชาวไทย มั่นใจว่า “ในโลกนี้ไม่มีใครดีเท่าในหลวงอีกแล้ว” พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ผมทำดี ไม่ว่าจะทำอะไรผมจะนึกถึงพระองค์ท่าน ผมใส่สายรัดข้อมือ ที่เขียนว่า “เรารักในหลวง” เป็นสิ่งเตือนใจว่าวันนี้ได้ทำดีหรือทำอะไรเพื่อคนอื่นแล้วหรือยัง ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่หรือใช้เงินมากก็ได้ แค่เราเริ่มต้นทำและส่งต่อความดีให้ผู้อื่น เมื่อมีคนเห็นแล้วช่วยกัน จะทำให้โลกของเราดีขึ้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี