วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ แน่นอนว่าสิ่งที่อยากให้ลูกน้อยได้รับประทานนั้น เราต้องแน่ใจแล้วว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด ให้คุณค่าทางสารอาหารได้ครบถ้วนที่สุด และต้องไม่ทำให้ลูกแพ้ด้วย อย่างไรก็ตาม อาหารที่ทำให้ทารกและเด็กเล็กเกิดอาการแพ้กันบ่อยนั้น มักเป็นอาหารง่ายๆ ใกล้ตัวที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวัน เช่น นมวัว ถั่ว แป้งสาลี ไข่ขาว อาหารทะเล หรืออาหารแปรรูปต่างๆ นอกจากนี้ ทั้งสารเคมีและสารปนเปื้อนในอาหารก็เป็นอีกปัญหาหนักอกสำหรับพ่อ-แม่ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยทารกตั้งแต่ 6 เดือนไปจนถึงวัยเด็กเล็ก
คำถามคือ เราจะหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ลูกแพ้ได้อย่างไร และจะทราบได้อย่างไรว่าอาหารชนิดใดบ้างที่ปลอดภัย ไม่ทำให้ลูกเกิดอาการแพ้ และควรให้ลูกรับประทานอาหารชนิดใดเป็นการทดแทนเพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน หนึ่งในทางแก้สำหรับอาการแพ้อาหารในเด็กที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด ก็คือการรับประทานอาหารแบบ Plant-Based, Whole Food (PBWF) อันหมายถึง แนวทางการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก โดยพืชผักหรือธัญพืชที่รับประทานต้องไม่มีการสกัด ไม่มีการขัดสีและไม่มีการแปรรูปใดๆ
คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มให้ลูกรับประทานอาหาร PBWF ได้หลายวิธี โดยเริ่มได้ตั้งแต่วัยทารกเมื่ออายุ 6 เดือนขึ้นไป นอกจากอาหาร PBWF จะช่วยป้องกันอาการแพ้ของลูกและช่วยให้ลูกน้อยมีสุขภาพที่ดีในระยะยาวแล้ว อาหารแบบ PBWF ยังช่วยให้ลูกกระตือรือร้นและฉลาดขึ้นด้วย

เหตุผลที่ควรให้ลูกเริ่มต้นรับประทานอาหาร PBWF ตั้งแต่ยังเล็ก? PBWF ทำให้ลูกมีความเสี่ยงในการแพ้อาหารลดลง แนวทางการรับประทานอาหารแบบ PBWF หรือการรับประทานอาหารพืชเป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาตินั้น หมายถึงการลดการรับประทานอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ อาหารทะเล อาหารแปรรูป หรือแป้งสาลี ดังนั้น เด็กที่รับประทานอาหารตามแนวทาง PBWF ก็จะมีปัญหาเรื่องอาการแพ้ และปัญหาเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหารน้อยลง
อาหารในหมวด PBWF มีสารก่อภูมิแพ้ในปริมาณที่น้อยมาก เมื่อลูกวัยทารกอายุครบ 6 เดือนขึ้นไปควรให้เริ่มทานอาหาร PBWF เพราะมีสารก่อภูมิแพ้น้อยกว่าอาหารทั่วๆ ไป ยกตัวอย่างเช่น ข้าวกล้องบด หรือข้าวกล้องบดผสมผักผลไม้ชนิดต่างๆ เช่น แครอท ผสมกล้วย หรือฟักทอง
PBWF ทำให้ลูกมีสุขภาพดีขึ้นภายในเวลา 4 สัปดาห์เท่านั้น วารสารกุมารเวชศาสตร์ในสหรัฐอเมริการะบุว่า เด็กที่รับประทานสารอาหารพืชเป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงอาหารธรรมชาติกลุ่มโฮลฟู้ดที่เน้นพืชผักผลไม้ (Plant-Based, Whole Food) นั้น มีน้ำหนักและค่าความดันโลหิตที่ลดลง รวมทั้งมีค่าคอเลสเตอรอลอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้นภายในเวลาเพียง 4 สัปดาห์เท่านั้น

แม้ว่าการรับประทานอาหาร PBWF จะมีข้อดีมากมาย คุณพ่อคุณแม่ก็ยังคงกังวลว่าการรับประทานอาหารตามแนวทางดังกล่าวอาจทำให้ลูกเสี่ยงต่อการขาดสารอาหารได้ อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหาร PBWF นั้นไม่จำเป็นต้องให้ลูกงดการทานเนื้อสัตว์ไปเลย แค่เพียงลดปริมาณของเนื้อสัตว์กับอาหารแปรรูปให้น้อยลงและรับประทานอาหารที่เน้นผักผลไม้และธัญพืชเป็นหลักให้มากขึ้น นอกจากนี้ การรับประทานอาหาร PBWF นั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ผักใบเขียว หากให้ลูกรับประทานผักและธัญพืชหลากหลายชนิด ลูกก็จะได้รับสารอาหารที่หลากหลายและครบถ้วน ยกตัวอย่างเช่น การได้รับโปรตีนจากถั่วฝักเมล็ดกลม (peas) ถั่วฝักเมล็ดไม่กลม (bean) ถั่วเลนทิล (Lentil) คาร์โบไฮเดรตจากธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือขัดสีแต่น้อย (whole grains) โดยเฉพาะข้าวกล้อง และไขมันจากอะโวคาโด มะกอก ถั่วเปลือกแข็ง (nut) เมล็ดพืช
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี