ไม่ต้องรวยก็เล่นหุ้นได้’ พรวิมล รัตนประไพ

วันเสาร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555, 06.00 น.

 

“คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” หากใครที่เห็นด้วยกับคำพูดประโยคนี้แล้วล่ะก็ต้องไปทำความรู้จัก ยุ้ย-พรวิมล รัตนประไพนักลงทุนสาว แห่งศูนย์การเรียนรู้สตาร์เทรดเดอร์ไทยแลนด์ คนนี้เสียก่อน แล้วเธอจะทำให้คุณมีมุมมองใหม่ๆ แม้เงินแค่หลักหมื่น ก็สามารถเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นที่ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก ถ้าคุณรู้จักที่จะใช้เงินทำงานให้เป็น

ยุ้ย-พรวิมล รัตนประไพ มีดีกรีปริญญาตรีจาก คณะวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อดีตสาวแบงก์อีกหนึ่งคนที่ค้นพบวิถีชีวิตของตนเองตั้งแต่อายุยังอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ด้วยความคิดต่าง แต่เป้าหมายไม่ต่างที่ว่า อยากประกอบอาชีพที่ไม่ยึดติดกับเวลา ไม่ต้องเจอคนเยอะๆ แต่รายได้ดี ฟังอย่างนี้อย่าเพิ่งเข้าใจผิด เพราะเธออธิบายเหตุผลให้ฟังว่า

“ช่วงที่ใกล้จะจบมีหลายอย่างที่ต้องคิดเยอะ เริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่เราเรียนมันอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด อาชีพในฝัน อยากทำงานที่ไม่ต้องทำงานทั้งวันไม่ต้องตื่นเช้ามาเจอคนเยอะๆ พอถึงเวลาเลิกงานก็กลับบ้าน รู้สึกเหมือนเป็นวงจรที่น่าเบื่อ หรืออาจจะเป็นความขี้เกียจของตนเอง ที่คิดว่าอยากหาเงินได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอความเมตตาจากคนอื่น ขยันมากหน่อยก็ได้เงินเยอะหน่อย ขยันน้อยหน่อยก็ได้เงินน้อยหน่อย ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของตนเอง”

พอคิดได้ดังนั้น ยุ้ย ก็เริ่มมองหา “งาน” ที่ตอบสนองความต้องการของตัวเอง จนค้นพบว่าการลงทุนในตลาดหุ้นคงจะเหมาะกับอุปนิสัยของเธอแต่ประโยคที่ว่า “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” ก็ทำให้เธอคนนี้วิตกอยู่บ้างเล็กน้อย เพราะฐานะของเธอก็ไม่ใช่ว่าร่ำรวยมีเงินถุงเงินถัง มากพอที่จะเอามาลงทุนได้จำนวนมาก นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอท้อแท้ อาศัยวิธีคิดจากการเรียนด้านวิทยาศาสตร์ที่ต้องตั้งสมมุติฐาน หาเหตุและผล ยุ้ยเริ่มศึกษาวิธีการลงทุนในตลาดหุ้นด้วยตนเองอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปัจจัยการลงทุน วิธีการซื้อ-ขาย วิธีวิเคราะห์หุ้น และเล่นหุ้นอย่างไรถึงจะทำกำไรได้ และในที่สุดเธอก็ได้คำตอบว่า “ไม่ต้องรวยฉันก็เล่นหุ้นได้”

“โดยส่วนใหญ่คนมักจะคิดว่าต้องมีเงินทุนเยอะถึงจะเล่นหุ้นได้ แต่การที่เรามีเงินเยอะ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเล่นหุ้นประสบความสำเร็จ ทำกำไรได้ เพราะบางทีเงินเยอะก็ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อตัวไหน ดังนั้น การมีเงินเยอะไม่ได้ตอบโจทย์ มันสำคัญที่ว่าคุณมีความรู้หรือยัง ถ้าคุณมีความรู้จะลงทุนตลาดไหนก็โอเคหมด มีเงินน้อยก็ลงทุนได้หมด

พอยุ้ยศึกษามาได้สักระยะก็รู้แล้วว่าเงินน้อยๆ แบบเรานี่ ตลาดหุ้นต่างประเทศเหมาะกับตัวเองที่สุด เพราะตลาดหุ้นต่างประเทศจะมีเครื่องมือ มีตัวช่วยในการตัดสินใจว่าเราควรจะลงทุน ทำกำไรได้อย่างไร อีกทั้งตลาดหุ้นต่างประเทศจะมีซอฟต์แวร์ต่างๆ ในเรื่องการบริหารความเสี่ยง ก็จะทำให้ผิดพลาดหรือขาดทุนน้อยกว่า อย่างที่บอก ยุ้ยไม่ได้ลงทุนคราวละมากๆ เรียกว่าพอสมน้ำสมเนื้อ ลงน้อยๆ แต่หมุนเวียนบ่อย”

หลังจากเรียนจบและทำงานประจำได้ระยะหนึ่ง ยุ้ย ตัดสินใจลาออก และผันตัวเองมาเป็น “นักลงทุน” อย่างเต็มตัว หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นนักเล่นหุ้นนั่นเอง สั่งสมประสบการณ์มานานกว่า 5 ปี ในการค้นวิธีที่จะทำกำไรจากการลงทุนในตลาดหุ้นซึ่งวันนี้ ยุ้ย บอกว่า เป็นอาชีพที่ตรงกับฝันมากทีเดียว ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องออกจากบ้านเธอก็ทำงานและมีรายได้ที่น่าพอใจ

ยุ้ย บอกเคล็ดลับการลงทุนในตลาดหุ้นให้ประสบความสำเร็จว่า สิ่งสำคัญอย่าโลภ ไม่ใช่ว่าลงทุนครั้งแรกได้กำไร ครั้งต่อไปก็ทุ่มสุดตัว หรือกว้านซื้อหุ้นเพียงตัวเดียวแต่ต้องรู้จักพอประมาณวันนี้ซื้อ พรุ่งนี้ราคาหุ้นอาจขึ้นมาอีกไม่กี่บาทก็ควรจะพอใจ

“เชื่อเถอะค่ะว่าถ้าคุณศึกษาตลาดหุ้นดีๆ อย่างหุ้นต่างประเทศ คุณมีเงินทุนเริ่มต้นประมาณ 1,000-2,000 เหรียญ คิดเป็นเงินไทยราวๆ 50,000 บาท สามารถทำกำไรเฉลี่ยอย่างต่ำได้ 300 เหรียญต่อคืน เดือนหนึ่งคุณจะมีรายได้ประมาณ 20,000-30,000 บาท มันมากกว่าเงินเดือนประจำของคุณทั้งเดือนเสียอีก แต่อย่างที่บอก คือเราต้องมีสติ มีน้อยก็ลงทุนน้อย แต่ต้องรู้จักวิธีที่จะบริหารให้เงินทำงานแทนเราให้เป็น อย่าตาโต อย่าคิดจะรวยเพียงข้ามคืน อันนี้คุณไม่ประสบความสำเร็จแน่ๆ”

5 ปี แล้วที่ ยุ้ย ยึดอาชีพนี้ และเธอเองก็คิดว่าคงมีคนไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่สนใจการลงทุนในตลาดหุ้น แต่ไม่รู้วิธีที่จะเริ่มต้น เหมือนที่เธอเคยเป็นมาในอดีต เธอจึงอยากแบ่งปันประสบการณ์เหล่านี้ให้แก่ผู้สนใจ จึงได้ เปิด ศูนย์การเรียนรู้สตาร์เทรดเดอร์ ไทยแลนด์ มีหลักสูตรการเล่นหุ้นให้ประสบความสำเร็จ แบ่งเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่พื้นฐานถึงขั้นแอดวานซ์ คือ White Green Blue และ Gold

“หลักสูตรที่ยุ้ยคิดขึ้น คือสอนวิธีการลงทุนตั้งแต่เริ่มต้น ใช้กลยุทธ์อะไรทำกำไรได้การบริหารแบบไหน มีความเสี่ยงอะไรบ้าง เครื่องมือต่างๆ มีกลยุทธ์อะไรบ้างที่จะทำให้คุณได้กำไรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะตลาดหุ้นไหนๆ ก็เหมือนกัน แต่สิ่งที่แตกต่างคือกลยุทธ์ในการทำกำไร หากเราหาเจอเราก็สามารถหากำไร ใช้เวลาอบรม 5 วัน พร้อมฝึกปฏิบัติ ซึ่งมีโปรแกรมซอฟต์แวร์ให้ทดลองซื้อ-ขายหุ้น”

ในแต่ละหลักสูตรนั้น ยุ้ย บอกว่ารับครั้งละไม่เกิน 10 คนต่อเดือนต่อหลักสูตร เพราะต้องการให้ผู้อบรมได้รับความรู้อย่างเต็มที่ เมื่ออบรมจบหลักสูตรแล้วทุกท่านสามารถควบคุมให้ “เงินทำงาน” ได้จริง

“ตอนแรกๆ ที่บ้านก็ไม่เข้าใจ เพราะเขามองว่ามันจะมั่นคงจริงหรือ ทำงานธนาคารก็ดีอยู่แล้ว แต่ในที่สุดยุ้ยก็พิสูจน์ให้เขาเห็นว่า วิธีทำงานที่เราทำอยู่นี่มันประสบความสำเร็จได้จริงๆ ฐานะทางบ้านก็ปานกลางไม่ได้ยากลำบาก สุขสบายตามสมควรนะ
แต่พอยุ้ยมาทำงานนี้เราสามารถดูแลครอบครัวได้ และมีความมั่นคงในชีวิต มีความสุขและยังมีเวลาเหลือที่จะไปทำในสิ่งอื่นๆ ได้อีกเยอะ มันก็เป็นความภูมิใจของตัวเองที่เราทำได้ เมื่อมองในเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันอายุเท่าๆ กัน แค่ 27-28 ปี นี่ยุ้ยว่าตัวเองก็ประสบความสำเร็จแล้ว”

อย่างไรก็ดี “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน” ฉะนั้นถ้ายังไม่มั่นใจที่จะเข้าอบรมแบบเสียสตางค์ ยุ้ย แนะนำว่า ให้ทดลองเรียนก่อนได้เพราะเธอเปิดสัมมนาฟรี ทุกวันเสาร์ 13.00-15.00 น. ที่ศูนย์การเรียนรู้สตาร์เทรดเดอร์ ไทยแลนด์ ชั้น 4 พาราไดซ์ พาร์ค ถ.ศรีนครินทร์ หรือเยี่ยมชมได้ที่ http://startraderthailand.com