วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
LIFE&HEALTH : ไม่ควรมองข้ามภัยจาก...ยาเหลือใช้

LIFE&HEALTH : ไม่ควรมองข้ามภัยจาก...ยาเหลือใช้

วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
Tag : ไม่ควรมองข้ามภัย ยาเหลือใช้
  •  

ยา เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ทุกคนคุ้นเคยในยามที่เจ็บป่วยใช้ช่วยบรรเทารักษาอาการจากโรคต่างๆ แม้ยาจะมีประโยชน์มากแต่ภัยจากการใช้ยา ยังคงมีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ บางรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการใช้ยาไม่ถูกวิธีและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ป่วย นอกจากนี้อันตรายจาก “ยาเหลือใช้” ก็เป็นอีกหนึ่งภัยเงียบต่อสุขภาพที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เชื่อว่าทุกบ้านจะมียาเหลือใช้เก็บไว้ในบ้านไม่มากก็น้อย

ข้อมูลจาก รศ.ภญ.ธิดา นิงสานนท์ อดีตนายกสภาเภสัชกรรม เปิดเผยว่า ยาเหลือใช้ คือ ยาที่ไม่ได้ใช้แล้ว ซึ่งอาจเป็นเพราะแพทย์เปลี่ยนยา หรือ ได้ยามาจากหลายโรงพยาบาลแล้วใช้
ไม่ถูก หรือเป็นยาที่รักษาอาการอย่างเดียวกัน เลยไม่ได้ใช้ หรือ หยุดใช้ยาเพราะหายดีแล้วหรือเกิดอาการข้างเคียง หรือปรับลดขนาดยาลงเอง หรือเป็นยาที่เหลืออยู่หลังจากผู้ป่วยเสียชีวิต เป็นต้น ซึ่งการที่มียาเหลือใช้อยู่ในบ้าน นับเป็นความเสี่ยงใกล้ตัว ยิ่งถ้าเก็บไม่ถูกวิธี จะกลายเป็นยาเสีย ยาที่มีคุณอนันต์ ก็อาจทำให้เกิดโทษมหันต์ได้ โดยเฉพาะถ้ามีเด็กเล็กในบ้านความเสี่ยงยิ่งทวีคูณ เพราะเด็กอาจจะเอายานั้นใส่ปากโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ปัญหายาเหลือใช้ในครัวเรือน จึงไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านยาของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยเงียบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วยอีกด้วย โดยเฉพาะหากมีการนำยาเหลือใช้ไปให้ผู้อื่นใช้ต่อ เพราะคนอื่นอาจแพ้ยาตัวนั้นเกิดปัญหาตามมาอีก


ผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้นจากการใช้ยาเหลือใช้ ข้อมูลจาก ภญ.วุฒิรัต ธรรมวุฒิ สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) แนะนำว่า บ่อยครั้งที่ประชาชนใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยแล้วยานั้นๆ เหลือใช้ ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้ เช่น

l การใช้ยาที่ไม่มีฉลากยาหรือมีฉลากยาไม่ครบถ้วน เช่น ไม่มีชื่อยา และวิธีใช้ยา จะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอย่างไม่สามารถคาดคะเนได้ เช่น การนำยาเดิมที่เคยแพ้มาก่อนกลับมาใช้ซ้ำ เพราะว่ายานั้นไม่มีฉลากยาติดอยู่ ก็จะทำให้เกิดการแพ้ยาซ้ำขึ้นอีก และมีอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพได้ ดังนั้น เราควรสังเกตให้ดีว่ายาชนิดนั้น ๆ ยังสามารถใช้ต่อไปได้หรือไม่ และอ่านสลากยาอย่างละเอียด

l หากเราใช้ยาเหลือใช้ที่หมดอายุหรือยาที่เสื่อมสภาพแล้ว จะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อเตตร้าซัยคลินที่หมดอายุ จะทำให้เกิดภาวะไตวายได้

สำหรับข้อแนะนำที่ทำอย่างไรจะไม่ให้มียาเหลือใช้ในบ้าน ทำได้ดังนี้

l อ่านฉลากให้ถี่ถ้วนก่อนใช้ยา ควรอ่านให้เข้าใจว่าใช้อย่างไร ต้องใช้ต่อเนื่องจนยาหมดหรือไม่ หรือใช้นานเท่าใด ยาบางชนิด เช่นยาปฏิชีวนะ ต้องกินติดต่อกันจนหมด เพื่อให้ได้ผลในการรักษา หรือยาหยอด ตา เมื่อเปิดใช้แล้วเกิน 1 เดือน ให้ทิ้งไป เป็นต้น ถ้าปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลาก จะช่วยลดยาเหลือใช้

l นำยาที่เหลืออยู่ไปพบแพทย์ตามนัด หากท่านมีโรคประจำตัวหรือโรคที่ต้องใช้ยาต่อเนื่อง และต้องไปพบแพทย์ตามนัด อย่าลืมนำยาที่เหลืออยู่ไปด้วยทุกครั้งที่ไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์ทราบถึงจำนวนยาที่เหลืออยู่ และสั่งจ่ายยาตามจำนวนที่หักยาเดิมให้พอถึงวันนัดครั้งต่อไป แทนที่จะสั่งยาให้ตามจำนวนวัน ซึ่งทำให้มียาเดิมเหลือค้างอยู่จำนวนหนึ่ง หากแพทย์มีการเปลี่ยนยาให้ใหม่ และท่านใช้ร่วมไปกับยาเดิม จะทำให้ได้รับยามากเกินไปจนอาจเป็นอันตราย แต่ถ้าท่านไม่ใช้ ยาเดิมนั้นก็จะเป็นยาเหลือใช้

l ไม่ควรซื้อยาบรรเทาอาการคราวละมากๆ ยาบรรเทาอาการ เช่น ลดไข้ แก้ปวดศีรษะ แก้หวัด หลังจากหายแล้วถ้าเหลืออยู่ จะกลายเป็นยาเหลือใช้

l อย่านำยาเหลือใช้ไปให้คนอื่นใช้ ขณะเดียวกันก็อย่ากินยาที่คนอื่นให้มา เพราะอาการคล้ายกันแต่อาจไม่ใช่โรคเดียวกัน ขนาดยาก็อาจไม่เหมาะสม และอาจเกิดอาการแพ้ยาได้อีกด้วย

l อย่าแกะยาออกจากแผงหากยังไม่ใช้ หรือ อย่านำยาเหลือใช้มารวมในซองยา หรือขวดยาเดียวกัน

l อย่าเก็บยาในตู้เย็น ยกเว้นยาที่มีฉลากระบุไว้

l อย่าเก็บยาในรถที่จอดทิ้งไว้เพราะความร้อนจะทำให้ยาเสื่อม

l อย่าหยุดยาเอง เพราะแพทย์จะเข้าใจผิดว่าอาการที่เลวลงเป็นเพราะโรค แล้วเพิ่มยาให้อีก

l อย่าซื้อยากินเองโดยไม่ปรึกษาเภสัชกร เพราะถ้าได้รับยาจำนวนมากจากสถานพยาบาลแล้วอาจได้รับยาซ้ำซ้อน

หากมียาเหลือใช้ในบ้าน...จะจัดการอย่างไร ก่อนอื่นควรตรวจสอบสภาพยาและวันหมดอายุของยาก่อน โดยดูจากข้อมูลวันหมดอายุบนแผงยา หรือที่ข้างกล่องยา ทั้งนี้โดยดูสภาพเม็ดยาประกอบด้วย เพราะบางครั้งการเก็บยาไม่ดีก็จะทำให้ยาเสื่อมสภาพก่อนวันหมดอายุ เช่น เก็บไว้ในที่ร้อนหรือที่แดดส่องถึง หรือไว้ในที่ชื้น เป็นต้น หากไม่มีวันหมดอายุระบุไว้ ให้ดูจากวันที่ที่ได้รับยามาซึ่งระบุบนซองใส่ยา หากได้รับยามาเกิน 6 เดือนถึง 1 ปี ก็ไม่ควรใช้อีกต่อไป

l ยาเหลือใช้ที่ ยังไม่หมดอายุ และอยู่ในสภาพดี ควรเก็บอยู่ในซองยา หรือขวดยาเดิม และวางรวมไว้ที่เดียวกันในที่ที่เหมาะสม หรือเก็บในตู้ยา หรือกระเป๋ายา ให้พ้นแสงแดด ไม่เก็บในที่ชื้น และต้องให้พ้นมือเด็ก ตรวจสอบด้วยว่าฉลากยายังชัดเจน มีวิธีใช้ครบถ้วน หากไม่มั่นใจ ให้นำไปปรึกษาเภสัชกร

l ยาเหลือใช้ ที่หมดอายุหรือเสื่อมสภาพแล้ว ให้ทำลายก่อนทิ้งโดยแกะฉลากที่มีชื่อของท่านออก ถ้าเป็นยาเม็ด ให้ทุบทำลายและเติมน้ำเล็กน้อย หรือถ้ามียาน้ำที่หมดอายุให้เทผสมลงไป ยาครีม/ขี้ผึ้งให้บีบออกจากหลอด จากนั้น นำกากใบชา ขี้เลื่อย เศษผัก หรือเปลือกผลไม้ผสมลงไปในถุงเดียวกัน ปิดปากถุงให้สนิท (ถ้าเป็นถุงซิปล็อกได้ก็จะดี) ก่อนจะทิ้งลงถังขยะต่อไป เพื่อไม่ให้คนอื่นนำยาที่ทิ้งนั้นไปใช้ได้อีก แต่หากมียาเหลือใช้จำนวนมาก ให้นำไปปรึกษาเภสัชกร

หากปฏิบัติได้ดังที่กล่าวมา ท่านก็จะปลอดภัย จากการใช้ยา อีกทั้งยังช่วยลดยาเหลือใช้ในครัวเรือน และช่วยชาติประหยัดค่าใช้จ่ายด้านยาอีกด้วย มีปัญหาเรื่องยาและสมุนไพร ปรึกษาเภสัชกร

ผศ.(พิเศษ)ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

เลขาธิการ สภาเภสัชกรรม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

ตูน รสริน พี่สาวแน็ก ชาลี เคลื่อนไหวแล้ว โพสต์จวกแรงไม่มีใครรวมหัววางแผนอะไรทั้งนั้น

‘แบงก์ชาติ’ผ่อนเกณฑ์นำรายได้กลับประเทศ ขยายเป็น 10 ล้านดอลลาร์ ลดแรงกดดันค่าบาท

คิม จองอึน ไล่รองนายกฯพ้นตำแหน่ง กลางพิธีเปิดโรงงาน ลั่นเหมือนใช้แพะมาลากเกวียน

รวบแล้วไอ้คลั่งพังงา! ทุ่มของใส่ จยย.คว่ำกลางถนน-ก่อนถือมีดไล่ฟันซ้ำ

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved