วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ เป็นประธานเปิดโครงการ “ความอายคือสารก่อมะเร็ง” โดยมี อ้อม-พิยดา อัครเศรณี และ เป้ย-ปานวาด บุญยรัตกลิน ร่วมสนับสนุนโครงการ
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมสร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายของมะเร็งปากมดลูกซึ่งพบมากเป็นอันดับ 2 ของผู้หญิงไทยและมีอัตราการเสียชีวิตที่สูง โดยจัดโครงการ “ความอายคือสารก่อมะเร็ง”เพื่อกระตุ้นให้หญิงไทยก้าวข้ามความอาย เข้ารับการตรวจคัดกรอง เพื่อสร้างเกราะป้องกันมะเร็งปากมดลูก พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์สั้นเรื่อง “อาย” รณรงค์ให้สังคมไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก รวมถึงการฉีควัคซีนป้องกัน เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้หากได้รับการคัดกรองและดำเนินการรักษาแต่เนิ่นๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กล่าวว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบในผู้หญิงมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก และพบอัตราการเสียชีวิตถึง 50% สำหรับประเทศไทย ในแต่ละวันจะมีผู้หญิงไทยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก 18 คน และมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกโดยเฉลี่ยต่อวันถึง 6 คน ทั้งๆ ที่มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่สามารถป้องกันได้
มะเร็งปากมดลูกเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย ปัจจุบัน ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกยังมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ปัญหาสำคัญเนื่องจากผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ยังคงเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง คิดว่าอายุยังน้อย ร่างกายแข็งแรง หรือมีคู่นอนเพียงคนเดียว ไม่น่าจะเกิดโรคร้ายนี้ได้ จึงไม่เห็นความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งและฉีดวัคซีนป้องกัน ไม่เพียงเท่านั้น งานวิจัยยังพบว่าผู้หญิงไทยหลายคนแม้จะรู้ถึงอันตรายของมะเร็งปากมดลูก แต่ก็ไม่กล้าไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยสาเหตุสำคัญเนื่องมาจาก“ความอาย”
ด้วยเหตุนี้ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหน่วยงานชั้นนำระดับชาติ ซึ่งมีพันธกิจหลักในการผลิตและพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านโรคมะเร็ง และเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ และการบริการแก่ประชาชนทั่วไป ให้ได้รับรู้และตระหนักถึงภัยของโรคมะเร็ง รวมไปถึงแนะนำวิธีป้องกันอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูกซึ่งสามารถป้องกันได้ง่ายกว่ามะเร็งชนิดอื่นๆ จึงเดินหน้าจัด โครงการ “ความอายคือสารก่อมะเร็ง” รณรงค์สร้างความเข้าใจและกระตุ้นให้หญิงไทยเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์สั้น เรื่อง “อาย” เพื่อสะท้อนถึงความสูญเสียที่เป็นผลมาจากความอายของหญิงสาวที่ไม่กล้าเข้ารับการตรวจภายใน และกระตุ้นให้สังคมไทยให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมากขึ้น โดยสามารถรับชมได้ทางเว็บไซต์ http://www.nci.go.th/ หรือเพจ HPV is Here ทาง Facebook (https://www.facebook.com/HereHPV/videos/161326904645632/)
อีกทั้งยังเชิญชวนให้หญิงไทยทุกคนเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและฉีดวัคซีนป้องกัน โดยภายในงานมีการเสวนาให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกอย่างถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งปากมดลูก และการแบ่งปันประสบการณ์และเคล็ดลับการดูแลสุขภาพของดาราและนักแสดงที่ร่วมสนับสนุนโครงการ “ความอายคือสารก่อมะเร็ง” ได้แก่อ้อม-พิยดา อัครเศรณี, เป้ย-ปานวาด บุญยรัตกลินและสองนักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่องสั้น“อาย” แนน-ศศิธร เจริญพร และ นัท-ณัฏฐ์กิจจริต ณ ลานกิจกรรมทางเชื่อม BTS ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน
นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบายเพิ่มเติมว่า สาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก คือการติดเชื้อไวรัส เอชพีวี ซึ่งพบได้ทั้งในเพศชายและหญิง ทั้งนี้ ร้อยละ 80 ของผู้หญิงไทยเคยมีเชื้อเอชพีวีหรือกำลังมีแต่ไม่รู้ตัว เนื่องจากการติดเชื้อเอชพีวีมักจะไม่มีอาการแสดงให้เห็น และการตรวจทั่วไปทางการแพทย์ก็ไม่พบความผิดปกติ การติดเชื้อเอชพีวีมีโอกาสที่จะหายเองได้โดยไม่ต้องได้รับการรักษา แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจได้รับเชื้อเอชพีวีมานานหลายปีจนเซลล์ที่อยู่บนปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ กลายเป็นรอยโรคก่อนมะเร็ง และหากไม่ได้รับการรักษาอาจกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกได้
ปัจจุบันมะเร็งปากมดลูกและรอยโรคก่อนมะเร็งที่เกิดจากการติดเชื้อเอชพีวี สามารถป้องกันได้ด้วยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่าย รวดเร็ว และไม่เจ็บ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่สถานพยาบาลที่ล้วนผ่านการอบรมมาแล้ว ทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันเพื่อป้องกันคนไข้จากมะเร็งปากมดลูก ดังนั้น หากรู้สึกอายที่จะเข้ารับการตรวจคัดกรองจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เราอยากให้ผู้หญิงทุกคนพยายามเอาชนะความอายและระลึกไว้ว่า หากเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้วจะได้รับความทุกข์ทรมานกว่านี้มาก และอาจเสียชีวิตจากโรคนี้ได้”
ทั้งนี้ การฉีดวัคซีน เป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากสามารถลดการติดเชื้อเอชพีวีได้ถึงร้อยละ 90 และลดการเกิดรอยโรคก่อนมะเร็งได้ถึงร้อยละ 85
“การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวีช่วยให้ผู้หญิงมีเกราะป้องกันเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่ง แต่ก็ไม่ควรประมาท ผู้หญิงทุกคนควรหมั่นสำรวจตัวเองอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งพบสูตินรีแพทย์ เพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ ทุกคนสามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้ด้วยการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเอง การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย หรือมีคู่นอนเพียงคนเดียวทั้งสองฝ่ายและการได้รับความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอันตรายของโรคนี้เป็นส่วนสำคัญที่จะนำพาให้ผู้หญิงไทยห่างไกลจากโรคมะเร็งปากมดลูก” นายแพทย์วีรวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย
เรียนรู้เกี่ยวกับเชื้อไวรัส HPV และมะเร็งปากมดลูกเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/HereHPV หรือค้นหา HPV is Here ผ่าน Facebook
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี