วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569
รู้หรือไม่ว่า สาเหตุของการที่เด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 99% เกิดจากการไม่สวมหมวกนิรภัย จากรายงานของสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) ยังเผยว่ามีเด็กไทยเพียง 7% เท่านั้นที่ใส่หมวกนิรภัยระหว่างการเดินทาง จากอัตราการใช้หมวกนิรภัยจำนวนน้อยนี่เอง สะท้อนให้เห็นถึงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าภัยอันตรายรอบตัวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้แบบไม่คาดฝันด้วยเหตุนี้การรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยรวมถึงการเรียนรู้วิธีการใช้ถนนอย่างถูกต้องจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการป้องกันและสร้างความตระหนักถึงความปลอดภัยบนท้องถนนเพื่อลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุ
ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนสู่เยาวชนไทย แกร็บ ประเทศไทย จึงร่วมมือกับ มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย องค์กรไม่แสวงผลกำไร ในโครงการ “เดินทางปลอดภัย สวมหมวกนิรภัยมาโรงเรียน” มอบหมวกนิรภัยจำนวน 800 ใบ ให้นักเรียน ครูและผู้ปกครอง โรงเรียนวัดช่องนนทรี พร้อมสนับสนุนการจัดอบรมด้านความปลอดภัยทางท้องถนน และการใช้หมวกนิรภัยให้ถูกวิธีให้กับครู นักเรียน และผู้ปกครอง โดยเป็นหลักสูตรที่เน้นให้เด็กๆ เป็นศูนย์กลาง ส่วนครูและผู้ปกครองจะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลและให้ความรู้ที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เด็กๆได้เดินทางไป-กลับโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยและหวังลดจำนวนการบาดเจ็บและเสียชีวิตของเด็กจากอุบัติเหตุทางถนน
นายนพดล ขาวนาค หนึ่งในครอบครัวต้นแบบที่ต้องรับส่งลูก 2 คน ไป-กลับโรงเรียนด้วยจักรยานยนต์ทุกวันบอกเล่าประสบการณ์ในการเดินทางว่า“อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ทุกวัน ผมขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างเป็นอาชีพ ดังนั้น ชีวิตส่วนใหญ่จึงต้องอยู่บนท้องถนนตลอดผมจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยอยู่เสมอ ผมสอนลูกทุกคนว่าก่อนเดินทางต้องใส่หมวกนิรภัย เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุการใส่หมวกนิรภัยจะช่วยป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของเราได้ โครงการนี้ทำให้ครอบครัวผมได้มีหมวกนิรภัยที่มีคุณภาพใช้ เพราะหมวกนิรภัยที่มีมาตรฐานสำหรับเด็กโดยเฉพาะค่อนข้างหายากและยังได้เรียนรู้การใช้งานที่ถูกต้องอีกด้วยผมหวังว่าเราจะสามารถเป็นครอบครัวต้นแบบในการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้ถนนอย่างปลอดภัยซึ่งเริ่มต้นง่ายๆ ได้ที่ครอบครัวของเรา และผมเชื่อว่าถ้าเราสามารถสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนได้ก็จะช่วยพัฒนาชีวิตของคนในสังคมได้ดียิ่งขึ้นเช่นกัน”
.jpg)
นพดล ขาวนาค และลูกสาว ด.ญ.พัชรพร ขาวนาค
ด้าน ลูกสาว ด.ญ.พัชรพร ขาวนาค นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดช่องนนทรี บอกถึงความประทับใจที่ได้รับจากโครงการว่า “หนูกับน้องชายเรียนที่โรงเรียนนี้ด้วยกัน โดยมีพ่อขี่รถจักรยานยนต์มาส่งทุกวัน แต่เมื่อก่อนเรามีหมวกไม่พอก็ต้องสลับกันใส่กับน้อง โครงการนี้ทำให้หนูได้มีหมวกดีๆเป็นของตัวเอง และยังได้รู้ว่าการใส่หมวกนิรภัยนั้นต้องใส่ให้พอดีกับขนาดของศีรษะและใส่อย่างไรให้ถูกวิธี สิ่งที่ได้จาก
โครงการนี้ นับเป็นความรู้ที่สอนให้หนูรู้ว่าการสวมหมวกนิรภัยนั้นสำคัญกับชีวิตของเรามาก และจะช่วยให้เราเดินทางไป-กลับจากบ้านถึงโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยค่ะ”
ข้อมูลจากการสำรวจเบื้องต้นของมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย พบว่าโรงเรียนวัดช่องนนทรีตั้งอยู่ในแหล่งที่มีการจราจรหนาแน่นแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ อยู่บริเวณชุมชนที่ค่อนข้างแออัด เป็นทั้งซอยและทางโค้งที่เสี่ยงต่ออันตราย นักเรียนกว่า 95% ใช้รถจักรยานยนต์และจักรยานในการเดินทางไป-กลับจากโรงเรียน แต่มีเด็กเพียง 2% เท่านั้นที่สวมหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐาน
.jpg)
นักเรียนวัดช่องนนทรี สวมหมวกนิรภัยเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน
โครงการ “เดินทางปลอดภัย สวมหมวกนิรภัยมาโรงเรียน” นี้ ได้เริ่มทำการอบรมให้กับคุณครู ผู้ปกครองและนักเรียนต้นแบบจำนวนกว่า 800 คน ของโรงเรียนวัดช่องนนทรีตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 โดยคัดสรรเหล่าวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญจาก แกร็บ ประเทศไทยและมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชียมาแบ่งปันความรู้ในหัวข้อต่างๆ อาทิ การจำลองแบบจราจรเสมือนจริงและวิธีการใช้ถนนอย่างถูกต้องเพื่อให้ครู นักเรียนและผู้ปกครองของโรงเรียนวัดช่องนนทรีได้เรียนรู้พฤติกรรมการใช้ถนนอย่างปลอดภัย เพื่อนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับชุมชน ทั้งยังช่วยยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนให้แก่ทุกคนในสังคมไทยและช่วยบ่มเพาะวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตเพื่อตอบโจทย์ความมุ่งมั่นของสหประชาชาติในการมุ่งสู่ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี