วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันแห่งความรักเวียนมาอีกครั้ง ไม่เพียงแค่การดูแลหัวใจตัวเองเท่านั้นที่สำคัญ แต่การดูแลหัวใจคนข้างๆ ที่เรารักให้แข็งแรงก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการดูแลหัวใจให้ห่างไกลโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง (Aortic Aneurysm) ก็เป็นสิ่งที่ควรใส่ใจ เพราะเป็นหลอดเลือดที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายที่ออกมาจากหัวใจ หากเกิดปัญหาจะส่งผลกระทบต่ออวัยวะทั้งหมดในร่างกาย
.jpg)
นายแพทย์อรรถภูมิ สู่ศุภอรรถ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก และผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า หลอดเลือดแดงใหญ่มีความสำคัญมาก เปรียบเสมือนท่อน้ำหลักที่เลือดไหลผ่าน เฉลี่ยแล้วนาทีละ
5 ลิตร ดังนั้น ไม่ว่าโรคใดก็ตามที่เกิดกับหลอดเลือดก็จะส่งผลไปทั่วร่างกาย และถึงแม้ปัจจุบันประชาชนจะมีความรู้
มากขึ้นและวิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ แต่พฤติกรรมของผู้คนส่วนใหญ่ที่มีไลฟ์สไตล์แบบตะวันตก
รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ จากข้อมูลสถิติพบว่า ผู้ชายอายุ 65 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองถึง 10-15% การรู้จักดูแลตนเองและคนใกล้ตัวเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมช่วยให้หัวใจแข็งแรง ห่างไกลโอกาสที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
10 เทคนิคดังต่อไปนี้ คือวิธีป้องกันโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองที่ทั้งคุณ ทั้งคนข้างๆ และไม่ว่าใครก็สามารถทำได้เช่นกัน
1.ตรวจเช็คหัวใจเมื่อเสี่ยง กลุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ได้แก่ ผู้ชายอายุ
65 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีประวัติสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต และผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ควรต้องพบแพทย์เพื่อทำ Screening Test หัวใจ โดยอัลตราซาวนด์บริเวณช่องท้องหรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์บริเวณช่วงอกตามการวินิจฉัยของแพทย์ หากเป็นโรคนี้จะได้รักษาได้ทันท่วงทีก่อนที่หลอดเลือดจะแตกหรือปริ ลดโอกาสเสียชีวิตได้สูงเป็นสิบเท่า
2.รู้ระวังสัญญาณเตือน ได้แก่ เจ็บหน้าอกบริเวณกึ่งกลางหน้าอกทะลุหลัง ปวดท้องบริเวณ
กลางท้องในลักษณะเต้นตุบๆ หากมีอาการดังกล่าวควรรีบมาพบแพทย์ด้านหัวใจทันที
3.เลิกสูบบุหรี่ให้เด็ดขาด เพราะช่วยลดโอกาสหลอดเลือดแดงแตกลงถึง 4 เท่า ในผู้ที่ตรวจพบการ โป่งพองของหลอดเลือด แต่ยังไม่ถึงขั้นแตกหรือต้องเข้ารับการผ่าตัด
4.รับประทานอาหารเสริมบำรุงหัวใจ เช่น ผักและผลไม้สด รวมทั้งสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม หากร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอไม่จำเป็นต้องเสริมด้วยวิตามิน เพราะการได้รับวิตามินบางชนิดมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ที่สำคัญก่อนทานวิตามินควรปรึกษาแพทย์โดยละเอียด
5.เลี่ยงยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ได้แก่ ยาลูกกลอน ยาต้ม ยาหม้อ เพราะนอกจากไม่ทราบที่มาของส่วนผสมที่แน่ชัด ยังอาจมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายมากกว่าที่คิด
6.ควบคุมอารมณ์ไม่ให้เครียด เพราะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง ซึ่งส่งผลให้เป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองได้ ควรรู้จักจัดการกับความเครียดและหลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆ ที่จะทำให้ตนเองหรือคนใกล้ตัวเกิดความเครียด
7.เล่นกีฬาที่ใช่ เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง จิตใจแจ่มใส โดยการออกกำลังกายในผู้ที่มีความเสี่ยงหรือผู้ที่ตรวจพบแล้วว่าเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรออกกำลังกายในระดับปานกลางที่ไม่เหนื่อยจนเกินไป เช่น วิ่งจ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำ เดินป่า ฯลฯ และหลีกเลี่ยงกีฬาที่ใช้แรงเบ่ง เช่น การยกน้ำหนัก ฯลฯ
8.ชากาแฟต้องพอดี เพราะกาเฟอีนมีผลต่อร่างกายแต่ละคนไม่เท่ากัน ควรสังเกตร่างกายตนเอง และดื่มในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้ไม่เกิดผลเสียกับหัวใจ แนะนำให้ดื่มไม่เกินวันละ 1 แก้ว
9.งดดื่มสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะมีผลทำให้ความดันโลหิตสูง เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองมากขึ้น
10.หางาน อดิเรกที่ชอบทำ จะช่วยให้ห่างไกลจากภาวะซึมเศร้า เติมเต็มชีวิตให้มีคุณค่าและมีความสุข มีหัวใจที่แข็งแรง โดยควรเลือกงานอดิเรกที่เหมาะสม เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ออกกำลังกายปลูกต้นไม้ อ่านหนังสือ เลี้ยงสัตว์ ฯลฯ หรืองานอดิเรกที่ได้ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นและสังคม อย่างกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ ตามความถนัด

เพราะการดูแลหัวใจให้แข็งแรงควรใส่ใจทั้งตัวคุณเองคนที่คุณรักและคนที่รักคุณ ในช่วงวาเลนไทน์นี้การส่งต่อความรักที่ดีอย่างหนึ่งคือชวนคุณพ่อคุณแม่หรือคนที่คุณรักและห่วงใยมาตรวจเช็คสุขภาพ โดยเฉพาะสุขภาพหัวใจต้องดูแลเป็นพิเศษ สำหรับใครที่มีความเสี่ยงแนะนำให้ตรวจเช็คตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป แต่สำหรับใครที่ไม่มีความเสี่ยงแนะนำให้ตรวจเช็คหัวใจอย่างละเอียดตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป เพื่อจะได้มั่นใจว่าจะได้อยู่กับคนที่รักไปนานๆ
หากตรวจแล้วพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ หรือพบว่าเป็นโรคหัวใจแล้ว การส่งต่อความรักที่ดีที่สุดคือการเป็นกำลังใจให้กันและกัน การมาพบแพทย์ก็ไม่จำเป็นต้องรับยากลับไปรับประทานเสมอไป แต่คนไข้จะได้ความรู้และแนวทางการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องในการดูแลตัวเองและคนรอบข้างเพิ่มขึ้นอีกด้วย สอบถามรายเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ โทร.02-3103000 หรือ Call Center โทร.1719
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี