วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569
มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย โดย นายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ ประธานกรรมการมูลนิธิ ดึงพลังวัยรุ่นกลุ่มรักษ์ไทยเพาเวอร์ทีน และผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี ลงพื้นที่ชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ รณรงค์ให้ความรู้ เตือนวัยรุ่นรู้จักรักให้ปลอดเอดส์ หลังพบสถิติน่าเป็นห่วง วัยรุ่นกว่าครึ่งมีรักครั้งแรกแบบไม่ป้องกัน และวัยรุ่นน้อยกว่าครึ่งมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการแพร่เชื้อ เอชไอวี และร้อยละ 70 ของการติดต่อทางเพศสัมพันธ์เกิดขึ้นในหมู่เยาวชนอายุ 15-24 ปี (จาก รายงานสถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 องค์การยูนิเซฟประเทศไทย)
นายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ ประธานกรรมการมูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในความพยายามยุติการแพร่ระบาดของการติดเชื้อเอชไอวี และการทำความเข้าใจที่ถูกต้อง ให้กับผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี อาการป่วยโรคเอดส์ และสังคมที่ตีตราผู้ติดเชื้อ ซึ่งเป็นปัญหาระดับนานาชาติ มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ทำงานในระดับชุมชนภาคเหนือ โดยร่วมกับภาคี เครือข่ายต่างๆ ทั้งที่ทำงานอยู่กับกลุ่มวัยรุ่นอย่าง กลุ่มรักษ์ไทยเพาเวอร์ทีน และกลุ่มผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากเอชไอวี โดย มูลนิธิผู้หญิงอยู่ร่วมกับเอดส์ ซึ่งปัญหาหลักๆ ที่พบก็คือการขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในเรื่อง การติดเชื้อ การรักษา สิทธิในการเข้าถึงการรักษา การถูกตีตราและเลือกปฏิบัติจากสังคม
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีวัยรุ่น (10-19 ปี) ประมาณ 8.7 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 13 ของประชากร ทั้งหมด จากการศึกษา และรายงานหลายฉบับระบุปัญหาเอดส์ในวัยรุ่นน่าวิตก มีเด็กอายุ 0-14 ปี 120,000 คน เสียชีวิตด้วยสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับเอดส์ ในขณะที่ทั่วโลกมีคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีเชื้อเอชไอวี 1.4 ล้านคน มีเด็ก ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ทั่วโลก 160,000 คน (จาก 2017 UNICEF Statistical Update on Children and AIDS)
นายนพรุจ หมื่นแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์ไทยเพาเวอร์ทีน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่รณรงค์ให้ความรู้ด้านเพศศึกษา อนามัยการเจริญพันธุ์ และเอชไอวี/เอดส์ มาตลอด 12 ปี พบปัญหาวัยรุ่นติดเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่มาจากการไม่เข้าถึงข้อมูลเรื่องเพศที่ถูกต้องทำให้ขาดความตระหนักในการป้องกันตนเองดังนั้นเราจึงพยายามให้ความรู้เพื่อลดปัญหาการติดเชื้อเพิ่มถึงแม้ว่าจะมีการรณรงค์โดยหน่วยงานและมูลนิธิต่างๆ มากมาย ในเรื่องสาเหตุของการติดเชื้อที่มาจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการป้องกัน แต่ด้วยวัยและวุฒิภาวะ และบางทีก็คิดไปเองว่าคู่ของเรารักเราคนเดียวไม่มีคนอื่นคงไม่มีโรคใดๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคู่ของเรานั้นผ่านประสบการณ์ใดมาบ้าง เป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีอยู่หรือไม่
“ปัญหาอีกส่วนหนึ่ง คือมีวัยรุ่นตั้งครรภ์ และเด็กทารกเกิดใหม่ติดเชื้อเอชไอวีเกิดขึ้นในปัจจุบัน สาเหตุมาจากไม่ตรวจหาเชื้อเอชไอวีอย่างต่อเนื่องการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน การที่ผู้ติดเชื้อตั้งครรภ์ไม่ทานยาต้านไวรัสเอชไอวีรวมถึงการถูกล่วงละเมิดปัญหาต่อมาคือวัยรุ่นตั้งครรภ์ขาดความรู้และเข้าใจเมื่อเป็นผู้ติดเชื้อไม่เข้ารับการรักษา ทำให้เด็กที่เกิดมาได้รับการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี ซึ่งเป็นปัญหาทั้งทางด้านความเป็นอยู่ การใช้ชีวิตและปัญหาด้านจิตใจของแม่และเด็ก”
ทั้งนี้ กลุ่มรักษ์ไทยเพาเวอร์ทีน เดิมเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของสมาชิกในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อเอชไอวีจากการมีสมาชิกครอบครัวที่ติดเชื้อเอชไอวี โดยมีเด็กบางคนได้รับเชื้อเอชไอวีตั้งแต่แรกเกิดและเด็กอีกหลายคนที่ไม่ติดเชื้อเอชไอวี สำหรับเด็กที่ได้รับเชื้อเอชไอวีจะเข้าสู่กระบวนการรักษาได้รับยาต้านไวรัส ได้รับความรู้อย่างถูกต้องนำมาสู่การตั้งกลุ่มรักษ์ไทยเพาเวอร์ทีน รณรงค์ช่วยเหลือในเบื้องต้นด้านการให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคการดูแลตัวเอง และการเข้ารับการรักษาพยายามหาองค์กรเข้ามาช่วยเหลือ หลังจากนั้นเป็นเรื่องของการเยียวยาจิตใจ โดยให้เข้าร่วมกลุ่มเพื่อพูดคุยปรึกษา สร้างกำลังใจให้กันและกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อรู้สึกแปลกแยก สร้างแรงบันดาลใจให้เขาอยากดำเนินชีวิตและพึ่งตัวเองได้
“ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงการรักษาได้แต่อยู่ที่ว่าเขาตัดสินใจซึ่งคนที่เลือกไม่เข้ารับการรักษามักจะเป็นคนที่ถูกตีตราจากสังคมส่งผลให้เขาตีตราตัวเอง เขาจึงไม่มีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตกลุ่มของเราอยากให้ความรู้กับสังคมในเรื่องนี้เราเชื่อว่าถ้าสังคมเข้าใจก็จะไม่ตีตราและไม่เลือกปฏิบัติกับผู้ติดเชื้อซึ่งต้องใช้ความร่วมมือกับทั้งภาครัฐและประชาชน”
น.ส.ชูใจ(นามสมมติ) หนึ่งในอาสาสมัครของรักษ์ไทยเพาเวอร์ทีน เล่าว่า ตนเองติดเชื้อเอชไอวีตั้งแต่เกิด เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น เริ่มมีแฟน และเมื่อทราบว่าตนตั้งครรภ์ก็รีบไปพบแพทย์ เริ่มกังวลว่าลูกจะติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่ การดูแลอนาคตลูกจะเป็นอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด แต่สุดท้ายโชคดีครอบครัวมีความเข้าใจ คุณหมอให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้เป็นแกนนำของรักษ์ไทยเพาเวอร์ทีนทำให้เห็นคุณค่าในตนเองมีความรู้ความเข้าใจการป้องกันตนเอง แฟน และลูก
“จากเคสที่พบ วัยรุ่นกว่าครึ่งหนึ่งมีสาเหตุการติดเชื้อเอชไอวีโดยรับมาจากคู่รัก และบางส่วนถูกล่วงละเมิดทางเพศ การรู้สถานการณ์ทันเวลา การเข้าถึงสิทธิการรักษา จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้รักษาทั้งชีวิตและจิตใจกลุ่มคนเหล่านี้ได้ วัยรุ่นที่มาปรึกษากลุ่มรักษ์ไทยเพาเวอร์ทีนส่วนใหญ่ ทันทีที่ทราบว่ามีโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อและตั้งครรภ์แล้วกลุ่มรักษ์ไทยเพาเวอร์ทีนจะให้คำปรึกษาเบื้องต้น แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ส่งต่อให้ทางเลือกกับเพื่อน ติดตามเยาวชนตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวีจะต้องไปพบคุณหมอทุกเดือน เพื่อรับยาต้านไวรัส ซึ่งไม่ต่างจากผู้ติดเชื้อทั่วไป แต่คุณหมอจะดูแลเป็นพิเศษมากกว่า ต้องคอยมาตรวจครรภ์ คอยดูแลเรื่องการปรับยาเพื่อไม่ให้ส่งผลกับทารก”
นอกจากนั้น กลุ่มรักษ์ไทยเพาเวอร์ทีน ยังจัดกิจกรรมพบปะพูดคุยและให้คำปรึกษาเสริมสร้างกำลังใจ ต่อกันติดตามเยี่ยมเยียนกันอย่างสม่ำเสมอ ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ติดเชื้อในช่วงแรกจะมีสภาพจิตใจที่ไม่ดีนักการทำให้ไม่รู้สึกแปลกแยก เผชิญปัญหาลำพังจะช่วยให้สภาพจิตใจดีขึ้น ใครที่สภาพจิตใจแย่มากคุณหมอก็จะให้เข้าไปพบกับจิตแพทย์
“ในฐานะที่เราเป็นหนึ่งในผู้ติดเชื้อ เราทำงานตรงนี้มาได้นาน ก็เพราะเรารู้สึกว่าตรงนี้ทำให้เรามีตัวตน มีคุณค่า คนที่ร่วมงานกันไม่ว่าจะเป็นหมอ พยาบาล ไม่ได้แสดงท่าทางที่รังเกียจหรือกลัว เขามองเราว่าเป็นคนคนหนึ่งที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนโรงพยาบาลต่อการรักษาผู้ป่วย”
ทั้งนี้ สามารถร่วมบริจาคเพื่อช่วยยุติการติดเชื้อเอชไอวี และโรคเอดส์ได้ที่ โครงการอีกนิดพิชิตเอดส์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขางามวงศ์วาน เลขที่ 319-295473-1 ธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารี เลขที่ 127-499778-0 ชื่อบัญชี “AIDS ALMOST ZERO เพื่อมูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย โทร.02-2797022-3
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี