วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569
คราวน้ำท่วมครั้งใหญ่ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2554 น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ท่วมโบราณสถานในเขตเกาะเมืองอยุธยาทำให้ได้รับความ เสียหายเกือบทั้งหมด ซึ่งต้องใช้งบบูรณะมากกว่า 200 ล้านบาท สำหรับวัดที่สำคัญและสวยงามในด้านสถาปัตยกรรมจนเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยว นั้นคือ วัดไชยวัฒนาราม ซึ่งต้องศึกษาบันทึกและวิเคราะห์ทางกายภาพอย่างละเอียด ในการนี้กองทุนโบราณสถานโลก (World Monument Fund) โดยกองทุนเอกอัครราชทูตเพื่อการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม ได้มอบเงิน เหรียญสหรัฐ ประมาณ 4 ล้านบาท ให้กับกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมเพื่อทำงานดังกล่าว อาทิตย์นี้จึงเดินตามเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ตามหาภูมิบ้านภูมิเมืองของสถานที่แห่งนี้
วัดไชยวัฒนารามเป็นวัดที่สร้างขึ้นสมัยพระเจ้าปราสาททองเมื่อพ.ศ.2173 โดยทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างวัดขึ้นในพื้นที่นิวาสสถานเดิมของพระองค์เพื่ออุทิศพระราชกุศลถวายพระราชมารดา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือพระยาละแวก จึงจำลองแบบนครวัดมาสร้าง ทำให้วัดนี้มีสถาปัตยกรรมแตกต่างกับวัดอื่นๆ กล่าวคือ มีปรางค์ประธานและปรางค์ทิศอยู่บนฐานเดียวกัน องค์ปรางค์นั้นเป็นแบบปรางค์อยุธยาตอนต้น ส่วนปรางค์ประธานของวัดไชยวัฒนารามนี้มีมุขทิศยื่นออกมามากจนเชื่อว่าบนยอด องค์พระปรางค์ใหญ่นี้น่าจะเคยประดิษฐานเจดีย์เล็ก ในคติเจดีย์ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ รอบปรางค์ประธานนั้นมีระเบียง คดล้อมรอบเดิมนั้นมีหลังคาเช่นเดียวกับโคปุระของปราสาทหิน ภายในระเบียงคดมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่เดิมนั้นลงรักปิดทองเรียง รายเป็นแถวอยู่จำนวน 120 องค์ ซึ่งก็เหลืออยู่แต่ซากพระพุทธรูปที่ปรักหักพัง ระเบียงคดนั้นมีเมรุทิศ และเมรุราย ตั้งตามแนวประจำทิศทั้งแปด ภายในเมรุทุกองค์ประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งในซุ้มเรือนแก้วล้วนลงรักปิด ทอง ฝ้าเพดานทำด้วยไม้ประดับลวดลายลงรักปิดทองสวยงาม ปัจจุบันชำรุดและเหลือแต่ร่องรอยให้เห็น เมรุทิศเมรุรายที่ตั้งล้อมรอบปรางค์ประธาน 8 องค์นั้น ผนังภายในเมรุเดิมเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังลายใบไม้ลายกนกที่เหลืออยู่ดูลบเลือนไปมาก ส่วนผนังด้านนอกเมรุมีภาพปูนปั้นพุทธประวัติ จำนวน 12 ภาพ ซึ่งในปัจจุบันหลุดหล่นถูกทำลายจนไม่เหลือให้เห็นสาระเนื้อหา เล่ากันว่าเมื่อ 20 ปีที่แล้วยังสามารถเห็นลายปูนปั้นชัดเจนอยู่ เมรุนี้สร้างเป็นทรงปราสาท ซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป 7 ชั้น รองรับส่วนยอด ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นการสร้างตามแบบเขาพระสุเมรุหรือพระเมรุมาศ ที่สร้างขึ้นสำหรับถวายพระเพลิงพระบรมศพกษัตริย์อยุธยามาก่อนแล้วสร้างถาวร ให้เป็นวัดสำคัญ
ด้านหน้ากำแพงเมรุทิศเมรุราย นอกระเบียงคดนั้นได้มีอุโบสถซึ่งปัจจุบันเหลือแต่ฐานและชิ้นส่วนของพระพุทธ รูป ด้านข้างมีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองและมีกำแพงล้อมรอบโบราณสถาน 3 ชั้น และมีปรางค์เจดีย์ขนาดย่อมอีกจำนวนหนึ่งที่สร้างขึ้นสมัยหลัง เชื่อว่าองค์หนึ่งเป็นเจดีย์พระอัฐิเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ ผู้แต่งกาพย์เห่เรือที่รู้จักกันดี วัดไชยวัฒนารามนี้ได้เป็นวัดหลวงที่ใช้บำเพ็ญพระราช กุศลของกษัตริย์อยุธยาสืบต่อมา จึงมีการบูรณปฏิสังขรณ์อยู่ทุกรัชสมัย และเป็นสถานที่สำหรับถวายพระเพลิงศพพระบรมวงศานุวงศ์เกือบทุกพระองค์ พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศสิ้นพระชนม์ก็ถวายพระเพลิงที่วัดแห่งนี้ เหตุการณ์สำคัญเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อ พ.ศ.2310 นั้น วัดไชยวัฒนารามได้ถูกใช้เป็นค่ายสำหรับตั้งรับการสู้รบข้าศึก และเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาแล้ว วัดไชยวัฒนารามจึงถูกปล่อยทิ้งร้างจนมีผู้ร้ายเข้าไปลักลอบขุดหาสมบัติในกรุปรางค์เจดีย์ทำลายพระพุทธรูปรื้ออิฐพระอุโบสถและกำแพงวัดไปขาย พ.ศ.2530 กรมศิลปากรได้เข้าสำรวจพื้นที่และทำการบูรณะจนแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2535 จึงปรากฏเป็นหลักฐานว่าได้เกิดมีภูมิเขาพระสุเมรุหรือวิษณุโลกขึ้นแล้วในกรุงศรีอยุธยา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี