537.jpg
ค่ายเยาวชนใฝ่ดีส่งต่อ ดอยตุง จากรุ่นสู่รุ่น

ค่ายเยาวชนใฝ่ดีส่งต่อ ดอยตุง จากรุ่นสู่รุ่น

วันจันทร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556, 06.00 น.
Tag :

 

พิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา และ ฐิติรัตน์ เจริญยิ่งวัฒนา ร่วมทำกิจกรรมในค่ายเยาวชนใฝ่ดี
 


 

 

ศูนย์การค้าเมกาบางนา ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ จัดทำ “ค่ายเยาวชนใฝ่ดี” ครั้งที่ 2 มอบเงินทุนสนับสนุน จำนวน 500,000 บาท และร่วมสนับสนุนกิจกรรมเข้าค่ายเพื่อสร้างกลุ่มผู้นำเยาวชนที่มีคุณภาพในพื้นที่ดอยตุง จ.เชียงราย อันจะเป็นกำลังหลักในการถ่ายโอนการพัฒนาสู่มือของชุมชนดอยตุงอย่างสมบูรณ์ตามแผนการพัฒนา 30 ปีของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เป็นการปลูกฝังให้เยาวชนในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ เชียงราย ซึ่งเป็นคนรุ่นที่ 3 ที่มีโอกาสดีกว่าคนรุ่นพ่อ-แม่ปู่ย่าตายายได้เข้ามาเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของดอยตุงและสามเหลี่ยมทองคำ เกิดความภาคภูมิใจในบ้านเกิดของตน พร้อมทั้งเกิดแรงบันดาลใจในการทำความดีและมีจิตสำนึกในหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคมต่อไป

ฐิติรัตน์ เจริญยิ่งวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเมกา บางนา เผยว่า เมกา บางนาได้กำหนดนโยบายชัดเจนในการสนับสนุนช่วยเหลือสังคม โดยมุ่งเน้นที่เด็ก เยาวชน และครอบครัว ทั้งในด้านการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิต เนื่องจากสอดคล้องกับแนวคิดของศูนย์การค้าเมกาบางนาในฐานะที่เป็นศูนย์การค้าครบวงจรมุ่งตอบสนองความต้องการของสมาชิกทุกคนในครอบครัว ดังนั้นการให้ความสำคัญกับเด็ก เยาวชน และสถาบันครอบครัว ซึ่งถือเป็นสถาบันพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของสังคม ไม่ว่าเยาวชนเหล่านั้นจะอยู่ที่ใดก็ตาม

พิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาคน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนดังกล่าวข้างต้นในสภาวะเช่นนี้ โดยจะน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จย่าที่ว่า “ช่วยเขาให้ช่วยตัวเอง” คือ สนับสนุนสิ่งที่เขาขาดและมุ่งพัฒนาศักยภาพของเขา เพื่อให้เขาสามารถยืนได้ด้วยตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรีและเป็นคนที่มีคุณภาพในสังคม และพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่อง “ระเบิดจากข้างใน” ซึ่งหมายถึง สื่อสารทำความเข้าใจ และกระตุ้นให้เยาวชนลุกขึ้นพัฒนาตนเองและทำประโยชน์ด้วยความพร้อมมาเป็นแนวทางในการดำเนินการค่ายเยาวชนใฝ่ดีต่อไป

สำหรับ “ค่ายเยาวชนใฝ่ดี” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังค่านิยมที่ดี เช่น การประหยัด อดออม รู้จักพอเพียง และเข้าใจประวัติความเป็นมาจากการได้รู้จักบ้านเกิดของตนดีขึ้นและเกิดความภาคภูมิใจในบ้านเกิดของตน เข้าใจหลักการทรงงานของสมเด็จย่ารวมทั้งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ รู้จักตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เล็งเห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ รอบตัวมากขึ้นให้กับเยาวชน ซึ่งค่ายเยาวชนใฝ่ดี ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด “การพัฒนามัคคุเทศก์น้อยดอยตุง” เพื่อให้เยาวชนสามารถนำความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ได้จากค่ายไปสร้างประโยชน์ให้กับตนเอง คนรอบข้าง และชุมชนของตนได้จริง


ด.ช.ปิยะ อายี กับผลงานวาดภาพ
ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อดอยตุง

กิจกรรมในค่ายประกอบด้วย กิจกรรมเตรียมความพร้อมมัคคุเทศก์น้อยสู่ประชาคมอาเซียน และพาสำรวจพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯผ่านการเรียนรู้เรื่องราวของดอยตุงในอดีต, พามัคคุเทศก์น้อยสำรวจพื้นที่ผ่านการเรียนรู้เรื่องราวของดอยตุงในปัจจุบันและอบรมการจัดการข้อมูลสู่การนำเสนอที่น่าสนใจ สุดท้ายเป็นกิจกรรมปฏิบัติการลงพื้นที่พานักท่องเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ

นอกจากกิจกรรมค่ายฯ ที่สร้างการเรียนรู้และรักถิ่นเกิดให้กับเด็กๆ แล้วยังทำให้เราได้รู้จักและได้เรียนรู้ถึงชีวิตคน 3 รุ่นบนดอยตุงแห่งนี้ ว่าพวกเขาเหล่านั้นมีความผูกพันและความรักในดอยแห่งนี้มากแค่ไหน อย่าง ลุงพิชัย วิเศษพุทธศรี หรือ อาพล่อ ชาวอาข่ารุ่นลุงที่มาตั้งรกรากในไทย ทำหน้าที่ดูแลสวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวงที่เล่าถึงความประทับใจต่อสวนที่เขาหวงแหนและดูแลมาโดยตลอดว่า สมเด็จย่าท่านเป็นคนรักต้นไม้มาก เมื่อมีการตัดถนนผ่านบนดอยแห่งนี้ พระองค์ยังทรงดำริให้นำต้นไทรทั้ง 15 ต้น ขนใส่รถบรรทุก 18 ล้อ ขึ้นมาปลูกในสวนแห่งนี้ เพื่อเป็นสวนป่าต้นน้ำ และนำพันธุ์ไม้ป่านานาชนิดมาปลูกเพื่อคนรุ่นหลานจะได้รู้จัก


เด็กๆ ทดลองทำกระดาษสา

รัตนา สุขนภาสวัสดิ์ ที่ใช้ชีวิตอยู่ศูนย์หัตถกรรมของโครงการมาร่วม 17 ปี และสมาชิกในครอบครัวล้วนผูกพันกับงานเย็บผ้าของโครงการที่ทุกวันนี้เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ได้ส่งต่อเรื่องราวดอยตุงในมุมมองของตนเองสู่น้องๆ ที่ร่วมโครงการว่า เริ่มต้นชีวิตตั้งแต่งานทอผ้าจนปัจจุบันพัฒนาการตัดเย็บเป็นแพทเทิร์นต่างๆ และส่งออกต่างประเทศ ทำรายได้ให้ครอบครัว โดยไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองเพื่อไปหางานทำในเมืองใหญ่

ส่วนคนรุ่นหลังอย่างเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ด.ญ.สุรีย์ เขียวแหล่ จากโรงเรียนอนุบาลแม่ฟ้าหลวง เล่าถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเข้าค่ายครั้งนี้ว่า ไม่เคยรู้ว่าก่อนเลยว่า ณ ที่แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่ป่าหัวโล้น ทุกวันนี้ทำให้หนูรู้สึกซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จย่า และขอบคุณคนรุ่นแรกที่ทำให้พื้นที่ที่เคยแห้งแล้งกลับเขียวขจี และยังช่วยสร้างรายได้ต่างๆ ให้กับคนในพื้นที่อีกมากมายด้วย”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top