ภูมิบ้านภูมิเมือง : ปราสาทเขาน้อยสีชมพู ภูมิแห่งอำนาจที่มองไม่เห็น

วันอาทิตย์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556, 06.00 น.

 

อาทิตย์นี้ เดินทางไปจังหวัดสระแก้วตามรอยโครงการการเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติที่ กรมศิลปากรได้จัดขึ้นหลายครั้ง เมื่อตัดเรื่องโรงเกลือแหล่งสินค้าชายแดนออกไปก็จะมองเห็นความสำคัญของ พื้นที่ว่า นอกจากปราสาทสด๊กก๊อกธม แล้วมีโบราณสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งคือ ปราสาทเขาน้อย หรือปราสาทเขาน้อยสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาน้อย ตำบลคลองน้ำใส อำเภออรัญประเทศ ห่างจากพรมแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 1 กิโลเมตร ปราสาทแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478

เขตโบราณสถานแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ เชิงเขามีวัดเขาน้อยสีชมพูคอยรักษาดูแลเพิ่มเติมจากภารกิจการปฏิบัติธรรม ปราสาทเขาน้อยนี้ต้องเดินบันไดขึ้นไปบนยอดเขาน้อยประมาณ 254 ขั้น ด้านบนยอดนั้นมีโบราณสถานที่เป็นองค์ปรางค์ ก่ออิฐไม่สอปูนคือไม่ผสมปูน เดิมนั้นสร้างไว้ 3 หลัง แต่บางท่านให้พังทลายลงคงเหลือแต่ปรางค์องค์กลางกับเนินดินอีก 2 แห่ง การสำรวจนั้นได้พบโบราณวัตถุหลายชิ้น ในบริเวณปราสาทเขาน้อยแห่งนี้โดยเฉพาะทับหลังศิลานั้นเป็นศิลปะขอมแบบสมโบร์ไพกุกติดอยู่เหนือกรอบประตูทางเข้าปรางค์องค์ กลางและพบจารึกเขาน้อยซึ่งถือว่าเป็นจารึกที่เก่าแก่ที่สุดของไทย เป็นจารึกอักษรปัลวะโดยจารึกบนแผ่นวงกบประตูปรางค์องค์กลางด้านขวามือของ ประตู ระบุมหาศักราช 559 ตรงกับ พุทธศักราช 1180 เสาประดับประกอบประตู เป็นเสารูปแปดเหลี่ยม มีลายใบไม้ ตามลักษณะศิลปะขอมแบบกุเลนพบประติมากรรมรูปบุคคลมี 4 กร ยืนอยู่เหนือศีรษะกระบือสันนิษฐานว่าเป็นรูปนางทุรคาตอนปราบอสูรควาย หรือมหิษาสุรมรรธนี

จารึกเขาน้อยที่พบเป็นภาษาสันสกฤต มีการกล่าวสรรเสริญพระวิษณุ และพระศรีภววรมัน นอกจากนี้ยังกล่าวถึง เชย ษฐปุรสวามี ว่าเป็นผู้ประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับพระเวทเพื่อบูชาพระวิษณุ เนื้อหาส่วนที่เป็นภาษาเขมร : กล่าวถึงขุนนางผู้หนึ่งตำแหน่ง โกลญเชยษฐปุระ แต่ข้อความบางส่วนลบเลือน และส่วนใหญ่เป็นรายชื่อสิ่งของและข้าทาส จึงสันนิษฐานได้ว่า ในส่วนนี้อาจเป็นรายชื่อสิ่งของและข้าทาสที่เหล่าขุนนางที่เกี่ยวข้องอุทิศ ถวายแด่เทวสถานมรตาญโขลญเชยษฐปุระ

นอกจากทับหลังศิลปะขอมหลายรูปแบบที่น่าจะนำมาจากที่อื่นเพื่อประดับองค์พระปรางค์แล้วยังพบโบราณวัตถุอีกหลายชิ้น ที่พอประมาณได้ว่าเป็นรูปศิวลึงค์บนฐานโยนีฐาน รูปเคารพ  ประติมากรรมรูปบุคคล  ธรณีประตู ชิ้นส่วนประติมากรรมนูนต่ำรูปคนและสัตว์   หม้อ ไห จานมีเชิง สังข์ดินเผา เครื่องโลหะ โดยเฉพาะศิวลึงค์นั้นพบว่ามีการทำลายให้แตกแล้วโยนทิ้งไว้มากกว่า และหลักฐานสำคัญอีกชิ้นหนึ่งคือ ตราประทับสำริดที่มีอักษรขอมโบราณว่า เกษะ ซึ่งแปลว่าพึงอนุมัติ ทำให้มีการศึกษาต่อไปว่า ตรานี้ ประทับเพื่อ กิจกรรมสำคัญอะไร คงไม่ได้หมายถึงหนังสือสั่งราชการอะไร  น่าจะใช้ในวาระสำคัญ เช่น การประหารชีวิตบุคคลผู้มีตำแหน่งสูง หรือมีการช่วงชิงอำนาจเกิดขึ้น  โดยเฉพาะการให้อำนาจกับผู้ถือเป็นมือที่มองไม่เห็นในสมัยนั้น

บรรดาโบราณวัตถุทั้งหลายนั้นพบว่ามีบางส่วนสูญหายและถูกโยกย้ายไปเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ ต่อมาปี พ.ศ.2532 กรมศิลปากรได้มอบหมายให้หน่วยศิลปากร ที่ 5 ดำเนินการขุดแต่งปราสาทเขาน้อยซึ่งเมื่อขุดลอกดินที่ทับถมออกจากปราสาทเขา น้อยทั้งหมด พบว่าปรางค์ทิศเหนือและปรางค์องค์กลางตั้งอยู่บนฐานอันเดียวกัน แต่ปรางค์ทิศเหนือสร้างยื่นล้ำ ออกมาข้างนอกมาก อาคารทิศใต้ตั้งอยู่บนฐานสูงเท่ากันแต่แยกห่างออกไปเล็กน้อย มีเพียงแนวฐานอิฐด้านหลังทำมาเชื่อมกัน ปรางค์องค์กลางฐานปรางค์องค์นี้มีรายละเอียดประณีตซับซ้อนมาก โดยเฉพาะรูปแบบของการย่อมุม เว้นช่อง และเรียงอิฐลดหลั่นตั้งแต่ฐานจนถึงเรือนธาตุซึ่งยังเหลือช่วงล่างของบันได ซึ่งมีทางขึ้นมี 7 ขั้น นับเป็นรูปแบบที่ไม่เหมือนเทวสถานในที่อื่น ปราสาทแห่งนี้มีความสำคัญในเขตแดนระหว่างประเทศ และเป็นอำนาจที่มองไม่เห็นในสมัยนั้น

เขาน้อยอยู่ห่างจากเขตเขมร 1 กิโลเมตร

ปราสาทเขาน้อยองค์กลาง

ฐานศิลาก่อนขึ้นองค์ปราสาท

ทับหลัง

ตราสำริดมีด้ามจับ

การย่อมุมที่องค์ปรางค์

บันไดขึ้นเขาน้อย

มณฑปและปรางค์บนเขาน้อย

ตราสำริดคำว่า เกษะ

 

พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ Paladisai@siamrecorder.com