537.jpg
แพทย์แนะอัจฉริยะ...สร้างได้ "เก่งและดี"เริ่มตั้งแต่ 3 ขวบ

แพทย์แนะอัจฉริยะ...สร้างได้ "เก่งและดี"เริ่มตั้งแต่ 3 ขวบ

วันพุธ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556, 06.00 น.
Tag :

 

พ่อ-แม่หลายคนใฝ่ฝันและปรารถนาอยากให้“ลูก” เป็นเด็กดี เก่ง...ฉลาด และมีความเชื่อว่า เด็กจะฉลาดได้นั้นต้องมาจากสายพันธุ์หรือยีนส์ของพ่อ-แม่ ซึ่งอันที่จริงแล้วจัดเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่ง หากแต่การอบรมเลี้ยงดู และสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะพัฒนา “สมอง” หล่อหลอมทั้ง ไอคิว (IQ) และ อีคิว (EQ) สู่ความเป็น“อัจฉริยะ” ของเด็กได้ สมองของคนเราเริ่มต้นเรียนรู้ ตั้งแต่ในช่วงตั้งครรภ์ของมารดา ซึ่งจะเกิดการรับรู้ถึงความรักจากพ่อและแม่ มีผลต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อยและพอถึงช่วง 3 ปีแรกของชีวิต เด็กๆ วัยนี้จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบข้างและซึมซับเข้าสู่สมองได้รวดเร็วและแม่นยำมาก ซึ่งเป็นการเรียนรู้ในรูปแบบของสมองด้านขวา ในช่วงโอกาสนี้สำคัญที่สุดในการส่งเสริมการพัฒนาสมองด้านขวาให้เต็มศักยภาพ


หมอเปิ้ล-พญ.วิมลมาศ พรหมสาขา ณ สกลนคร ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกุมารแพทย์และพฤติกรรม-สมองของเด็กทารกและเด็กเล็ก จากสถาบัน Heguru Thailand by Dr.Apple @ Zen เซ็นทรัลเวิลด์ กล่าวว่า

 

“สมองเป็นอวัยวะที่มีค่ามาก และมีเพียงชิ้นเดียว ประสบการณ์ในวัยเด็กเล็กมีผลต่อการพัฒนาสมองมากที่สุด ดังนั้น ช่วงเวลา 3 ขวบปีแรกของชีวิต เป็นโอกาสทองที่คุณพ่อ-คุณแม่ ไม่ควรปล่อยให้ผ่านไป ควรส่งเสริมการศึกษาแบบสมองด้านขวา ด้วยสมอง 2 ด้าน ที่มองผิวเผินไม่ได้มีความแตกต่างกัน แต่แท้จริงแล้วทำงานแตกต่างกันมาก สมองด้านขวาทำงานด้านอารมณ์ สร้างสรรค์ รับข้อมูลและประมวลผลเป็นภาพ โดยสามารถจัดการกับข้อมูลได้ครั้งละมากและแม่นยำ ในขณะที่สมองด้านซ้ายทำงานด้านภาษา ตรรกะและเหตุผล มีการประมวลข้อมูลอย่างค่อยเป็นค่อยไป ต้องอาศัยการเรียนซ้ำๆ หลายๆ ครั้งจึงจำได้” พร้อมกันนี้ พญ.วิมลมาศ ได้ให้คำแนะนำในการเลี้ยงลูกสู่ความเป็นอัจฉริยะ“เก่งและดี” โดยมีทักษะ 7 อย่าง ปฏิบัติง่ายๆ ดังนี้ 1.การมีสมาธิ อย่าบังคับลูกให้ทำในสิ่งที่เขาไม่อยากทำ แต่เลือกให้ลูกทำในสิ่งที่เขาสนใจ จะทำให้ลูกมีสมาธิมากขึ้น 2.การสื่อสาร เวลาพูดกับลูกมีเสียงสูง-ต่ำตามสเต็ป หรือเน้นเสียง เสียงสูงขึ้น 2 สเต็ปพร้อมมีท่าทางประกอบทุกครั้ง และอย่าคาดหวังกับลูกในสิ่งที่เกินอายุ 3.การเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของคนอื่น หัดให้ลูกรู้จักคิดถึงคนอื่น หรือรู้ว่าคนอื่นต้องการอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมากในการสร้างเด็กให้ดีได้ในยุคนี้ 4.รักการเรียนรู้ พ่อ-แม่ไม่ควรบังคับลูก แต่พยายามชักจูงให้เขาสนใจแล้วเขาจะชอบเรียนรู้ เมื่อเขาได้เรียนรู้จะทำให้ได้ประสบการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากๆ 5.กล้าท้าทาย เด็กเล็กๆ จะกลัวแพ้ ฉะนั้นต้องชื่นชมในความพยายามของเขา 6.การคิดวิเคราะห์ มีความคิดสร้างสรรค์ ควรถามด้วยคำถามปลายเปิด เช่น เมื่อเด็กได้ดู-เห็นอะไร ถามเขาว่า ภาพนั้นเป็นอย่างไรบ้าง 7.การเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ โดยเด็กจะนำสิ่งที่รู้ไปใช้ เช่น ถอดชิ้นส่วนประกอบของเล่น แล้วสามารถประกอบได้เหมือนเดิมหรือการฝึกเล่นเกมส์จับคู่ แยกสี เกมส์หาความเหมือน ความต่าง เป็นต้น

ผู้ปกครองท่านใด สนใจ ขอคำปรึกษาแนะนำได้ที่สถาบัน HEGURU ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โทร.080-5914949 / www.heguruschool.com

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top