วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569
การตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจของสุนัข สามารถทำได้โดย การตรวจร่างกายโดยสัตวแพทย์ เพื่อทำการฟังเสียง หัวใจที่ผิดปกติ และประเมินสภาพร่างกายอื่นๆ สัตวแพทย์อาจทำการถ่ายภาพรังสี เพื่อดูขนาดหัวใจที่ผิดปกติ รวมทั้งดูภาวะน้ำท่วมปอด หรือการคั่งของของเหลวในช่องอก และช่องท้องด้วย นอกจากนั้นอาจทำการตรวจ เพิ่มเติมด้วยเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อทำการตรวจจังหวะการเต้นของหัวใจ และลักษณะคลื่นไฟฟ้า หัวใจว่ามีความผิดปกติหรือไม่ โดยในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ หรือโรงพยาบาลสัตว์ของมหาวิทยาลัย อาจสามารถ ทำการตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง หรือ echocardiogram เพื่อทำการตรวจประเมินความผิด ปกติของโครงสร้างภายในห้องหัวใจ เช่น ลิ้นหัวใจ หรือรูรั่วภายในห้องหัวใจ หรือก้อนเนื้องอกที่ภายในรวมทั้งภาย นอกหัวใจ นอกจากนั้นยังสามารถใช้ประเมินการทำงานของหัวใจบนภาพเคลื่อนไหวเสมือนจริง และใช้ประเมิน ความผิดปกติของหัวใจได้ทั้งความผิดปกติแต่กำเนิดและความผิดปกติภายหลังกำเนิดได้ บาครั้งอาจมีการตรวจ วินิจฉัยขั้นสูง เช่นการฉีดสีเพื่อดูทิศทางการไหลของเลือด รวมถึงความผิดปกติภายในหัวใจ ซึ่งอาจไม่สามารถ ตรวจได้จากวิธีคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้ ปัจจุบันจะสามารถทำได้เฉพาะในโรงพยาบาล สัตว์ของมหาวิทยาลัยเท่านั้น
ส่วนวิธีการตรวจโรคพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำได้โดยง่าย โดยการตรวจเลือดเพื่อตรวจหาตัวอ่อนของ พยาธิในกระแสเลือด หรือการใช้ชุดทดสอบเพื่อตรวจสอบหาแอนติเจนของพยาธิตัวเต็มวัย ซึ่งทั้งสองวิธี สามารถ รอฟังผลได้ในวันที่ทำการตรวจเลย
การรักษาโรคหัวใจในปัจจุบันโดยมากจะเป็นการรักษาทางยา เพื่อชะลอไม่ให้สุนัขเข้าสู่ภาวะหัวใจ ล้มเหลว ภายหลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจสุนัขจำเป็นจะต้องได้รับยาไปตลอดชีวิต และควรเข้ารับ การตรวจประเมินสภาพร่างกายและการทำงานของหัวใจโดยสัตวแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับขนาด และชนิดยา ตามอาการที่สุนัขแสดง รวมทั้งเฝ้าระวังการทำงานของอวัยวะอื่นๆ เช่น ไตและตับด้วย เนื่องจากหัวใจเป็นศูนย์ รวมของการไหลเวียนเลือดภายในร่างกายหากมีปัญหาเกิดขึ้นที่หัวใจย่อมส่งผลให้เกิดความผิดปกติที่อวัยวะอื่นๆ ในร่างกายได้เช่นเดียวกัน
การผ่าตัดโรคหัวใจอาจทำได้ในบางกรณี เช่นความผิดปกติแต่กำเนิดบางชนิด หรือการเกิดเนื้องอกที่ บริเวณใกล้เคียงกับหัวใจ แต่การผ่าตัดจำเป็นต้องใช้ทีมสัตวแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ทันสมัย จึงมีการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคหัวใจค่อนข้างน้อยในประเทศไทย
การรักษาพยาธิหนอนหัวใจสามารถทำได้โดยการฉีดยาฆ่าตัวแก่พยาธิ ตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น โรคพยาธิหนอนหัวใจเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้โดยง่าย โดยการใช้ยาป้องกันการติดพยาธิหนอนหัวใจ ซึ่งมีทั้ง รูปแบบ ยากิน ยาฉีด และยาหยดหลัง สุนัขทุกตัวจึงควรได้รับการป้องกันการติดพยาธิหนอนหัวใจอย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต เพื่อป้องกันการติดพยาธิซึ่งอาจทำให้เกิดโรคหัวใจรุนแรง จนอาจทำให้เสียชีวิตได้ ส่วนโรคหัวใจชนิด อื่นๆ นั้น ยังไม่มีวิธีการป้องกัน ด้วยเหตุนี้สุนัขควรได้รับการตรวจสุขภาพรวมทั้งโรคหัวใจเป็นประจำทุกปี โดย เฉพาะสุนัขที่มีอายุมากกว่า 7 ปี ขึ้นไป ส่วนสุนัขแรกเกิดควรได้รับการตรวจเบื้องต้นว่ามีปัญหาโรคหัวใจหรือไม่เมื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรก เพื่อช่วยให้สุนัขมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น และอยู่ร่วมเป็นสมาชิกหนึ่งในครอบครัวของเรา ไปอีกนาน
สุนัขของท่านควรได้รับการตรวจสุขภาพรวม พร้อมทั้งคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกปี เพราะนอกเหนือจากโรคหัวใจแลัว สุนัขอาจป่วยด้วยโรคอื่นๆ ได้ เช่นเดียวกับในคน สุนัขจึงต้องการ การดูแลสุขภาพไม่ต่างจากในคนเช่นกัน
อ.สพ.ญ.ดร. สิริลักษณ์ สุรเชษฐพงษ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี