ตะลอนเที่ยว : ปายในม่านฝน สวยใส เขียวขจี By Mr. Flower

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556, 06.00 น.
พอบอกว่าจะไปเที่ยวปายหน้าฝนเพื่อนๆหลายคนแดกดันว่า “จะบ้าเหรอไปเที่ยวปายหน้าฝน”บ้างก็ถามว่า “ไปทำไมฝนตกเฉอะแฉะไปเที่ยวไหนก็ไม่ได้”
 
พระธาตุแม่เย็น
 
ผมถามเพื่อนๆกลับไปว่า “เคยไปปายหน้าฝนแล้วหรือเคยเห็นเมืองปายในม่านฝนหรือเปล่าสวยและเย็นฉ่ำไม่แพ้หน้าหนาวเลยนะลองไปกันไหมไปหน้าหนาวมาหลายครั้งแล้วลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้างสิ”ปรากฏว่าไม่มีใครยอมไปด้วยผมก็เลยตะลอนไปคนเดียวซึ่งก็ได้ผลน่าพอใจมากเพราะปายหน้าฝนสวยใสและเขียวขจีจริงๆนี่ขนาดฝนยังไม่ตกมากยังเขียวได้ถึงเพียงนี้หากไปในช่วงหน้าฝนเต็มที่รับรองว่าเขียวได้ใจยิ่งกว่านี้อีกครับ
 
จุดชมวิวจากพระธาตุแม่เย็นมองเห็นเมืองปาย 
 
ระหว่างทางจากเชียงใหม่ไปถึงเมืองปายผมได้เผชิญกับฝนที่ตกลงมาแบบหยิมๆสลับกับตกหนักเป็นช่วงๆแต่ก็ไม่เป็นปัญหาอะไรกับการเดินทางเพราะผมไม่ได้ขับรถเร็วแบบท้ามฤตยูครั้นเมื่อไปถึงปายก็เวลาบ่ายเกือบ4 โมงฝนหยุดพอดีฟ้าใสปิ๊งอากาศสดชื่นหายใจโล่งสบายและที่สำคัญคือมีรุ้งตัวอ้วนสีสดพาดอยู่บทโค้งฟ้าเพื่อต้อนรับผมด้วย
 
ทำนาขั้นบันได
 
ต้นไม้ที่เคยแห้งในช่วงหน้าแล้งกลับออกใบสีเขียวสดใสเต็มสองข้างทางทุ่งนาที่เคยแห้งก็มีต้นหญ้าเขียวๆขึ้นเต็มไปหมดชาวนากำลังรอน้ำฝนเพื่อทำนาอีกครั้ง
 
การเที่ยวปายในช่วงหน้าฝนทำให้เราได้สัมผัสกับไอเย็นของละอองฝนผสมผสานกับการได้ชมความเขียวขจีของท้องไร่ท้องนาหากถามผมว่าชอบปายหน้าไหนมากกว่ากันระหว่างหน้าฝนกับหน้าหนาวผมตอบได้ทันทีว่าชอบหน้าฝนมากกว่าเพราะเย็นสบายไม่แพ้หน้าหนาวแต่ที่มากกว่าก็คือได้สัมผัสอากาศสดชื่นบวกกับความเขียวชะอุ่มของต้นไม้ทั่วทั้งท้องทุ่งและขุนเขา
 
 
เมฆฝนลอยต่ำแตะยอดขุนเขาทำให้ปายสวยไปอีกแบบสวยแบบเย็นฉ่ำทำให้ชีวิตไม่ร้อนร้นและรุ่มร้อนเหมือนการอยู่ในเมืองหลวงและเมืองใหญ่ๆที่แสนวุ่นวายสับสนปายหน้าฝนมีคนไปเที่ยวไม่มากเหมือนหน้าหนาวทำให้ไม่ต้องแย่งกันกินแย่งกันเที่ยวทำให้ดูเหมือนว่าเรากับปายมีความใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นเพราะไม่ต้องเร่งร้อนไม่ต้องแย่งชิงกันและที่สำคัญราคาที่พักตามรีสอร์ทต่างๆก็ถูกลงอย่างน่าพึงพอใจบางแห่งถูกมากมากเสียจนไม่น่าเชื่อ
 
 
บางคนอาจบอกว่าช่วงหน้าฝนคือ low season ของปายแต่สำหรับผมและคนรักสายฝนแล้วเราเรียกว่านี่คือ green season ของปายทำให้เราได้เห็นวิถีชีวิตจริงๆของคนปายได้ชัดขึ้นเพราะหลายคนไปไร่ไปนาและเราก็ได้เห็นกับนาขั้นบันไดแห่งเมืองปายซึ่งแม้จะไม่สวยเท่านาขั้นบันไดที่บาหลีแต่ก็มีเสน่ห์ชวนหลงใหลมิใช่น้อย
 
 
น้ำตกหมอแปง
 
อย่างที่บอกนั่นแหละว่าผมไปปายครั้งนี้ยังไม่ใช่ช่วงฤดูฝนร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะฉะนั้นก็จึงสามารถหาภาพนาขั้นบันไดของจริงณปัจจุบันมาฝากได้แต่ขออนุญาตเอารูปภาพเก่าๆจากปีก่อนๆมาประกอบให้สมจริงไปพลางๆผมยืนยันว่าหากไปช่วงฤดูทำนาคุณจะได้สัมผัสกับภาพพรมสีเขียวของยอดข้าวซึ่งดูราวกับพรมธรรมชาติผืนมหึมาทั่วท้องทุ่งเมืองปายไม่ว่าจะไปเมืองปายกี่ครั้งก็ตามผมก็ต้องขึ้นไปไหว้พระธาตุแม่เย็นทุกครั้งไปเพราะนอกจากได้ไหว้สาพระธาตุแล้วยังได้ดูวิวเมืองปายจากที่สูงด้วยซึ่งก็บอกได้คำเดียวว่าเมืองปายหน้าฝนนั้นเขียวได้ใจจริงๆ
 
 
 
โป่งน้ำร้อนปาย
 
แต่หากคิดจะเที่ยวป่าหน้าฝนในเมืองปายก็ขอแนะนำให้ไปที่ป่าหินงาม (มีเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่อยู่บนเนินเขาไม่สูงมากนัก) แต่อาจจะต้องใช้ความระมัดระวังในการเที่ยวสักเล็กน้อยแต่สำหรับคนที่ชอบเดินป่าแล้วรับรองไม่ผิดหวังป่าที่นี่ไม่ใช่ป่าดิบทึบแต่เป็นป่าโปร่งมีก้อนหินขนานต่างๆอยู่ระเกะระกะดูเล่นก็เพลินตาดีแล้วที่สำคัญคือเมื่อฝนตกชุกๆแล้วหินเหล่านี้จะปกคลุมไปด้วยมอสเขียวๆทำให้ก้อนหินดูนุ่มลงไปแยะเลยแต่ก็ต้องบอกก่อนว่าควรจะต้องนำเสื้อกันฝนติดตัวไปด้วยเพราะหากฝนตกหนักๆจะเข้าออกได้ยากพอประมาณ
 
และสถานที่สุดท้ายที่แนะนำให้ไปเที่ยวในทริปนี้คือโป่งน้ำร้อนปายไปนอนแช่น้ำแร่ร้อนแล้วมองดูเม็ดฝนที่ตกลงมาอุ๊ย! แสนจะโรแมนติกอ้อ! แถมอีกทีก็ได้อย่าลืมไปเที่ยวน้ำตกหมอแปงด้วยเน้อเจ้าหน้าฝนน้ำตกแห่งนี้ก็สวยไม่เบาเลยทีเดียว
 
ลองไปเที่ยวปายหน้าฝนดูสักครั้งแล้วคุณอาจจะเปลี่ยนใจไม่ไปปายในหน้าหนาวก็ได้แต่ไปเที่ยวทุกหน้าก็ไม่ว่ากันเพราะคนเมืองปายน่ารัก
 
ทิ้งท้ายสำหรับแฟนคอลัมน์ที่อยากให้ Mr. Flower พาไปเที่ยวโตเกียวซึ่งส่ง e-mail ไปที่ luangpee@hotmail.com นั้นขอให้ระบุรายละเอียดให้มากกว่าเดิมอีกนิดนะครับเช่นอยากไปไหนเป็นพิเศษอยากไปกี่วันจะไปกันกี่คนเพราะบอกมาลอยๆจัดทริปยากมากครับขอรายละเอียดที่อยากไปมากกว่าเดิมอีกหน่อยจะได้จัดได้ตามความต้องการครับ
 
 
 
 
 
 
ของฝากจากเมืองปาย