คอลัมน์ผู้หญิง

โรคตับอักเสบเฉียบพลัน

ตับเป็นโรคได้มากมาย ตั้งแต่ตับอักเสบเฉียบพลัน ตับอักเสบเรื้อรัง จนถึงตับแข็ง เมื่อเป็นตับแข็งแล้ว ตับจะไม่สามารถคืนสู่สภาวะปกติได้ และอาจกลายเป็นมะเร็งของตับ นอกจากนั้นยังมีโรคติดเชื้อของตับได้ตั้งแต่ฝีในตับ วัณโรค ฯลฯ เนื้องอกธรรมดา ถุงน้ำในตับ (cyst) และโรคอื่นๆ

                วันนี้ผมขอพูดเกี่ยวกับตับอักเสบแบบเฉียบพลัน (acute hepatitis) ซึ่งมีสาเหตุมากมาย ตั้งแต่เชื้อไวรัสตับอักเสบ ส่วนใหญ่เป็นชนิด A, B, C และ E  คำว่าเชื้อไวรัสตับอักเสบคือ เชื้อที่มีผลต่อตับโดยตรง นอกจากนั้นยังมีเชื้อไวรัสตัวอื่นๆ ที่แพทย์ไม่เรียกว่าเชื้อไวรัสตับ เพราะไม่มีผลต่อตับโดยตรง แต่นานๆ จะพบว่า ทำให้ตับอักเสบได้ ไวรัสกลุ่มนี้คือเชื้อ Cytomegalo virus (CMV), Epstein-Barr virus (EBV), Herpes Simplex virus (HSV) หรือเชื้อไวรัสไข้เลือดออก (Dengue) ฯลฯ

                มียามากมายที่อาจเป็นสาเหตุให้ตับอักเสบแบบเฉียบพลันได้ ตั้งแต่ยาแผนปัจจุบัน ยาไทย ยาจีน ยาหม้อ สมุนไพร รวมทั้งใบขี้เหล็ก(ถ้าทานเป็นเม็ดๆ) ฉะนั้นแพทย์จึงต้องระวังการสั่งยาแต่ละชนิด ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องทาน แต่บางครั้งแพทย์ไม่สามารถทราบล่วงหน้า เพราะไม่ใช่ทุกๆคนที่“แพ้”ยาตัวนี้ นอกจากนั้นสารเคมีบางชนิด เห็ดที่มีพิษ ก็ทำให้ตับมีอาการอักเสบเฉียบพลันได้ แอลกอฮอล์ก็ทำให้ตับอักเสบเฉียบพลันได้เช่นกัน รวมทั้งภาวการณ์ขาดเลือดเฉียบพลันเช่น กรณีหัวใจหยุดเต้นระยะหนึ่ง แต่ตอนหลังฟื้นขึ้นมาได้ ทำให้ไม่มีเลือดไปที่ตับ จนตับขาดเลือดชั่วขณะ จะทำให้ตับอักเสบได้ และการติดเชื้อโรคต่างๆ อาจทำให้ตับอักเสบเฉียบพลันได้

                วันนี้ขอพูดถึงโรคไวรัสตับอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งที่สำคัญทั่วโลกมีอยู่ 4 ตัว ดังกล่าวแล้ว คือเชื้อไวรัสตับอักเสบ A, B, C และ E เชื้อไวรัสตับอักเสบ A และ E ติดต่อทางปาก คือจาก “อุจจาระเข้าปาก” ถ้าทานอาหารที่มีเชื้อ อาจเป็นโรคนี้ได้ เชื้อไวรัสมักอยู่ในอาหารที่ไม่สุก เช่น อาหารทะเล โดยเฉพาะพวกหอยต่างๆ  การทานหอยดิบอาจทำให้เกิดโรคนี้ได้ รวมทั้งโรค typhoid นอกจากนั้นยังอาจทำให้ไขมันในเลือดสูงด้วย ไวรัสตับอักเสบ A มีอยู่ทั่วไปในประเทศไทย สมัยก่อนไม่ค่อยมีเชื้อ E ซึ่งมีอยู่แพร่หลายในประเทศอินเดีย บังคลาเทศ ฯลฯ แต่ปัจจุบันนี้พบเชื้อ E บ่อยมากขึ้นในประเทศไทย

                ถ้าเราล้างมือให้สะอาดและอาหารที่เข้าปาก(รวมทั้งน้ำ)สะอาดก็หมดปัญหาไวรัสตับ A และ E แต่การป้องกันเชื้อไวรัสสองตัวนี้ พูดง่ายทำยาก โดยเฉพาะถ้าไปประเทศที่มีเชื้อ E มากๆ ปัจจุบันมีวัคซีนฉีดป้องกันเชื้อไวรัส A แล้ว แต่ยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อ E  การฉีดวัคซีนเพียง 2เข็ม(วัคซีนสำหรับเชื้อไวรัส B มี 3 เข็ม) ฉะนั้นถ้ากลัว หรือถ้าจะไปประเทศที่มีความเสี่ยงสูง ควรฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสตับอักเสบ A ไว้ก่อน ถ้าฉีดก็จะสามารถทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเลได้อย่างสบายใจขึ้น ผมเองก็ได้ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสตับอักเสบ A มาแล้ว

                สำหรับเชื้อ E บ้านเรายังมีน้อย ถ้าจะไปต่างประเทศที่มีเชื้อE ต้องระวังเรื่องอาหาร ควรทานในโรงแรมหรือร้านที่เพื่อนชาวประเทศนั้นๆเป็นผู้พาไป หลีกเลี่ยงผักสด ถ้าจะทานผลไม้ควรเลือกผลไม้ที่ปอกได้เองเช่น ส้ม กล้วย ฯลฯ ควรดื่มน้ำจากขวดที่มีฝาปิดเท่านั้น(ปิดสนิทอย่างฝาเบียร์) พยายามเลือกอาหารร้อนๆ แต่ถึงระวังอย่างนี้ ฝรั่งเพื่อนผมคนหนึ่งยังเคยท้องเสียจากอาหารในโรงแรม 4 ดาวเลย!

                โรคตับอักเสบเฉียบพลันชนิด A และ E อาจมีอาการไม่มาก เช่น อ่อนเพลียเล็กน้อย มีอาการคล้ายเชื้อไวรัสอื่นๆ จึงไม่ทราบว่าเป็นโรคนี้ จะทราบว่าเป็น เมื่อมีอาการตัวเหลือง ตา(สีขาว)เหลือง ที่เรียกว่าดีซ่าน (jaundice) ถ้ามีดีซ่าน ผู้ป่วยมักมีอาการอื่นร่วมด้วย คือ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย อาจมีไข้ อาจเจ็บๆ ตึงๆ เล็กน้อยตรงบริเวณที่ตับ คือบริเวณชายโครงขวา อาจเป็นอยู่ 2-3 วัน แล้วจึงจะมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง ซึ่งอาการดีซ่านนี้เองที่จะทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ ถ้าไม่มีดีซ่าน อาจนึกว่าเป็นเชื้อไวรัสทั่วๆ ไปจึงไม่สนใจ มักจะหายไปเอง และผู้ป่วยอาจมีภูมิคุ้มกันหลังจากการติดเชื้อนี้

นพ.พินิจ กุลละวณิชย์


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี