คอลัมน์ผู้หญิง

การรักษาโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน

 

โรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันส่วนใหญ่(80-90%) เป็นโรคที่ไม่ค่อยรุนแรงและมักหายภายใน  7 วัน แต่ก็มีประมาณ 10-20% ที่เป็นโรคตับอ่อนอักเสบค่อนข้างรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัย รักษาที่ถูกต้องแต่เนิ่นๆ

หน้าที่ของแพทย์ที่สำคัญคือ การวินิจฉัยโรคนี้ให้ถูกต้อง ต้องแยกแยะโรคนี้จากโรคอื่นๆ ที่มีอาการ อาการแสดงคล้ายคลึงกัน เช่น โรคแผลเป็บติกทะลุ โรคหัวใจ โรคนิ่วในถุงน้ำดี หรือโรคนิ่วในท่อน้ำดีอุดตัน แต่ไม่ได้เป็นโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน และรักษาโรคนี้ให้ถูกต้อง รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ รวมทั้งป้องกันหรือรักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น

ประเด็นสำคัญสำหรับแพทย์คือ ต้องพยายามแยกผู้ป่วยออกให้ได้ว่าเป็นมากหรือเป็นน้อย โชคดีที่ส่วนใหญ่ 80-90% เป็นน้อย มีเพียง 10-20% ที่รุนแรง พวกที่เป็นมากจะมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่เป็นน้อย ผู้ป่วยที่เข้ามายังอาจเป็นไม่มาก ฉะนั้นแพทย์จะต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดว่าผู้ป่วยจะเป็นมากหรือไม่

หลักการรักษาโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุจากอะไรก็ตาม คือ 1.หยุดทานอาหารและน้ำทางปาก 2.ให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ 3.ใส่สายยางผ่านจมูกเข้าไปในกระเพาะอาหาร เพื่อดูดน้ำย่อยของกระเพาะอาหารออก เพราะน้ำย่อยฯ(และอาหารถ้าทาน) จะไปกระตุ้นตับอ่อนให้ทำงานคือ ผลิตน้ำย่อยของตับอ่อนนั่นเอง 4.ให้ยาแก้ปวด ซึ่งจะเป็นการฉีดยา ใส่สายยางจะช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน อาการโอ้กอ้ากอีกด้วย และ 5.ป้องกันภาวะแทรกซ้อน หรือรักษาภาวะแทรกซ้อนถ้าเกิดขึ้น เมื่อผู้ป่วยหายปวดท้องและไม่มีอาการกดเจ็บท้อง อาจเริ่มให้อาหารที่ไม่มันได้

ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันจะหายและกลับบ้านได้ภายใน 5-7 วัน แต่มีจำนวนน้อย(10-20% )ที่เป็นโรคนี้รุนแรง ต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์ พยาบาลผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด เช่น เข้าหอผู้ป่วยหนัก(I.C.U. - intensive care unit) โดยมากผู้ป่วยโดยเฉพาะในรายที่เป็นมาก จะมีการเสียน้ำออกจากตับอ่อนมานอกตับอ่อนมาก ทำให้ร่างกายขาดปริมาณ “น้ำ”ในระบบหลอดเลือด รวมทั้งอาจเสียเลือดที่ซึมออกมาจากตับอ่อนด้วย ทำให้เป็นโรคโลหิตจางได้ ผู้ป่วยที่เป็นรุนแรง อาจขาดน้ำถึง 6-10 ลิตร ฉะนั้นการวินิจฉัยสภาวะการขาด “น้ำ”ในร่างกายและการให้ “น้ำ”ทดแทนอย่างเพียงพอและทันต่อเหตุการณ์ (แต่ต้องไม่ให้มากเกินไปด้วย) จึงเป็นบทบาทที่สำคัญมาก ถ้าขาดน้ำมากและนานอาจทำให้ไตวายได้ ควรดูแลระดับเกลือแร่ในเลือดให้อยู่ระดับที่สมดุล แพทย์ต้องเฝ้าดูแล ป้องกันการเกิดสภาวะแทรกซ้อนต่างๆ อย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดมาก จึงต้องให้ยาแก้ปวดที่มีสมรรถภาพอย่างเพียงพอ

และเมื่อรักษาจนผู้ป่วยหายจากโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันแล้ว แพทย์จะต้องพยายามหาสาเหตุต่างๆ ของโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันให้ได้ ถ้ามีสาเหตุ เช่น จากนิ่ว แอลกอฮอล์ ไขมันในเลือดสูง (เช่นจากระดับ triglyceride ในเลือดสูงเป็น 1,000 มิลลิกรัม% ปกติไม่ควรเกิน 150 มิลลิกรัม%) จากระดับแคลเซียมในเลือดสูง พยาธิ ฯลฯ  ถ้าพบสาเหตุต้องกำจัดเสีย เช่น ถ้ามีนิ่วต้องเอานิ่วออก มิฉะนั้นอาจจะเป็นอีก ถ้าเป็นจากแอลกอฮอล์ ก็ต้องหยุดดื่มแอลกอฮอล์ตลอดชีวิต แม้จะดื่มเพียงเล็กน้อยก็ไม่ได้

ฉะนั้นเมื่อทราบอย่างนี้แล้ว ก็ต้องป้องกันการเป็นโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันด้วยการไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ถ้ามีนิ่วในถุงน้ำดี ควรปรึกษาแพทย์ และควรตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุอื่นๆ ทั้งๆ ที่สบายดี เช่น ระดับไขมัน แคลเซียมในเลือด ฯลฯ

นพ.พินิจ กุลละวณิชย์


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี