คอลัมน์ผู้หญิง

ตัวอย่างชมรมผู้สูงอายุที่สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน

คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการด้านผู้สูงอายุ ภายใต้การนำของ นางเพ็ญพักตร์ ศรีทองพิจารณาการขับเคลื่อนให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนสังคม ชุมชน สถาบันครอบครัว มีความตระหนักถึงศักยภาพ ประสบการณ์และภูมิปัญญาของผู้สูงอายุ โดยร่วมกันกำหนดทิศทาง และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการสร้าง “สังคมผู้สูงอายุ” ที่มีคุณค่า และ มีคุณภาพทั้งต่อผู้สูงอายุเอง ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม และการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยเฉพาะชมรมผู้สูงอายุ โดยได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ จังหวัดอุบลราชธานี ได้พบว่ามีตัวอย่างของชมรมที่มีความเข้มแข็งและสามารถสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนได้ หลายแห่งซึ่งจะขอนำตัวอย่างมานำเสนอสัก ๒ แห่ง ดังนี้

ชมรมผู้สูงอายุตำบลหนองขอน

วัตถุประสงค์ชมรม ๑.เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วม ส่งเสริมสวัสดิภาพ และคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุ ๒.สร้างจิตสำนึกให้สังคม ตระหนักถึงผู้สูงอายุในฐานะผู้มีพระคุณต่อสังคมควรส่งเสริมพัฒนาให้ทรงคุณค่าไว้ให้นานที่สุด ๓.ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี มีคุณภาพชีวิตที่ดีมีหลักประกัน สร้างความรักสามัคคีสัมพันธ์อันดี ในหมู่คณะ ๔.ประชาชน ครอบครัว ชุมชน องค์กรภาครัฐ/เอกชน มีส่วนร่วมในการพัฒนา ถือว่าเป็นการพัฒนาความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ

กิจกรรมที่ได้ดำเนินการซึ่งประสบผลสำเร็จ สามารถเป็นตัวอย่างในการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง อาทิ ๑.โครงการ “ผู้สูงวัยไปยามหมู่ (เยี่ยมเยือน)”โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับทุกข์ ผูกมิตร ปักหลัก ชักชวน จัดตั้ง สร้างองค์กรแกนนำ ๒.“โครงการ ทำดีเพื่อพ่อ
ผู้สูงวัยอยากเลี้ยงหลานเป็นคนดี”โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี ความคุ้นเคย ความเอื้ออาทร ระหว่าง ผู้สูงอายุ ครูและเด็กนักเรียน ผู้สูงอายุได้ใช้ภูมิปัญญา ให้เกิดประโยชน์ ๓.“โครงการสัปดาห์แห่งชาติผู้สูงอายุ และครอบครัว” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมประเพณีวันผู้สูงอายุตามประเพณีและวัฒนธรรมในชุมชน สร้างความรักความสามัคคีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ๔.“โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ระหว่างโรงเรียนและชุมชน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม สร้างความรักความกตัญญู มีวินัย มีความรับผิดชอบ มีจิตอาสาเสียสละ รักความเป็นธรรม ซื่อสัตย์สุจริต เคารพสิทธิและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ๕ “โครงการเพื่อนช่วยเพื่อนอาสาดูแลผู้สูงอายุ อผส.” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือดูแล เอื้ออาทรให้กำลังใจผู้ด้อยโอกาสและขาดที่พึ่ง ๖.“โครงการกองทุนสวัสดิการสินค้าผู้สูงอายุ”(ตำบลหนองขอน)โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและรองรับผลิตผลทางภูมิปัญญาผู้สูงอายุ ๗.“โครงการล้อมรั้วด้วยรักผู้สูงวัยร่วมใจต้านภัยยาเสพติด”โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรักความอบอุ่นในครอบครัวผู้สูงวัยห่วงใยภัยมืดในสังคมลูกหลานรู้จักพิษภัยยาเสพติด ๘.“โครงการปลูกผักปลอดสารพิษบริโภคเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมรณรงค์ปลูกผักปลอดสารพิษบริโภคอาหารปลอดภัย เพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ๙.“โครงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผู้สูงอายุออกกำลังเป็นกิจวัตร เพื่อสุขภาพแข็งแรง ลดภาวะเจ็บป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บ ให้ผู้สูงอายุ/ประชาชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ส่งเสริมความรัก/สามัคคีแก่หมู่คณะ และลดภาระทางเศรษฐกิจให้แก่ครอบครัวและประเทศชาติ ๑๐.โครงการ “การอบรมแกนนำหมู่บ้านจัดการตนเอง” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้ชุมชนและผู้นำชุมชนร่วมคิด ร่วมทำ และฝึกให้กล้าแสดงออก แสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาในชุมชน

มุมมองการเตรียมความพร้อมผู้สูงอายุก้าวสู่ ๒๐ ปีข้างหน้า ชมรมผู้สูงอายุจะดำเนินการส่งเสริม ๔ ด้าน ดังนี้ ๑.ด้านสุขภาพ โดยอาศัยทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพเป็นพี่เลี้ยงในการดำเนินงาน ๒.ด้านเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการสร้างหลักประกัน อยากให้มีอาชีพในชุมชน ให้ผู้สูงอายุและผู้ที่กำลังเป็นผู้สูงอายุมีเงินออม ๓.ด้านสังคม มุ่งเน้นการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมทั้งครอบครัว ชุมชนและสังคม ๔.ด้านการศึกษา มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพ ให้เรียนรู้เท่าทัน และอยากให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้คอมพิวเตอร์

แนวทางการดำเนินงานของชมรมที่สามารถสร้างชมรมให้เข้มแข็ง ๑.ต้องมีกรรมการเข้มแข็ง ๒.ต้องมีกิจกรรม ๓.ต้องมีกองทุน ๔.การบริหารองค์กร ๕.ทำเสร็จแล้วก็จะมีการประเมินสมาชิกทุกท่านจะต้องร่วมกันทำช่วยเหลือกัน

ชมรมผู้สูงอายุบ้านลือคำหาญ

คำขวัญ สุขภาพดี สามัคคีมีวินัย น้ำใจงาม นามระบือลือคำหาญ วิสัยทัศน์ สร้างเสริมสุขภาพ สืบสานวัฒนธรรม สัมพันธภาพอันดี มีศักดิ์ศรีและเป็นสุข

วัตถุประสงค์ของชมรม ต้องการให้สมาชิกชมรมได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันตั้งแต่ยามมีชีวิตอยู่จนถึงวาระสุดท้าย

กิจกรรมที่ได้ดำเนินการซึ่งประสบผลสำเร็จ สามารถเป็นตัวอย่างในการสร้างชุมชนให้เข้มแข็งการดำเนินงานของชมรมแบ่งออกเป็น ๔ องค์ประกอบ การบริหารจัดการชมรมได้จัดทำระเบียบเป็นแนวทางปฏิบัติ ๑.ด้านกิจกรรมชมรม ได้แก่ กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ โดยใช้ถนนภายในหมู่บ้านและสนามโรงเรียนเป็นที่ออกกำลังกาย มีการอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพปากและฟันโดยสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี มีการอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพกายสุขภาพจิตและทำการทดสอบสมรรถภาพร่างกายประจำปีโดยศูนย์อนามัยที่ ๗ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมตรวจสุขภาพประจำเดือน ๒.ด้านส่งเสริมสุขภาพจิต มีการทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม ที่ผ่านมาชมรมผู้สูงอายุบ้านลือคำหาญร่วมกับชมรมผู้สูงอายุตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ สาธารณสุขอำเภอวารินชำราบ และโรงพยาบาลวารินชำราบ ได้เปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมให้กับสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล รวมจำนวน ๑๖๐ คน ๓.ด้านกิจกรรมทางสังคมและการพัฒนาศักยภาพของสมาชิก มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพื่อร่วมกิจกรรมทางสังคมทั้งในส่วนที่ทางราชการและชมรมได้จัดขึ้นมีการแจ้งเตือนสมาชิกให้สมาชิกที่ทางราชการให้ความช่วยเหลือ อาทิ เบี้ยยังชีพ เงินสวัสดิการจัดการศพจำนวน ๒,๐๐๐ บาท และ ๔.ด้านสวัสดิการและการเกื้อกูล สมาชิกได้ตระหนักถึงขวัญและกำลังใจของสมาชิกซึ่งเป็นสิ่งสำคัญจึงได้จัดชุดเยี่ยมยามถามข่าวร่วมกับอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุของหมู่บ้าน เรื่องของการออมทรัพย์เพื่อการส่งเสริมการเก็บออมนั้นมีกลุ่มออมทรัพย์และกองทุนหมู่บ้านที่สมาชิกของชมรมผู้สูงอายุเป็นสมาชิกสามารถกู้เงินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนหรือเพื่อการลงทุนรายละไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาทการสร้างรายได้เสริมให้กับสมาชิก มีโรงตัดเย็บเสื้อผ้าของสมาชิกและของที่ราชการได้ให้ความช่วยเหลือ ในด้านการระดมทุนและการมีส่วนร่วมของชุมชนได้เสนอโครงการของบประมาณไปยังเทศบาลตำบล แสนสุขหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนด้วยดี จากการดำเนินงานของชมรมใน ๔ องค์ประกอบดังกล่าวมาแล้ว ทำให้การบริหารจัดการชมรมเป็นไปด้วยดี กิจกรรมอื่นๆ ได้แก่ จัดให้มีการประชุมเดือนละ ๑ ครั้ง พบปะสังสรรคปีละ ๒ ครั้ง ให้การต้อนรับคณะต่างๆ ที่เดินทางมาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง ยังจัดให้มีการทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อหาทุนสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพของชมรมผู้สูงอายุอีกทางหนึ่งด้วย

มุมมองการเตรียมความพร้อมผู้สูงอายุก้าวสู่ ๒๐ ปีข้างหน้า ๑. ด้านการประกันรายได้ ควรจัดให้มีระบบการออมเงินแบบบังคับด้วยกฎหมาย ในอัตราต่อเดือนที่ไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตยามปกติ โดยเริ่มออมตั้งแต่อายุ ๓๕ ปีบริบูรณ์ ซึ่งเงินออมจะเบิกถอนคืนได้เป็นรายเดือนเมื่ออายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ โดยรัฐควรจัดให้มีการประกันชีวิตแก่ผู้สูงอายุทุกคน ผู้ที่เป็นข้าราชการบำเหน็จบำนาญ ควรปรับบำเหน็จบำนาญให้สัมพันธ์กับค่าครองชีพ เพิ่มเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุสัมพันธ์กับค่าครองชีพที่สูงขึ้น จัดตั้งกองทุนสะสมทรัพย์เพื่อยามชรา ประกันราคาผลผลิตให้เกษตรกร เพิ่มเงินสงเคราะห์ผู้สูงวัยที่พิการ ๒. ด้านการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยรัฐควรสนับสนุนงบประมาณให้ผู้สูงอายุได้ศึกษาหาความรู้ในระดับที่สูงขึ้นตามศักยภาพของแต่ละบุคคล โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจนกว่าจะจบหลักสูตรนั้นๆ เปิดโลกทัศน์ใหม่เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดยรัฐเป็นผู้ให้บริการเข้าถึงชุมชนอย่างแพร่หลาย แสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเอง จัดสรรงบประมาณให้ผู้สูงอายุได้ทัศนศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในชุมชน จัดสถานที่ให้ผู้สูงอายุ เพื่อทำกิจกรรมผ่อนคลาย เป็นการสร้างความสามัคคีและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เป็นวิทยากรถ่ายทอดภูมิปัญญาให้เยาวชนรุ่นหลัง เพื่ออนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรม ๓.ด้านการปลูกจิตสำนึกให้คนในสังคมตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ โดยควรจัดกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในวันสำคัญต่างๆ เพื่อให้ลูกหลานได้มีกิจกรรมร่วมกับผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุควรประพฤติตนให้เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และเป็นแบบอย่างให้กับเยาวชนตระหนักและยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ มอบรางวัลประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สูงอายุที่ประกอบคุณงามความดีระดับหมู่บ้านชุมชน ให้ลูกหลานได้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สดุดีคุณงามความดีของผู้สูงอายุในชุมชนที่ประพฤติคนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกหลาน

สำหรับข้อคิดเห็นที่ได้จากชมรมทั้งสองแห่งที่สะท้อนมุมมองทั้งการดำเนินการสร้างความเข้มแข็งและปัญหาการขาดแคลนงบประมาณในการบริหารจัดการชมรม ซึ่งการดำเนินกิจกรรมของชมรมต้องใช้งบประมาณ เงินกองทุนที่ชมรมมีอยู่ไม่เพียงพอ ได้เสนอว่าทางราชการควรพิจารณาให้การสนับสนุนในลักษณะเหมาจ่าย เป็นเงินบำรุงชมรมผู้สูงอายุ เพื่อให้ชมรมผู้สูงอายุสามารถดำเนินกิจกรรมต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานคณะกรรมาธิการ ได้ชื่นชม โครงการต่างๆ ที่ชมรมได้จัดทำขึ้นว่าเป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้สูงอายุคณะกรรมาธิการจะนำไปขยายผล สร้างการรับรู้เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ชมรมผู้สูงอายุอื่นนำไปประยุกต์ใช้ ทั้งนี้ ยังเห็นว่าในปัจจุบันสังคมไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว ภาระของภาครัฐในเรื่องต่างๆ มีมากมายการที่จะรอให้ภาครัฐเข้ามาดูแลคงจะไม่ทั่วถึงและใช้ระยะเวลานาน เข้าทำนอง “กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้”วิธีที่ดีที่สุดคือชุมชนต้องให้การดูแลคนในชุมชนด้วยกัน จะต้องทำให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตนเองได้มากที่สุด อยู่อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน เรื่องสุขภาพและการออมจึงเป็นเรื่องสำคัญ เราต้องเริ่มปลูกฝังให้ลูกหลานหันมาใส่ใจสุขภาพและเริ่มออมเงินให้มากขึ้น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรีผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภาโทร.๐๒-๘๓๑-๙๒๒๕-๖ โทรสาร ๐๒-๘๓๑-๙๒๒๖ สายด่วนวุฒิสภา ๑๑๐๒ หรือส่งจดหมาย/เอกสาร/ข้อร้องเรียนไปที่ “ตู้ปวงชนชาวไทย” ไปรษณีย์รัฐสภา กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๕

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ถนนอู่ทองใน ดุสิต กทม. 10300 email : dek_senate@hotmail.co.th หรือ Facebook: กมธ.พัฒนาสังคม หรือ กลุ่มงานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็กฯ วุฒิสภา โทร.02-831-9225-6 แฟกซ์ 02-831-9226

 


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี