วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
5 ม.ค. 2561 โลกออนไลน์มีการแชร์ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรการป้องกันกรณีการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ ซึ่งเป็นหนังสือคำสั่งเลขที่ สธ. 0201.04/ว 3784 และมี นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงนามเมื่อ 29 ธ.ค. 2560 โดยเนื้อหาระบุว่า ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐนำทรัพย์สินของทางราชการทุกประเภท รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้สำนักงานไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ห้ามนำโทรศัพท์มือถือมาชาร์จกระแสไฟฟ้าในสถานที่ราชการ รวมถึงห้ามนำยานพาหนะส่วนตัวมาจอดค้างคืน หรือแม้แต่นำมาล้างในสถานที่ราชการด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีการแชร์ประกาศดังกล่าวออกไป ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก อาทิ แฟนเพจ "หมออนามัยขี้mouth" มีหลายความเห็นโพสต์ข้อความทำนอง "ตัดพ้อ" อาทิ ทุกวันนี้ใช้โทรศัพท์และรถยนต์ส่วนตัวปฏิบัติหน้าที่ทางราชการอยู่ตลอด ถามว่าเบิกค่าใช้จ่ายจากใครได้บ้าง รวมถึงบางความเห็นก็ตั้งคำถามว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ในองค์กรจะสามารถทำตนให้เป็นแบบอย่างในเรื่องนี้ได้จริงหรือ
เช่นเดียวกับแฟนเพจ "Drama-addict" หรือจ่าพิชิต ขจัดพาลชน ซึ่งเป็นเพจของ นพ.วิทวัส ศิริประชัย อดีตแพทย์ประจำ รพ.เกาะลันตา อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ตั้งคำถามถึงนโยบายป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ส่วนรวมกับส่วนตัว ที่เป็นเหตุผลในการออกประกาศดังกล่าวว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ เมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆ ที่ร้ายแรงกว่า เช่น การเรียกรับผลประโยชน์จากผู้มารับบริการหรือเมื่อจะมีการซื้ออุปกรณ์เข้า รพ. การเอาเวลาเข้าเวรไปเปิดคลินิกส่วนตัว หรือไปเปิดคลินิกแต่ยังรับเงินค่าไม่เปิดคลินิก ที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงในแวดวงคนสาธารณสุขเท่าที่ควร




อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ด้านเวชกรรมป้องกัน ในฐานะรักษาราชการแทนหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงสาธารณสุข (ศปท.) เผยแพร่เอกสารชี้แจงเรื่องว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศดังกล่าวเพื่อแสดงเจตจำนงสุจริตในการบริหารราชการและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวในตำแหน่งหน้าที่อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นแบบอย่างที่ดี ยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อความเชื่อมั่นศรัทธาต่อประชาชน โดยมุ่งหวังที่จะปรับเปลี่ยนแนวคิดของคนในหน่วยงานให้สามารถคิดแยกแยะว่าเรื่องใดเป็นประโยชน์ส่วนตนและเรื่องใดเป็นประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2560 ที่รับทราบร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. ....
พร้อมมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำระเบียบว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้ทรัพย์สินสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือกำกับดูแล โดยให้พิจารณาร่วมกับกระทรวงการคลัง สำนักงาน ก.พ. กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ไม่สร้างภาระให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุขที่มีกว่า 4 แสนคน

"รายละเอียดในประกาศที่ได้แจ้งไป บางข้ออาจทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความไม่สะดวกในการปฏิบัติงาน เช่นการใช้โทรศัพท์มือถือ ที่ใช้ทั้งติดต่อราชการและเรื่องส่วนตัว ซึ่งอยู่ในวิจารณญาณของเจ้าหน้าที่ถึงความเหมาะสม" นพ.ยงยศ กล่าว
อนึ่ง..ย้อนไปเมื่อ 1 ส.ค. 2560 พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม โดยในตอนหนึ่งได้กล่าวไปถึงการชาร์จโทรศัพท์มือถือในที่ทำงานด้วย โดยให้แต่ละหน่วยงานไปพิจารณาออกแนวปฏิบัติตามความเหมาะสม
"ที่ประชุมครม.ถามกันมากมายว่า ในวันข้างหน้าใครจะกล้าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องบอกว่าถ้าเราตั้งใจจริงที่จะทำงานเพื่อประชาชน เราต้องพร้อมถูกตรวจสอบ ทุกประเทศที่เจริญแล้วก็มีกฎหมายนี้ทั้งนั้น ซึ่งหมายรวมการแทรกแซงแต่งตั้งโยกย้ายก็โดน เอาซองจดหมายตราครุฑของราชการ หยิบเงินใส่ช่วยงานศพก็โดน เอาโทรศัพท์มือถือชาร์จไฟหลวงก็โดน
ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯระบุว่า ถ้าตีความกันแบบนี้ก็จะเวอร์ไป ซึ่งต้องมีการออกกฎหมายลูก กฎระเบียบของแต่ละหน่วยงานว่า อนุญาตให้อะไรแค่ไหนอย่างไร จะเสียบโทรศัพท์ได้กี่ชั่วโมง เป็นต้น" พล.ท.สรรเสริญ กล่าว
https://www.facebook.com/moh.anamai.keymouth/posts/1081249992017680
https://www.facebook.com/DramaAdd/posts/10156197641733291
http://pr.moph.go.th/iprg/include/admin_hotnew/show_hotnew.php?idHot_new=105497
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม.เคาะกม.7ชั่วโคตร ฟันทุจริต‘ขรก.’ทุกราย ‘ซองครุฑ-ไฟหลวง’ห้าม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี