วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
แฉปายวิกฤติมลพิษทางเสียงหลังเกิดเหตุสลดฆ่าหมู่ 3 ศพ ปธ.สภาวัฒนธรรมฯสุดทนออกโรงจี้จัดระเบียบใหม่ก่อนจะลุกเป็นไฟ หลังจนท.ปล่อยปละละเลยให้สถานบันเทิงเปิดเกินเวลาสร้างความเดือดร้อนให้ธุรกิจรอบข้าง เคยร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมสุดท้ายก็เงียบหาย ผญบ.ระบุราษฏรทนมานับสิปปีจนกลายเป็นประสาทอ่อนๆกันหมดแล้ว
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2561 นางอาภรณ์ แสงโชติ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอปาย เปิดเผยภายหลังเกิดเหตุการณ์อันน่าสลดมีการฆ่าหมู่ 3 ศพในพื้นที่อ.ปายเนื่องจากเกิดปัญหาขัดแย้งระหว่างสถานบันเทิงที่ส่งเสียงดังเปิดเกินเวลากับธุรกิจโรงแรมที่พักและกลุ่มชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงว่า สาเหตุหนึ่งมาจากการบังคับใช้กฎหมายจากเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่เข้มงวดและเสมอภาค จนส่งผลกระทบในระยะยาว
ทั้งนี้สถานบันเทิงหลายแห่งในเมืองปาย ส่วนใหญ่เปิดเกินเวลา และหลังจากนั้นก็จะพากันไปกินเหล้าต่อที่ร้านข้าวต้ม ซึ่งเสียงของกลุ่มคนที่เมามาย ในยามวิกาลและเลยเวลาจนเกินไป ส่งผลกระทบต่อสุจริตชนที่อาศัยข้างเคียง จนเกิดการกระทบกระทั่งเกิดขึ้น เมื่อเกิดบ่อยครั้ง อาจจะทำให้คนที่เกิดความเครียด บันดาลโทษะได้โดยง่าย
"เรื่องดังกล่าว จะต้องมีการแก้ไขให้เป็นรูปธรรม โดยในวันที่ 8 มกราคม นี้ จะเรียกประชุมคณะกรรมการและสมาชิกสภาวัฒนธรรมปาย เพื่อหาทางออก และอาจจะมีการจัดเวทีเสวนา โดยเชิญเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องมาลงสัตยาบันเพื่อปรับปรุงและบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นเมืองปายจะลุกเป็นไฟ และส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างร้ายแรง"นางอาภรณ์
นายรักษ์พล อาภาวัง เจ้าของร้านรักษ์ต้มเลือดหมู เปิดเผยว่า จากกรณีการฆ่าหมู่ที่เกิดขึ้นในเมืองปาย ถือเป็นบทเรียนที่ล้ำค่า และเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องปรับปรุงตัวเอง โดยปฏิบัติหน้าที่ ตามตัวบทกฎหมายอย่างจริงจังและมีความเสมอภาค ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ตนเคยได้รับผลกระทบด้านเสียงจาก ร้านที่อยู่ติดกันซึ่งเปิดเกินเวลา สร้างความเดือดร้อนอย่างมาก
"ผมได้ร้องเรียนทางไลน์ไปยังนายอำเภอและผกก.สภ.ปาย เรื่องยังเงียบ ต่อมาจึงได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอปาย แต่ก็ปรากฏว่าเรื่องเงียบเหมือนเดิม จนต้องประกาศขายบ้านและกิจการที่มีเพื่อหนีออกจากเมืองปายมาแล้วครั้งหนึ่ง"นายรักษ์พล กล่าว
ขณะที่ นายสุรเพชร สิทธิเพชร ผญบ.บ้านป่าขาม ต.เวียงใต้ อ.ปาย เปิดเผยว่า เรื่องปัญหาด้านเสียง ในยามวิกาลที่เกิดขึ้น ตนในฐานะผู้ใหญ่บ้าน เคยออกไปตักเตือนร้านในเขตรับผิดชอบมาแล้วหลายครั้ง แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือ เมื่อนำเสนอข่าวออกสื่อไป ก็จะมีเจ้าหน้าที่ทั้งอำเภอ และ ตำรวจ ออกมาตักเตือนเป็นพักๆ แต่ก็ยังมีการเปิดร้านเหล้าเกินเวลาเหมือนเดิม แถมจะหนักกว่าเดิมเสียอีก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ได้เข้าไปดูแลอย่างเข้มงวด
"ทุกวันนี้ราษฎรชาวเมืองปาย ต้องอดทนต่อสิ่งเหล่านี้มานานนับสิบปี บางรายถึงกับเป็นโรคความดันและประสาทอ่อนๆก็มี ทั้งนี้อยากจะให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์ และให้เจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ออกมาดำเนินการอย่างจริงจัง โดยไม่เกรงใจเจ้าของร้านต่างๆ"นายสุรเพชร กล่าว
ขณะแหล่งข่าวในเมืองปาย ที่เคยร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม อ.ปาย ระบุว่า สาเหตุหนึ่งมาจากการเปิดสถานบันเทิงเกินเวลาและเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมายาวนาน ทั้งนี้ถึงแม้ร้านข้าวต้มจะไม่ใช่สถานบันเทิง แต่แขกที่มาทานข้าวต้ม ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นนักเที่ยวที่ไปท่องราตรีจนร้านปิดและพากันมากินเหล้าที่ร้านข้าวต้มต่อ และส่วนใหญ่มีการกินต่อเนื่องไปจนถึงรุ่งเช้า ส่งผลกระทบต่อผู้ที่อาศัยข้างเคียง ที่อยู่ระหว่างการนอนหลับพักผ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี