วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
'ARSA'นักรบโรฮิงญา เพราะถูกบีบคั้น..จึงจับอาวุธสู้?

'ARSA'นักรบโรฮิงญา เพราะถูกบีบคั้น..จึงจับอาวุธสู้?

วันจันทร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2561, 09.55 น.
Tag : จับอาวุธสู้ นักรบโรฮิงญา บีบคั้น ARSA
  •  

8 ม.ค. 2561 สำนักข่าว BBC ของอังกฤษ นำเสนอรายงานพิเศษเรื่อง "Myanmar Rohingya militants Arsa vow to fight on after attack" (นักรบโรฮิงญากับการเอาคืนรัฐบาลเมียนมา) สืบเนื่องจากเหตุโจมตีรถบรรทุกขนส่งทหารของกองทัพรัฐบาลเมียนมา (พม่า) ที่รัฐยะไข่ เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ม.ค. ทำให้มีทหารเมียนมาได้รับบาดเจ็บ 5 นาย ซึ่งในเวลาต่อมา ตัวแทนกลุ่ม ARSA ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธของชาวโรฮิงญา ออกมาอ้างว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้

ARSA หรือชื่อเต็มๆ คือ Arakan Rohingya Salvation Army เป็นกลุ่มติดอาวุธที่เกิดขึ้นมาจากความไม่พอใจของชาวโรฮิงญา กลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูก “ปฏิเสธการมีตัวตน” จากรัฐบาลเมียนมา และย้ำทุกครั้งเสมอมาว่า "ชาวโรฮิงญาไม่ใช่ชนพื้นเมืองบนแผ่นดินเมียนมา" หากแต่เป็น "ผู้เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย" ที่มาจาก บังกลาเทศ ประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันตกของเมียนมา


เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าการปะทะกันระหว่างกองทัพรัฐบาลเมียนมากับกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ นั้นเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ทว่าในปีที่ผ่านมา กลุ่มติดอาวุธของชาวโรฮิงญาเติบโตขึ้นอย่างที่ต้องจับตามอง โดยปฏิบัติการครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560 ที่กลุ่ม ARSA โจมตีป้อมตำรวจและทหาร 30 แห่ง นำไปสู่การตอบโต้ของรัฐบาลเมียนมาอย่างรุนแรง ด้วยการให้กองทัพเปิดปฏิบัติการกวาดล้างขับไล่ชาวโรฮิงญา จนมีผู้อพยพหลายแสนคนหนีตายข้ามฝั่งไปยังบังกลาเทศ

สงครามกลางเมือง : แผนที่ตั้งของกองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่สู้รบกับกองทัพรัฐบาลเมียนมา (พม่า) มานานหลายสิบปี

ที่มา : https://worldwideimpact.wordpress.com/2010/05/03/burma-on-the-brink-of-civil-war-the-politic/

มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับกลุ่ม ARSA อาทิ รายงานของ โจนาธาน เฮด (Jonathan Head) ผู้สื่อข่าว BBC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เรื่อง “Rohingya crisis : Finding out the truth about Arsa militants” (วิกฤติโรฮิงญา : ความจริงเกี่ยวกับกลุ่มติดอาวุธ ARSA) เล่าว่า ผู้นำของกลุ่ม ARSA คือ อตา อัลลาห์ (Ata Ullah) ผู้ตระเวนไปตามชุมชนชาวโรฮิงญาในเมียนมาเพื่อ “หาแนวร่วม” ที่เป็นเด็กหนุ่มหรือชายฉกรรจ์ ก่อนพาไปฝึกฝนการประกอบวัตถุระเบิด

อดีตสมาชิกกลุ่ม ARSA รายหนึ่งที่ปัจจุบันลี้ภัยอยู่ในบังกลาเทศ ให้ข้อมูลว่า นายอัลลาห์เคยมาชักชวนตนเมื่อปี 2556 โดยบอกกับคนในหมู่บ้านว่า “มันถึงเวลาต้องตอบโต้ความโหดร้ายทารุณที่ชาวโรฮิงญาถูกกระทำ” และคนในหมู่บ้านก็ให้การสนับสนุนด้วยการจัดหาเสบียงอาหารให้กับผู้ที่ “เข้าป่า” ไปฝึกยุทธวิธีการรบแบบกองโจร อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่า “ไม่เคยเห็นอาวุธปืน” มีเพียงการลาดตระเวนด้วยหอกไม้ไผ่เหลาให้แหลมเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีความพยายามให้ทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมในมัสยิด สถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้นับถือศาสนาอิสลาม

ขณะที่ผู้ใช้ชื่อว่า "อาเมียร์" (Amir) ซึ่งเป็นสมาชิก ARSA ระดับแกนนำในพื้นที่ กล่าวว่า ปฏิบัติการของ ARSA เกิดขึ้นเพื่อต้องการให้ชาวโลกหันมาสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวโรฮิงญา พร้อมทั้งย้ำกว่าปฏิบัติการของ ARSA ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับกลุ่มก่อการร้ายมุสลิมหัวรุนแรงจากต่างประเทศ ส่วนปืนและกระสุนนั้นนักรบ ARSA จะพยายามหาเอาด้วยการปล้นชิงจากกองทัพรัฐบาลเมียนมา   

อตา อัลลาห์ (กลาง) และนักรบกลุ่ม ARSA ของเขา

หลังเหตุการณ์วันที่ 25 ส.ค. 2560 นายอัลลาห์ ชาวโรฮิงญาที่เกิดในปากีสถาน ผู้ซึ่งก่อตั้งกลุ่ม ARSA ในปี 2555 ได้เผยแพร่คลิปวีดีโอในเว็บไซต์ยูทูป (Youtube) โดยมีนายอัลลาห์ยืนอยู่ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยนักรบคลุมโม่งปิดบังใบหน้าพร้อมอาวุธปืนเล็กยาว 2 นายอัลลาห์กล่าวว่า ปฏิบัติการของ ARSA นั้นเป็นไปเพื่อ “ตอบโต้การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ที่รัฐบาลเมียนมาทำกับชาวโรฮิงญา พร้อมร้องขอการสนับสนุนจากนานาชาติ และย้ำว่ารัฐยะไข่เป็นที่อยู่อาศัยโดยชอบธรรมของชาวโรฮิงญา รวมถึง ARSA ไม่ต้องการเป็นศัตรูกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ในรัฐยะไข่แต่อย่างใด

 ทางด้าน พล.อ.มี่น ออง ไลง์ (Min Aung Hlaing) ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ได้กล่าวหลังเหตุโจมตีป้อมตำรวจและทหารโดยกลุ่มARSA ในครั้งนั้นว่า กองทัพจะไม่ยอมสูญเสียดินแดนให้กับกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงสุดโต่ง “ชาวเบงกาลี” ซึ่งเป็นชื่อที่ทางการเมียนมาใช้เรียกชาวโรฮิงญา และยังกล่าวอีกว่าภารกิจของกองทัพเมียนมานั้นยังไม่เสร็จสิ้นมาตั้งแต่ปี 2485 ที่ครั้งนั้นแผ่นดินเมียนมากลายเป็นสมรภูมิระหว่างกองทัพอังกฤษกับญี่ปุ่น ในช่วงสงครามโลกครั้งโลกครั้งที่ 2 (ปี 2484-2488)

อนึ่ง..ในขณะที่ชาวโรฮิงญามีกลุ่ม ARSA ชาวพม่าและชาวยะไข่ที่นับถือศาสนาพุทธ ก็มีกลุ่มเคลื่อนไหวในแนวทางรุนแรงให้การสนับสนุนปฏิบัติการของกองทัพรัฐบาลเมียนมา โดยทั้งชาวพม่าและชาวยะไข่พุทธมองว่าชาวโรฮิงญาเป็น “คนนอก” ผู้มาจากบังกลาเทศ ทั้งนี้ปฏิบัติการขับไล่กวาดล้างชาวโรฮิงญากว่าครึ่งให้ออกไปจากรัฐยะไข่ได้ในเวลาเพียง 4 สัปดาห์ ทำให้จำนวนประชากรที่นับถือและไม่นับถือศาสนาอิสลามมีความสมดุลกัน

ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาที่พักอาศัยในค่ายผู้อพยพ ณ บังกลาเทศ

ที่มา : http://www.bbc.com/news/world-asia-38799586

สำหรับสิ่งที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นหลังเหตุโจมตีรถบรรทุกขนส่งทหารของกองทัพรัฐบาลเมียนมา เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ม.ค. 2561 นั้น โจนาธาน เฮด ทิ้งท้ายไว้ว่า ด้านหนึ่งกองทัพเมียนมามองว่ากลุ่ม ARSA เป็นกลุ่มก่อการร้ายมุสลิมหัวรุนแรง ส่วนอีกด้านกลุ่ม ARSA ก็ยืนยันว่าจะจับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาลเมียนมาต่อไปโดยย้ำว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรม ทั้งหมดนี้กลายเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงพื้นที่รัฐยะไข่ ไม่ว่าจะกับองค์กรช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ รวมถึงสื่อมวลชน และเรื่องการส่งผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาจากบังกลาเทศกลับเมียนมาคงเป็นไปได้ยาก

ความหวังที่จะเห็น “สันติภาพ” บนแผ่นดินเมียนมา ที่มีการสู้รบกันระหว่างกองทัพพม่า กับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ยืดเยื้อยาวยานมาหลายสิบปี วันนี้ดูแล้วยังคง “เลือนราง”!!!

เรียบเรียงจาก

http://www.bbc.com/news/world-asia-42595275

http://www.bbc.com/news/world-asia-41521268

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

มาดูโร อดีตผู้นำเวเนฯ โพสต์ X ครั้งแรก จากในเรือนจำสหรัฐฯ

เฉลยแล้วที่ไหน! บุ๋ม ปนัดดา ตื่นเต้น เขียนใบสมัครงานในรอบ 30 ปี

ไทยคู่ฟ้า แจงยิบ เปิดความจริง ราคาน้ำมันไทย ทำไมต้องอิงสิงคโปร์

สุรเดช ฟันธง วิกฤตพลังงานประเทศ พีระพันธุ์ ช่วยได้ แนะ นายกฯ เชิญมาร่วมรัฐบาลคุม ก.พลังงาน

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved