วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569
7 ก.พ.61 นายบุญสืบ แกล้วกล้า กำนันตำบลกระแสบน อ.แกลง จ.ระยอง ได้ เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีการร่ำลือถึงอาถรรพ์ของถ้ำบนเขาถ้ำ ในป่าชุมชนของหมู่บ้านกระแสบน ม.8 ต.กระแสบน หลังมีการฮือฮาเกี่ยวกับอาถรรพ์ต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็นเสียงดนตรีไทยดังในช่วงกลางดึก พบดวงไฟลอยอยู่เหนือถ้ำ ซึ่งในปัจจุบันยังคงได้ยินกันอยู่
กำนันบุญสืบ ได้กล่าวว่า เกี่ยวกับคำร่ำลือดังกล่าวเป็นเรื่องจริง พร้อมทั้งนำทางพาผู้สื่อข่าวเดินขึ้นไปยังบริเวณเขาถ้ำป่าชุมชนของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นเนินเขาไม่สูงมาก ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 500 เมตร พอขึ้นไปถึงพบกองหินขนาดใหญ่วางทับซ้อนกัน พอขึ้นไปดูพบว่าเป็นช่องเข้าไปเหมือนกับปากถ้ำ ลึกเข้าไปประมาณ 1 เมตร ก็มีแผ่นหินปิดกั้นไว้ไม่สามารถเข้าไปได้ และยังพบว่าบริเวณทางเข้าที่คล้ายปากถ้ำมีร่องรอยเหมือนมีการเดินเข้าออก จนกลายเป็นร่องทางเดิน ตรงหน้าปากถ้ำที่ถูกปิดยังเหลือช่องขนาดเล็ก เมื่อส่องเข้าไปก็พบว่ามีความลึกลงไป แต่ไม่สามารถมองเห็นภายในได้เพราะมีผนังถ้ำบังอยู่ นอกจากนี้รอบๆถ้ำ ยังมีต้นไม้ใหญ่ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่หลายต้น และยังมีซากปรักหักพังของปูน ซึ่งเป็นสำนักสงฆ์ร้างในอดีต
กำนันบุญสืบ เปิดเผยต่ออีกว่า ถ้ำแห่งนี้มีมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่านับร้อยปีมาแล้ว แต่เดิมมีการเล่าสืบต่อกันมาว่า ในอดีตภายในถ้ำชาวบ้านสามารถเข้าไปหยิบยืมถ้วยชาม ออกมาใช้ในงานบุญของหมู่บ้าน แต่ปรากฎว่า พอชาวบ้านบางรายนำถ้วยชามออกไปใช้แล้วแต่ไม่ยอมนำมาส่งคืน และแตกหักเสียหาย ตั้งแต่นั้นปากถ้ำก็เริ่มปิดลงเองโดยไม่ทราบสาเหตุ แผ่นหินด้านหน้าปากถ้ำเคลื่อนที่เข้าหากันจนเหลือความกว้างเพียง 50 ซม. และยังมีแผ่นหินเคลื่อนปิดลงปิดปากถ้ำไว้จนเข้าไปภายในไม่ได้อีก โดยเชื่อว่าสิ่งศักดิ์ที่ดูแลทรัพย์สินภายในถ้ำไม่พอใจชาวบ้าน ที่ไม่ยอมรักษาของที่ยืมไปใช้ และไม่นำมาคืน จึงปิดปากถ้ำไม่ให้เข้าไปได้อีกเลย และที่ผ่านมาเคยเกิดไฟป่าลุกลามไปทั่วบริเวณรอบๆถ้ำ แต่ปรากฎว่าไฟไม่ลามเข้าไปไหม้ในรัศมีของถ้ำเลย จึงเชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์คอยคุ้มครองอยู่จึงรอดจากไฟป่ามาได้ ที่ผ่านมาได้มีพระสงฆ์มาพักอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวตามลำพัง แต่ต่อมาก็ได้ผูกคอจนมรณะภาพบนต้นไม้ข้างถ้ำดังกล่าว จึงถูกปล่อยให้ร้างไป เหลือเพียงเศษซากของกุฏิ
(6).jpg)
ด้านนายไพโรจน์ วงศ์ตรุษ อายุ 65 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เขาถ้ำ ได้เปิดเผยว่า ในตอนที่ตนเองยังเด็กอยู่ ยังพบเห็นเศษชิ้นส่วนแตกหักของถ้วยชามดินเผา ถูกทิ้งอยู่ที่หน้าปากถ้ำ ยังเคยเก็บมาเล่นโดยไม่ได้สนใจว่าเป็นของโบราณ จนกระทั่งผ่านกาลเวลามาจนถึงปัจจุบันก็ได้หายไปหมด แต่ยังมีสิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติปรากฎให้ได้เห็นและได้ยินกัน คือเสียงเครื่องดนตรีไทยจะดังขึ้นในช่วงกลางดึกของทุกวันพระใหญ่ โดยจะมีชาวบ้านได้ยินกันเป็นประจำ นอกจากนี้ยังพบเห็นดวงไฟขนาดใหญ่ส่องแสงสว่างลอยอยู่เหนือปากถ้ำ ชาวบ้านต่างเชื่อว่าเป็นอาถรรพ์จากสิ่งศักดิ์ที่ปกปักษ์รักษาถ้ำแห่งนี้มาแสดงให้เห็นและได้ยิน ซึ่งก็ทำให้ชาวบ้านต่างก็ไม่กล้าย่างกรายขึ้นไปเพราะกลัวอาถรรพ์ เพราะที่ผ่านมาใครที่เก็บของจากเขาแห่งนี้ลงมาจะพบกับวิญญาณมาทวงคืน จนต้องนำมาคืนที่เดิม และยังมีความเชื่อว่า เป็นสถานที่เก็บสมบัติของคนโบราณ ที่อาจจะหนีภัยสงครามหรือภัยพิบัติธรรมชาติ โดยมีวิญญาณมาเฝ้าสมบัติอยู่
จากการสอบถามชาวบ้านต่างก็เชื่อว่าถ้ำแห่งนี้มีอาถรรพ์ และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักษ์รักษาอยู่ และยังเชื่อว่าเป็นเมืองลับแลที่อาจจะเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของคนโบราณ และมีการนำทรัพย์สินมาเก็บไว้ในถ้ำดังกล่าว และเชื่อว่ามีอาถรรพ์จากสิ่งลี้ลับจึงไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ สำหรับเขาถ้ำแห่งนี้ ตั้งอยู่ภายในชุมชนกระแสบน มีสวนยางพาราล้อมรอบ แต่กลับพบว่ามีต้นไม้พันธุ์โบราณขึ้นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นต้นลูกสะบ้า ที่เป็นเถาขนาดใหญ่อายุร่วมร้อยปี และต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นเต็มพื้นที่ จึงดูบรรยากาศรกครึ้มไปทั่วบริเวณทำให้ดูน่ากลัวเมื่อได้เข้าไปสัมผัส
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี