วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
10 พ.ย. 58 เมื่อเวลา 12.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการเสียชีวิตของผู้ต้องหามาตรา 112 ประกอบด้วย พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือ "สารวัตรเอี๊ยด" ที่ผูกคอตาย และนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ "หมอหยอง" ที่เสียชีวิตด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ที่ทั้งคู่ถูกคุมขังที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ว่า ตนสั่งการให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์นำนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรือ "อาท ชัตเตอร์มหาเทพ" ผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 ที่เหลือเพียงรายเดียวที่ยังถูกคุมขังที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ไปตรวจร่างกายเพื่อดูว่าป่วยเป็นโรคอะไรหรือไม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเข้าใจ เมื่อเป็นอย่างนี้ทำให้มีประเด็นที่จะมองซึ่งในแง่ของการเสียชีวิต แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าในลักษณะนี้ไม่มีรายเดียวในกรมราชทัณฑ์ ซึ่ง 3 แสนกว่ารายที่อยู่ในเรือนจำ ก็เสียชีวิตแบบนี้ ทั้งการผูกคอตายและจากโรคประจำตัว ก็มีมาตลอด
"อย่างการผูกคอตายเป็นการตัดสินใจแก้ปัญหาของเขาเอง แต่การจะพูดอะไรก็ต้องเคารพผู้เสียชีวิตด้วย ส่วนการเสียชีวิตจากโรคต่างๆ ก็มีการเสียชีวิตอยู่ตลอดเวลาในแต่ละราชทัณฑ์ อยากให้เข้าใจเรื่องอย่างนี้มาก ขณะที่เรื่องดังกล่าว ได้มีการรายงานพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นการภายใน ไม่ได้มีการชี้แจงในที่ประชุม ครม." พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการติดตามนายทหารยศ พ.อ.ที่หนีไปยังเมียนมาหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องนี้ ตนดูเฉพาะกรณีมีการส่งผู้ต้องหามาฝากขัง กรมราชทัณฑ์มีหน้าที่ต่อจากศาล เมื่อศาลสั่งก็ฝากขังไว้ในขณะที่คดียังไม่เด็ดขาด บอกสื่อหลายครั้งแล้วต้องเคารพคนที่มีชื่อในกระแสข่าว แต่หากมันชัดเจนแล้วค่อยลงเสนอข่าว เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ต้องมาดูกรณีที่เป็นเรื่องหนักๆ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา อย่างระเบิดที่แยกราชประสงค์ต้องดูให้ดี เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ ต้องย้ำกันเยอะหน่อย
เมื่อถามว่า กรณีมาตรา 112 ในส่วนของฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช.ได้พูดคุยเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนเป็นประธานคณะทำงานติดตามผู้กระทำความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ก็จริง แค่บูรณาการให้เป็นเอกภาพ แต่หน่วยงานที่ดูแล ทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง ดำเนินการส่วนนี้ได้หมด อย่างกรณีนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นหลัก ต่อข้อถามว่า แต่หากเกิดอะไรรัฐบาลเองก็ต้องรับผิดชอบ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า แน่นอน ในแง่การบริหารงาน แต่ต้องดูรัฐบาลด้วยความเป็นธรรมด้วย การเข้าไปดูเป็นรายบุคคลมันยาก แต่ในแง่ของภาพรวมเองต้องดู ไม่ได้ปฏิเสธ
เมื่อถามถึงความผิดปกติโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตน ตนเพียงแต่วอนสื่อเวลาไปเอ่ยชื่อคนที่แค่มีชื่อในกระแสข่าวโซเชียลมีเดีย ต้องเคารพเขาด้วย อยากให้ฟัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นหลักจะได้ไม่สับสน เพราะเป็นคดีมาตรา 112 ทำอะไรก็ต้องระมัดระวัง ไม่อย่างนั้นถ้าเสนออะไรไปผิดๆ เรื่องจะกลับมาหาพวกเราได้ เพราะไม่อย่างนั้นคนที่มีชื่อก็วุ่นวายไปหมด เขาก็มีลูกเมีย ต้องให้เกียรติกัน แต่ทุกอย่างมันชัดจะลงข่าวก็ไม่ว่ากัน ส่วนเส้นทางการเงินในคดีมาตรา 112 งานด้านข่าวก็สามารถดำเนินการสอบได้หมด ถ้ามีมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็รับไปดำเนินการต่อ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี