วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
13 ม.ค. 59 พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลเดินหน้าในนโยบายแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างยั่งยืน ล่าสุดคณะรัฐมนตรีมีมติให้กรมชลประทานดำเนินโครงการ“แก้มลิงกักเก็บน้ำก่อนไหลสู่แม่น้ำระหว่างประเทศ พ.ศ.58” ในพื้นที่ ๕ จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ( นครพนม, หนองคาย, เลย, บึงกาฬ และ มุกดาหาร) จำนวน 30 โครงการ มีระยะเวลาในการดำเนินการห้วง พ.ย.58– มี.ค.59 โดยเป็นการขุดลอกและขยายแหล่งน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ในลำน้ำหรือแหล่งน้ำตามธรรมชาติภายในประเทศก่อนไหลลงสู่แม่น้ำระหว่างประเทศ แต่เนื่องจากเป็นโครงการที่มีความเร่งด่วนและต้องทันต่อสถานการณ์น้ำในปีนี้ กรมชลประทานจึงได้ขอความร่วมมือให้กองทัพบกสนับสนุนการขุดลอกแก้มลิงใน 24 โครงการ
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 2 และกรมการทหารช่างใช้ศักยภาพทั้งกำลังพลและเครื่องมือ ดำเนินโครงการ “แก้มลิงกักเก็บน้ำก่อนไหลสู่แม่น้ำระหว่างประเทศ พ.ศ.58” ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ควบคู่ไปกับการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลแหล่งน้ำตามธรรมชาติและที่ขุดเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่เพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชน พร้อมทั้งการตระหนักรู้ในสถานการณ์น้ำของประเทศ โดยในการขุดลอกแก้มลิงในครั้งนี้ กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 2 รับผิดชอบ 11 โครงการ ใน จ.นครพนม และ มุกดาหาร สำหรับ กรมการทหารช่างรับผิดชอบ 13 โครงการ ใน จ. หนองคาย, เลย และ บึงกาฬ ซึ่งได้เริ่มดำเนินโครงการแล้วตั้งแต่เดือน พ.ย.58 ขณะนี้อยู่ระหว่างการขุดลอกตะกอนดิน และขยายแหล่งน้ำใน 15 พื้นที่ มีความคืบหน้าในภาพรวมแล้วร้อยละ 27 และขุดลอกเสร็จแล้ว 1 โครงการ
ทั้งนี้ในวันที่ 14ม.ค.59 เวลา 10.00น. ผบ.ทบ. มีกำหนดเดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าของการดำเนินโครงการฯ พร้อมเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ ณ โครงการแก้มลิงบ้านชะโนด ต.ชะโนด อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 โดย กองพันทหารช่างที่ 202 เป็นหน่วยปฏิบัติ
อย่างไรก็ตาม โครงการ “การขุดลอกแก้มลิงกักเก็บน้ำก่อนไหลลงสู่แม่น้ำระหว่างประเทศ”เมื่อดำเนินการเรียบร้อยตามแผนงานที่กำหนด จะเพิ่มความจุในการเก็บกักน้ำได้ถึง 12.77 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 14680 ไร่ และประชาชนในพื้นที่จะได้รับประโยชน์ไม่ต่ำกว่า 6030 ครัวเรือน ซึ่งจะเป็นไปตามแนวนโยบายแห่งรัฐที่ต้องการเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างต่อเนื่อง ป้องกันปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี