'บิ๊กตู่'ชมเกษตรกรรับปลูกพืชฤดูแล้ง ยันพร้อมลุยแผนบริหารจัดการน้ำ

'บิ๊กตู่'ชมเกษตรกรรับปลูกพืชฤดูแล้ง ยันพร้อมลุยแผนบริหารจัดการน้ำ

วันเสาร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559, 13.45 น.
Tag :

30 ม.ค. 59 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความชื่นชมเกษตรกรที่มีความเข้าใจสถานการณ์น้ำของประเทศ และให้ความร่วมมือกับนโยบายการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกพืชในหน้าแล้งจากข้าวนาปรัง ไปสู่พืชใช้น้ำน้อย และการเลี้ยงปศุสัตว์แทน

“จากข้อมูลการสำรวจภาพถ่ายทางอากาศพื้นที่การเพาะปลูกข้าวนาปรัง พบว่า เกษตรกรให้ความร่วมมือต่อนโยบายของรัฐบาล มากขึ้นกว่าในอดีต  เกษตรกรบางส่วนเปลี่ยนไปปลูกพืชใช้น้ำน้อย เช่นพืชตระกูลถั่ว บางส่วนเลือกการเลี้ยงปศุสัตว์ เช่น สัตว์ปีก หรือเลี้ยงปลาในกระชัง  รวมทั้งการเข้าร่วมโครงการต่างๆของรัฐบาล หลายโครงการ เพื่อ สร้างความเข้มแข็งในระดับฐานรากแบบประชารัฐ และชดเชยการสูญเสียรายได้ เช่น การจ้างงานขุดลอกคลองชลประทานในชุมชน ซึ่งมีการจ้างงานกว่า 40,000 ราย ซึ่งมาตรการเหล่านี้ ทำให้พื้นที่การปลูกข้าวนาปรังทั่วประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังทั่วประทศข้อมูล ณ เดือนมกราคมประมาณ 4 ล้านไร่ จาก 8 ล้านไร่ ในปี 57/58 และจาก 15 ล้านไร่ ในปี 56/57  หากพิจารณาเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกลุ่มเจ้าพระยา ก็จะพบว่าพื้นที่ปลูกข้าวลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่นกัน โดยข้อมูล  ณ  เดือนมกราคม 2559 มี 2.91 ล้านไร่ ลดลงจาก 4.84 ล้านไร่ในปี 57/58 และ  7.99 ล้านไร่ในปี 56/57


อย่างไรก็ตาม มีเกษตรกรบางรายที่ยินดีจะรับความเสี่ยง และยังคงยืนยันจะปลูกข้าวนาปรังต่อไป ซึ่งเกษตรกรเหล่านี้เข้าใจดีว่าหากเกิดความเสียหายจะไม่ได้รับเงินชดเชย เพราะมิใช่ความเสียหายจากภัยพิบัติ และเจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลแล้วว่าบางพื้นที่ไม่สามารถให้การสนับสนุนน้ำได้จริงๆ  เพราะเป็นพื้นที่สูงไม่คุ้มต่อการผันน้ำ หรือเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน อีกทั้ง อาจส่งผลกระทบต่อน้ำกินน้ำใช้ "

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ข้อมูลจากกรมชลประทานพบว่า ใน ปี  54 /55 มีน้ำต้นทุนในเขื่อนทั่วประเทศ  18,000 ล้านลบม. แต่มีการปล่อยระบายออกถึง 14,000 ล้านลบม. ด้วยความกังวลของรัฐบาลในสมัยนั้นว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ซ้ำซ้อน โดยมิได้คิดเผื่อว่าหากเกิดฝนตกน้อยจะเป็นอย่างไร  ยิ่งเมื่อมีโครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ดออกมา ทำให้มีพื้นที่การปลูกข้าวนาปรังซึ่งเป็นพืชใช้น้ำมากทั่วประเทศเพิ่มอย่างมาก เป็น 15 ล้านไร่ ทำให้น้ำต้นทุนในเขื่อนทั่วประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ณ เวลาที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ในปี 57/58 มีน้ำต้นทุนในเขื่อนเหลือเพียง 6,777  ล้านลบม.  ประกอบกับภาวะอากาศที่แห้งแล้งฝนทิ้งช่วงทำให้ต้นทุนน้ำในเขื่อนลดลงอย่างต่อเนื่อง

"ในปี 58/59 เรามีน้ำต้นทุน 4,247 ล้านลบม. ซึ่งแม้นไม่มาก แต่รัฐบาลเชื่อว่าจะสามารถบริหารจัดการ ร่วมกันระหว่างหน่วยงานทุกหน่วยและกองทัพ เพื่อดูแลให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ มีน้ำกินน้ำใช้ไม่ขาดแคลนในช่วงฤดูแล้ว และคาดการณ์ว่า ด้วยแผนการบริหารจัดการน้ำที่วางไว้ เราจะมีน้ำใช้การได้ ณ วันที่ 1 พ.ค.ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดฤดูแล้ง 1,590 ล้านลบ.ม. รวมทั้งรัฐบาลจะเดินหน้าแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในรูปแบบประชารัฐ ร่วมมือกันทั้งประชาชนและรัฐบาล ซึ่งเป็นแผนระยะยาว 12 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อมิให้ประเทศไทยเกิดความขาดแคลนน้ำ หรือต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตน้ำกินน้ำใช้อีกในอนาคต เป็นการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเกษตรกรไทยทุกคนบนแผ่นดินไทย" โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top