533.jpg
‘ศรีสะเกษ’หมดปัญหาโรคหอมเลื้อย ด้วยเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร

‘ศรีสะเกษ’หมดปัญหาโรคหอมเลื้อย ด้วยเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร

วันพุธ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag :

จังหวัดศรีสะเกษเป็นแหล่งปลูกหอมแดงมากที่สุดในประเทศ โดยปี2558 มีพื้นที่ปลูกรวม 28,580 ไร่ ผลผลิตประมาณ 92,975 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,394 ล้านบาท แหล่งปลูกที่สำคัญอยู่ที่อำเภอราษีไศล มีพื้นที่ปลูก 14,368 ไร่ ผลผลิตประมาณ 43,104 ตัน โดยเฉพาะตำบลหนองหมี มีพื้นที่ปลูกหอมแดง 3,400 ไร่ ผลผลิต 11,060 ตัน แต่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรในจังหวัดศรีสะเกษประสบปัญหาโรคหอมเลื้อยที่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตและกระทบต่อการส่งออกอย่างมาก

นางสาวพเยาว์ พรหมพันธุ์ใจ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เมื่อประมาณปี 2553 เกษตรกรที่ปลูกหอมแดงในพื้นที่อำเภอยางชุมน้อยและอำเภอราษีไศล ประสบปัญหาโรคแอนแทรกโนส หรือโรคหอมเลื้อย ซึ่งเกิดจากเชื้อราระบาดหนัก ทำให้ต้นหอมที่เป็นโรคมีอาการแคระแกร็น ไม่ลงหัว ส่งผลกระทบต่อผลผลิตเสียหายสูงถึง 50% เกษตรกรขาดทุนและไม่สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะอินโดนีเซียได้ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 (สวพ.4) จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตหอมแดงคุณภาพ ในพื้นที่อำเภอยางชุมน้อยขึ้นมา


โดยมีวิธีการดังนี้ เก็บเศษซากหอมแดงออกจากพื้นที่ปลูกและเผาทำลาย ไถตากดิน 2-3 ครั้ง หว่านปอเทืองปรับปรุงบำรุงดินในอัตรา 5 กก./ไร่ แล้วไถกลบทิ้งไว้ 15 วัน หว่านปูนโดโลไมท์ตามค่าวิเคราะห์ดิน ไถกลบทิ้งไว้ 14 วัน ก่อนปลูกหอมจะใส่ปุ๋ยหมักผสมเชื้อไตรโคเดอร์มาสดอัตรา 500 กก./ไร่ ไถพรวนคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน ส่วนหัวพันธุ์จะแช่ด้วยเชื้อไตรโคเดอร์มาสดอัตรา 1 กก./น้ำ 200 ลิตร นาน 30 นาที ระยะปลูก 16x16 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยเคมี 2 ครั้ง คือในระยะหอมอายุ 15 วัน และ อายุ 1 เดือน การป้องกันกำจัดศัตรูพืชใช้สารชีวินทรีย์และสารเคมีตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร ต้องเด็ดดอกหอมในระยะแรกของการออกดอก และเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 75 วันขึ้นไป

หลักสำคัญของเทคโนโลยีการผลิตหอมแดงคุณภาพ และการแก้ปัญหาโรคหอมเลื้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือหัวพันธุ์หอมแดงต้องเป็นพันธุ์สะอาดปลอดโรคหอมเลื้อย ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่อำเภอยางชุมน้อยยังไม่นิยมผลิตหัวพันธุ์ใช้เอง มีการซื้อมาจากแหล่งอื่นทำให้แก้ปัญหาโรคหอมเลื้อยไม่เห็นผลชัดเจน ดังนั้น สวพ.4 จึงได้นำเทคโนโลยีการผลิตหอมแดงคุณภาพ ไปต่อยอดในพื้นที่ตำบลหนองหมี อำเภอราษีไศล ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหัวพันธุ์ที่ดีที่สุดของศรีสะเกษและประสบปัญหาโรคหอมเลื้อยเช่นเดียวกัน โดยดำเนินการผ่านเกษตรกรต้นแบบจำนวน 20 ราย ตั้งแต่ปี 2554-2558 ปรากฏว่าเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตรสามารถแก้ปัญหาโรคหอมเลื้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยของหอมแดงได้ถึง 7,795 กก./ไร่ หรือเพิ่มขึ้นจากวิธีการของเกษตรกรถึง 17.8% หัวหอมมีขนาดโตเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ย 3.5 เซนติเมตร หรือโตขึ้นจากเดิมที่ 2.4 เซนติเมตร คิดเป็น 16.8% ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตที่เพิ่มขึ้น 34% ขณะที่ต้นทุนการผลิตลดลงจาก 24,000 บาท/ไร่ เหลือ 17,000 บาท คิดเป็นต้นทุนที่ลดลงสูงถึง 7,000 บาท/ไร่

ผลการดำเนินโครงการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตหอมแดงคุณภาพผ่านเกษตรกรต้นแบบ ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ได้รับการตอบรับอย่างดีจากเกษตรกรต้นแบบและในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งในปี 2559 สวพ.4 ตั้งเป้าขยายผลถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวสู่เกษตรกรในอำเภอราษีไศล เพิ่มอีก 100 ราย เพื่อเป็นต้นแบบให้เกษตรกรรายอื่นที่ยังประสบปัญหาโรคหอมเลื้อย ให้นำเทคโนโลยีการผลิตหอมแดงคุณภาพไปใช้ในพื้นที่ของตนเอง เพื่อรักษาเอกลักษณ์ของหอมแดงคุณภาพของศรีสะเกษ ตามคำกล่าวที่ว่า “ใหญ่ แห้ง แดง มัน คอเล็ก” ให้คงอยู่ต่อไป

อยากเชิญชวนเกษตรกรที่ผลิตหอมแดงในจังหวัดศรีสะเกษหรือพื้นที่ใกล้เคียง ลองมาศึกษาดูงานที่แปลงเกษตรกรต้นแบบที่ใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ว่าเขามีการดำเนินการอย่างไร ที่สามารถทำให้ผลผลิตปลอดโรค เกษตรกรและผู้บริโภคปลอดภัยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ซึ่งในพื้นที่ ตำบลหนองหมี มีแปลงต้นแบบให้ดูกว่า 60 แปลง หนึ่งในนั้นเป็นแปลงของ นายวิเชียร เถระพันธ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองหมี

ผู้ใหญ่วิเชียร เล่าว่า พื้นที่บ้านหนองหมี มีการปลูกหอมแดงมากว่า 60 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ซึ่งตนเองก็ปลูกมาได้ 30 ปีแล้ว หอมแดงราษีไศลจะเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าเป็นหอมแดงคุณภาพ แต่มาระยะ 10 ปีหลังเจอปัญหาโรคหอมเลื้อยหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าโรคหมานอนบ่อยครั้ง เนื่องจากเราไม่ได้ผลิตหัวพันธุ์ใช้เอง จะซื้อมาแหล่งอื่นมีโรคติดมาด้วย พอเอามาปลูกโรคก็แพร่ระบาดในพื้นที่ขยายวงกว้าง ซึ่งบางทีโรคก็ติดไปกับผลผลิตที่ส่งออกไปอินโดนีเซียจึงโดนกีดกันตีกลับสินค้า สร้างความเดือดร้อนกับผู้ปลูกหอมแดงมาก จนกระทั่ง สวพ.4 เข้ามาทำโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตหอมแดงคุณภาพ โดยมีเจ้าหน้าที่มาให้คำแนะนำตั้งแต่การเตรียมดิน การผลิตหัวพันธุ์สะอาดใช้เอง การใช้เชื้อไตรโคเดอร์มา การใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีอย่างเหมาะสม

ตั้งแต่ปฏิบัติตามเทคโนโลยีของ สวพ.4 พบว่าโรคหอมเลื้อยลดลงจนฤดูกาลผลิตปีนี้ยังไม่พบโรคเลย อีกทั้งหอมแดงมีขนาดหัวใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับแต่ก่อน ต้นทุนลดลงจากการใช้ปุ๋ยเคมีน้อยลงด้วย ที่สำคัญการได้รับการรับรองมาตรฐานแหล่งผลิตพืช GAP สามารถการันตีคุณภาพ ทำให้จำหน่ายผลผลิตได้ราคาดีขึ้น ผู้บริโภคทั้งในประเทศรวมถึงทางประเทศอินโดนีเซียก็มีความมั่นใจที่จะรับซื้อผลผลิตหอมแดงศรีสะเกษต่อไป เกษตรกรก็มี
รายได้และอาชีพที่มั่นคง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top