533.jpg
กษ.กำชับสารวัตรเกษตรบังคับใช้กม. บูรณาการทำงาน-ลดต้นทุนการผลิต

กษ.กำชับสารวัตรเกษตรบังคับใช้กม. บูรณาการทำงาน-ลดต้นทุนการผลิต

วันพุธ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 14.26 น.
Tag :

17 ก.พ. 59 นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าพลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีนโยบายให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตแก่เกษตรกร ได้ใช้ปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ผลิตผลทางการเกษตรที่ออกสู่ตลาดมีความปลอดภัยด้านอาหาร ส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้บริโภคมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ที่เห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนในขณะนี้ 
 
โดยเฉพาะด้านปัจจัยการผลิตพืช ได้สั่งการให้สารวัตรเกษตร และเครือข่ายสารวัตรเกษตรกว่า 400 นาย สแกนสถานที่ผลิตและร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตอย่างเข้มข้นทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ได้เข้าตรวจสอบแล้ว 4,606 แห่ง พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างและสั่งอายัดเพื่อวิเคราะห์คุณภาพ แบ่งเป็น ปุ๋ย จำนวน 60ตัวอย่าง อายัดปุ๋ยชนิดเม็ด 3,151.8กิโลกรัม ชนิดน้ำ 6 ลิตร วัตถุอันตราย จำนวน 64 ตัวอย่าง อายัด 37กิโลกรัม ชนิดน้ำ 452.5 ลิตร และพันธุ์พืช จำนวน 24 ตัวอย่าง อายัด41.38 กิโลกรัม ขณะเดียวกันยังได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค 
เข้าจับกุมดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย จำนวน 7 ราย พร้อมยึดของกลาง 25รายการ ปริมาณ 247 ตัน มูลค่ารวม14.37 ล้านบาท ซึ่งการกระทำผิดดังกล่าวมีโทษหนักตั้งแต่จำคุก 1 – 10ปี หรือปรับเป็นเงินขั้นสูงสุดหลักล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ จากสถานการณ์ภัยแล้งที่ยาวนานส่งผลให้พื้นที่ทำการเกษตรลดลง จึงทำให้ผู้ประกอบการเกรงว่าไม่มียอดสั่งซื้อ และไม่สามารถระบายสินค้าในสต็อกได้ อาจทำให้เกิดปัญหาปัจจัยการเสื่อมคุณภาพ และพบสินค้าที่วางจำหน่ายบางชนิดยังใช้เลขทะเบียนเก่าซึ่งหมดอายุด้วย ซึ่งได้มอบหมายกรมวิชาการเกษตร เร่งวางมาตรการเพื่อกำจัดสินค้าดังกล่าวออกจากระบบทั้งหมดโดยเร็วต่อไป
 
ด้านสินค้าปศุสัตว์ได้มอบหมายให้สารวัตรปศุสัตว์บังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค โดยปราบปรามผู้กระทำความผิดตามกฎหมายที่กรมปศุสัตว์รับผิดชอบ ได้แก่ พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ร.บ.สถานพยาบาลสัตว์ เป็นต้น ซึ่งในปีงบประมาณ 2559 (ช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม2558 –12 กุมภาพันธ์ 2559) มีการจับกุม 207 ครั้ง ตรวจยึดของกลาง204 คดี มูลค่าของกลาง39,197,655 บาท ส่วนความคืบหน้าผลการจับ/ยึดของกลางซากสัตว์แช่แข็งนำเข้าจากต่างประเทศ ปีงบประมาณ 2559 คือ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 – 12 กุมภาพันธ์2559 นั้น มีจำนวนทั้งสิ้น 39 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 146,935.09 กิโลกรัม รวมมูลค่า 18,903,211 บาท รวมทั้งได้ส่งชุดเฉพาะกิจกองสารวัตรและกักกัน เข้าตรวจจับการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ซึ่งผิดกฎหมายมาตรา 31ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน2557 ถึงปัจจุบันจำนวน 90 ราย รวมทั้งหมดจำนวน 832,830.09 กิโลกรัม มูลค่า 81,307,731 บาท และล่าสุดได้มีการสุ่มตรวจการใช้สารเร่งเนื้อแดงจากฟาร์ม 42 ตัวอย่าง พบว่าใช้สารเร่งเนื้อแดงเกินมาตรฐาน จำนวน 28 ฟาร์ม ซึ่งได้ดำเนินคดีแล้ว 3 ฟาร์ม ในจังหวัดชลบุรี 2 ฟาร์ม ฉะเชิงเทรา 1 ฟาร์ม ทั้งนี้ อีก 25 ฟาร์มที่เหลือกรมปศุสัตว์อยู่ระหว่างดำเนินคดีตามลำดับต่อไป
 
ขณะที่ด้านประมงทะเลได้ประกาศปิดอ่าวเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทะเลให้มีความยั่งยืน ไปเมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งมีกำหนดระยะเวลารวม 3เดือน ระหว่างวันที่ 15 ก.พ. – 15พ.ค. ของทุกปี ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ครอบคลุมพื้นที่ 26,400ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นแหล่งวางไข่และเลี้ยงตัววัยอ่อนที่สำคัญของสัตว์น้ำเศรษฐกิจหลายชนิด โดยเฉพาะปลาทูมีช่วงเวลาวางไข่หนาแน่นที่สุดในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนของทุกปี โดยกรมประมงได้บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันที่ 24มกราคม 2550 เรื่องการกำหนดห้ามใช้เครื่องมือประมงบางชนิดทำการประมงในช่วงฤดูปลาที่มีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวในวัยอ่อน เครื่องมือประมงที่ห้ามตามประกาศฉบับนี้ อาทิ อวนลาก อวนติดตา อวนล้อมจับ อวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยก เป็นต้น ซึ่งมีลงโทษ ต้องระวางโทษปรับตามขนาดเรือ ตั้งแต่ 10 ตันกรอส – 150ตันกรอสขึ้นไป เป็นเงินจำนวน50,000 บาท – 30 ล้านบาท หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมง แล้วแต่จำนวนใดสูงกว่า รวมทั้งต้องรับโทษตามมาตรการทางปกครองด้วย ส่วนการควบคุมการค้าสัตว์น้ำและปัจจัยการผลิต กองบริหารจัดการด้านการประมง ได้มีการรายงานการจับกุมการลักลอบนำเข้า/ยึดสัตว์น้ำผิดกฎหมาย จาก 24 ด่านทั่วประเทศ พบการกระทำผิดการนำเข้าสัตว์น้ำทางเรือโดยโดยไม่แจ้งขออนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำจากพนักงานเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์น้ำ ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มาตรา 31 และการลักลอบนำเข้าโดยบุคคล ผ่านด่านตรวจจับสัตว์น้ำที่มีทั่วประเทศ  
 
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯยังได้เร่งรัดทุกหน่วยงานให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการติดตามเฝ้าระวังปัญหาอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีกด้วย เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพอย่างชัดเจน แก้ไขปัญหาได้อย่างรอบด้านและยั่งยืนอีกด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top