นัดระดมพล22กุมภาฯ ม็อบพระฮือ 'สังฆามติ'หน้าทำเนียบ

นัดระดมพล22กุมภาฯ ม็อบพระฮือ 'สังฆามติ'หน้าทำเนียบ

วันเสาร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag :

นัดระดมพล22กุมภาฯ

ม็อบพระฮือ

'สังฆามติ'หน้าทำเนียบ

'พระเมธ๊'ยันคสพ.ไม่เกี่ยว

ดีเอสไอจ่อสอบสมเด็จช่วง

พิสูจน์ลายเซ็นคดีรถเบนซ์

''วิษณุขู่ฟันขรก.เอี่ยวผิด

ความคืบหน้าหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)แถลงผลตรวจสอบการครอบครองรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ รุ่น 300 บี ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ)เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในฐานะผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชระบุผิดกฎหมายทุกขั้นตอนตั้งแต่นำเข้า ประกอบรถ จ่ายภาษี จดทะเบียน และมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากนั้น

เจ้าของอู่ร้องDSIถูกปลอมลายเซ็น


เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ นางกาญจนา มากเหมือน เจ้าของอู่ N.P.การาจ ซึ่งถูกปลอมแปลงเอกสารและลายมือชื่อยื่นชำระภาษีสรรพสามิต เพื่อจดประกอบรถเบนซ์ของสมเด็จช่วงเข้าร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอให้เอาผิดขบวนการปลอมแปลงเอกสาร

โดยนางกาญจนายืนยันว่า อู่ N.P.การาจเป็นเพียงอู่เคาะพ่นสีรถยนต์ ไม่รับประกอบรถยนต์ และรถเบนซ์ ขม 99 กรุงเทพมหานคร ที่มีปัญหาตนก็ไม่เคยเห็นหรือทราบเรื่องมาก่อน แต่ยอมรับว่าก่อนหน้านี้เคยยื่นเอกสารกับกรมสรรพสามิตขออนุญาตจดประกอบรถ ตามคำแนะนำของนายชลัท นิติฐิติวงศ์ ซึ่งมาชักชวนให้ตนและสามีไปยื่นจดทะเบียนขออนุญาตทิ้งไว้ เพราะในอนาคตอาจขยายอู่ แต่ที่ผ่านมาอู่ไม่เคยทำรถจดประกอบ จึงไม่ทราบว่าถูกนำเอกสารไปใช้ กระทั่งตกเป็นข่าวว่ามีชื่อเป็นผู้ใช้เอกสารไปยื่นชำระภาษีรถยนต์ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร จึงต้องการให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับผู้นำชื่อและเอกสารสิทธิ์ของอู่ไปใช้ทำผิดกฎหมาย และยืนยันว่าลายมือที่ใช้ในขั้นตอนยื่นจดทะเบียนรถของสมเด็จช่วงไม่ใช่ลายเซ็นของตน รวมทั้งตนไม่รู้จักกับอู่วิชาญ หรือ หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพรส์ ส่วนนายชลัทนั้นรู้จักผิวเผิน เป็นเพื่อนของเพื่อนสามีอีกที เท่าที่ทราบมีหลายอาชีพ ซึ่งหลังนายชลัทพาไปจดทะเบียนที่สรรพสามิตแล้ว ก็ไม่ได้เจออีกเลย

จ่อเข้าสอบปากคำสมเด็จช่วง

ด้านพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า การเข้าร้องทุกข์ของ นางกาญจนา ชี้ให้เห็นว่าคดีนี้มีขบวนการปลอมแปลงเอกสาร เป็นเจตนาใช้เอกสารปลอมเพื่อยื่นขอจดทะเบียน ซึ่งดีเอสไอจะตรวจสอบไปถึงผู้นำเอกสารไปยื่นชำระภาษีที่กรมสรรพสามิตและจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวมีตัวตน ดีเอสไอทราบที่อยู่และจะเรียกตัวมาสอบปากคำต่อไป ในส่วนสมเด็จช่วง ดีเอสไออยู่ระหว่างประสานขอเข้าสอบปากคำ เพื่อให้ยืนยันลายเซ็นว่า เป็นผู้ลงลายมือชื่อในเอกสารยื่นขอจดทะเบียนรถยนต์จริงหรือไม่ ในชั้นนี้ยังสรุปไม่ได้ จำเป็นต้องนิติวิทยาศาสตร์เข้าตรวจสอบลายมือลายเซ็นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคำให้การของสมเด็จช่วง หากปฏิเสธว่าไม่ใช่ผู้ลงลายมือชื่อ ก็จำเป็นต้องตรวจพิสูจน์ลายมือ

เปรยคนใกล้ชิดไม่อยากรับรถไว้แล้ว

ทั้งนี้ เบื้องต้นทราบว่าสมเด็จช่วงเปรยกับคนใกล้ชิดว่าไม่ประสงค์จะรับรถยนต์ไว้อีกแล้ว ซึ่งหากเป็นจริง ดีเอสไอพร้อมรับรถไว้เป็นของกลางในคดี เพื่อยุติคดีความผิดเกี่ยวกับภาษีศุลกากรที่ชำระไว้ไม่ครบถ้วน แต่คดีดังกล่าวมีความผิดอาญาร่วมด้วย จากการปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม รวมทั้งมีความผิดตาม พ.ร.บ.สรรพสามิต มีโทษทางอาญา จึงไม่สามารถยุติคดีอาญาได้

จ่อเรียก“ชลัท”สอบที่มาลายเซ็นปลอม

ขณะที่พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสอบนางกาญจนาทราบว่า เอกสารส่วนหนึ่งที่ปลอมขึ้นแล้วไปเสียภาษีที่สรรพสามิต ยืนยันว่าไม่รู้เรื่องชุดยื่นจดทะเบียนของรถคันนี้ เป็นที่ชัดเจนว่าคนที่นำเอกสารของนางกาญจนาไปใช้และปลอมลายมือชื่อเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนยื่นเรื่องต่อกรมสรรพสามิตและกรมขนส่ง ซึ่งนางกาญจนา อาจเคยขอจดประกอบรถยนต์ไว้ แต่นายชลัทคงจะใช้เอกสารบางส่วนมาปลอมทำรถเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 ดังกล่าว ดังนั้น พนักงานสอบสวนจะเรียกนายชลัท ซึ่งเป็นผู้นำเอกสารไปยื่นต่อกรมสรรพสามิตมาสอบสวนที่มาของเอกสาร ใครทำปลอมลายมือชื่อของนางกาญจนา ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวจะมีความผิดแจ้งข้อความเท็จ ปลอมแปลงเอกสาร

ผลสอบรถหรูเสร็จไปแล้ว300คัน

ส่วนผลตรวจสอบรถยนต์หรูจดประกอบกว่า 6,000 คันที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาทนั้น พ.ต.ท.กรวัชร์เผยว่า ศุลกากรตรวจไปแล้วกว่า 300 คัน มีเพียง 8 คันประเมินแล้วว่าต้องเสียภาษี รวมกันกว่า 3,000,000 บาท จากนั้นต้องส่งเรื่องให้ดีเอสไอดำเนินคดีเป็นรายกรณี และหากชำระภาษีแล้วคดีก็ยุติในส่วนศุลกากรสามารถนำรถคืนได้ แต่หากมีการปลอมแปลงเอกสารและแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานความผิดเป็นความผิดอาญาและ พ.ร.บ.สรรพสามิตต้องดำเนินการกับผู้กระทำผิดต่อไป

เจ้าของอู่วิชาญยันแค่รับจ้างทำรถ

ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายวิชาญ รัษฐปานะ เจ้าของอู่วิชาญ ซึ่งรับประกอบรถเบนซ์ ขม 99 กรุงเทพมหานคร เข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมกรณีตรวจสอบรถจดประกอบหลีกเลี่ยงภาษีของสมเด็จช่วง โดยยืนยันว่า รับหน้าที่เพียงขั้นตอนประกอบรถเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับการทำเอกสารใดๆ ส่วนกรณีฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำฯระบุอู่ของตนดำเนินการทั้งหมด ถือเป็นสิทธิที่พูดได้ ตนทำอู่ ถ้าไม่จ้างจะทำได้หรือไม่ ย้ำว่าแค่รับจ้างทำรถให้เท่านั้น

“ในวงการรถคลาสสิครู้กันดีว่าผมเป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วนการนำเข้ารถยนต์ ชิ้นส่วนอะไหล่ หรือการทำเอกสารผมไม่เกี่ยว การเข้าให้ปากคำครั้งนี้มาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผมรับว่าจ้างทำรถคันดังกล่าวถือเป็นเกียรติ เพราะเป็นรถถวายพระชั้นผู้ใหญ่ แต่เมื่อเกิดปัญหาก็ต้องรับสภาพ ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดปัญหาก็คงไม่รับว่าจ้าง” นายวิชาญ กล่าวและว่า หลังทำเสร็จมีโอกาสเข้าพบสมเด็จช่วง 1 ครั้ง ก่อนหน้านี้ก็ไม่รู้จ้กคุ้นเคยกับวัด แต่ได้รับเชิญในฐานะเป็นผู้ทำรถคันดังกล่าว สำหรับหจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์สยอมรับว่ารู้จักในฐานะทำงานสายเดียวกัน ที่ผ่านมาก็มีส่งงานทำรถกันปกติ

ทนายโยนอู่วิชาญจัดการทุกขั้นตอน

ก่อนหน้านี้ นายศุภภัทร์พจน์ นิติศศรธร ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ให้สัมภาษณ์ปฎิเสธกรณีมีการกล่าวหาพระมหาศาสนมุณี หรือ เจ้าคุณแป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เกี่ยวโยงการจัดหารถโบราณ ให้สมเด็จช่วงว่า เจ้าคุณแป๊ะเป็นเพียงผู้ประสานงานกับอู่วิชาญ และเงินที่ซื้อรถ จ้างจดประกอบ จ้างซ่อมรถ เป็นเงินบริจาคของญาติโยมที่มีจิตศรัทธาสมเด็จช่วงร่วมบริจาคซื้อรถถวาย เพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์โดยผ่านเจ้าคุณแป๊ะ

“เจ้าคุณแป๊ะเป็นผู้ประสานกับอู่วิชาญเท่านั้น ส่วนอู่จะไปประสานกับอู่รถที่ไหนอย่างไร ไม่ทราบ” นายศุภภัทร์พจน์กล่าว และชี้แจงสาเหตุที่ติดต่ออู่วิชาญว่า เจ้าคุณแป๊ะนำรถของวัดปากน้ำไปซ่อมที่อู่วิชาญบ่อย แล้วไปเจอโครงรถเก่าจึงคุยกับนายวิชาญว่า ถ้านำโครงรถมาประกอบซ่อมแซมเป็นรถใช้ได้เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ ต้องใช้เงินเท่าไหร่ นายวิชาญบอกว่า 4 ล้านบาท จึงทำบันทึกจ่ายเงินมีลายเซ็นเจ้าคุณแป๊ะที่ถูกเผยแพร่ในขณะนี้เป็นของจริง

นักธุรกิจชาย-ญาติโยมบริจาคซื้อรถ

ถามว่าขั้นตอนสุดท้ายตอนจดทะเบียนรถเป็นชื่อสมเด็จช่วงฯได้กลับมาดำเนินการที่วัดหรือไม่ ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำกล่าวว่า คงมีเจ้าหน้าที่นำเอกสารมาให้ท่านเซ็นเป็นชื่อท่าน เพื่อนำรถไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ ทางวัดจะทราบในขั้นตอนสุดท้ายเมื่อรถเสร็จ ส่วนโยมที่ถวายเงินซื้อรถ เท่าที่ทราบเงินบริจาคหลักๆเป็นของนักธุรกิจชาย 1 คน ที่เหลือเป็นญาติโยมร่วมสมทบทุน

ติงอย่าเหมาคณะสงฆ์จี้ตั้งสังฆราช

สำหรับประเด็นการตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ที่ยังมีข้อถกเพียงนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกฯมอบให้ตนและนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปรับฟังความคิดเห็นแต่ละฝ่ายจะมีวิธีการทำตามข้อเสนอตัวเองอย่างไรให้เรื่องสงบ ถ้ารัฐบาลคิดเองคงทำไปนานแล้ว วันนี้ข้อเสนอมีเยอะแต่เป็นไปไม่ได้ ส่วนผู้ที่ออกมาเรียกร้องให้เร่งตั้งพระสังฆราชองค์ใหม่ ไม่อยากให้คำว่าคณะสงฆ์ แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง เพราะมีคณะสงฆ์ส่งความเห็นมายังรัฐบาลและเสนอทางออกแบบครูบาอาจารย์อย่างสร้างสรรค์ มีบางท่านเป็นพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่แนะนำมา ส่วนเนื้อหาไม่ควรพูดตรงนี้ ซึ่งนายสุวพันธุ์ทำอยู่

จ่อฟันขรก.ปล่อยนำเข้ารถผิดกม.

นายวิษณุกล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องอื่นที่อยู่ในอำนาจรัฐบาล 100% แต่เกี่ยวพันหน่วยงาน แต่ต้องทำให้ยุติระดับหนึ่ง ไม่ให้มีปัญหาค้างคา เพราะเรื่องที่รัฐบาลต้องนำความกราบบังคมทูลฯ ส่วนการชี้แจงเรื่องรถเบนซ์หรูนั้น ดีเอสไอกำลังจะสอบถามสมเด็จช่วงในฐานะผู้ครอบครอง เพราะบางข้อคนอื่นตอบแทนไม่ได้ และปัญหาเกี่ยวกับการนำเข้ารถนั้น ตนกำลังเข้าไปดูในส่วนข้าราชการที่ปล่อยให้ปัญหานี้เกิดขึ้น

พร้อมรับพระรวมตัววันมาฆะ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวถึงการรวมตัวของพระที่พุทธมณฑล จ.นครปฐมในวันมาฆบูชาวันที่ 22 กุมภาพันธ์ว่า เป็นการรวมตัวเพื่อประกอบพิธีสงฆ์ในวันสำคัญทางศาสนาเท่านั้น ไม่พบการเตรียมความเคลื่อนไหวใดๆ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาว่าการชุมนุมมีความผิดตามกฎหมายใด อาทิ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และความผิดเกี่ยวกับการใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่

SMSโผล่นัดรวมตัววันมาฆบูชา

ช่วงค่ำวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือในกลุ่มพระสงฆ์ เพื่อนัดหมายมารวมตัวกันวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา เวลา 09.30 น. กำหนดจุดรวมตัวที่สนามหลวงกับพุทธมณฑล จ.นครปฐม จากนั้นจะเดินทางไปรวมตัวกันหน้าทำเนียบฯ เพื่อแสดงสังฆามติ เกี่ยวกับสถานการณ์ของคณะสงฆ์ และพระพุทธศาสนาในปัจจุบัน

ด้านพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายคณะสงฆ์และองค์กรภาคีพุทธบริษัท 4 ทั่วประเทศ (คสพ.) กล่าวถึงการส่งข้อความดังกล่าวโดยยืนยันว่า ไม่ทราบพระสงฆ์ที่นัดรวมตัวกันเป็นของกลุ่มใด แต่ไม่ใช่จาก คสพ.เพราะ คสพ.จะยังไม่เคลื่อนไหวใดๆ ช่วงนี้ ต้องการให้รัฐบาลทำงานก่อน

ตร.ขู่งัดพรบ.ชุมนุมเล่นงาน
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ  รองโฆษก ตร.กล่าวถึงกรณีมีการชุมนุมเพื่อสนับสนุนมติของมหาเถรสมาคม (มส.)ในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีเหตุกระทบกระทั่งกับทหารว่า อยู่ในขั้นตอนพิจารณาว่าการชุมนุมผิดกฎหมายใด อาทิ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ 2558 และความผิดการใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top