แม่น้ำโขงเริ่มแห้งเชื่อเดินเรือได้ จีนหยุดสร้างท่าเรือคอนเทนเนอร์

แม่น้ำโขงเริ่มแห้งเชื่อเดินเรือได้ จีนหยุดสร้างท่าเรือคอนเทนเนอร์

วันจันทร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559, 13.58 น.
Tag :

7 ม.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเชียงราย ได้ตรวจวัดระดับน้ำในแม่น้ำโขงบริเวณหน้าที่ว่าการ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ว่าลึกประมาณ 2.09 เมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปกติเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา กระแต่ก็พบเห็นหาดทรายและโขดหินเป็นบางจุด ทำให้เรือบรรทุกสินค้าและเรือโดยสารต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือมากขึ้นกว่าเดิม แต่การเดินเรือยังคงเป็นไปตามปกติโดยทางสำนักงานเจ้าท่าฯ แจ้งในปัจจุบันเจ้าหน้าที่ไทยได้ตรวจสถานการณ์การปล่อยน้ำจากเขื่อนจิ่งหงที่เมืองจิ่งหงหรือเชียงรุ้ง เขตปกครองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ห่างจาก อ.เชียงแสน ขึ้นไปประมาณ 342 กิโลเมตร เป็นหลักเนื่องจากเป็นเขื่อนที่มีบทบาทต่อระดับน้ำขึ้นลงในแม่น้ำโขง ซึ่งตามปกติทางการจีนจะมีการปล่อยนำลงมาวันละ 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ก็มีการลดปริมาณการปล่อยเป็นบางช่วงเมื่อจะมีการกักเก็บน้ำหรือซ่อมแซมเขื่อน

อย่างไรก็ตามข้อมูลระดับน้ำจากทางการจีนทั้งหมดเจ้าหน้าที่ไทยต้องสืบข่าวจากคนเดินเรือสินค้าในแม่น้ำโขงที่มาจากเรือสัญชาติจีนเท่านั้น เนื่องจากไม่มีการแจ้งข้อมูลอย่างเป็นทางการมาจากประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นผ่านทางคณะกรรมการประสานการดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำ ล้านช้าง-แม่น้ำโขง (JCCCN หรือ Joint Committee on Coordination of Commercial Navigation on the Lancang-Mekong River) ที่ไทย จีน สปป.ลาว เมียนมา ฯลฯ ทำร่วมกันหรือคณะกรรมการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission:MRC) ทำให้การคาดการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงยังคงเป็นปัญหาจนถึงปัจจุบัน กระนั้นทางเจ้าหน้าที่ไทยรวมทั้งภาคเอกชนคาดการณ์ว่าในปี 2559 นี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะไม่แห้งเกินกว่า 1.50 เมตรจนใช้เพื่อการเดินเรือไม่ได้ เพราะทางการจีนได้มีการซ่อมแซมเขื่อนจิ่งหงเสร็จเรียบร้อยแล้วโดยสังเกตุเห็นได้ชัดตั้งแต่ต้นปี 2558 ที่ดำเนินการแล้วเสร็จพบว่าระดับน้ำทรงตัวไม่ขึ้นลงมากอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งต้องปฏิบัติตามข้อตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำโขงตอนบน 4 ชาติ ที่ต้องเปิดให้มีการเดินเรือได้ตลอดทั้งปีและจีนมีผลประโยชน์จากกิจการขนส่งเดินเรือสินค้าในแม่น้ำโขงมากกว่าชาติอื่นๆ อีกด้วย


แหล่งข่าวจากกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไทยได้รับข่าวการเปิดและปิดน้ำจากคนเดินเรือสินค้าจีนที่ได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่จีนอีกต่อหนึ่ง เมื่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้รับแจ้งให้เข้าไปดูเว็ปไซต์ของ MRC แต่ปรากฎว่าข้อมูลก็ไม่ทันสมัยหรืออัทเดททำให้ใช้วิเคราะห์ได้ยาก ทำให้ต้องหาทางหารือกันต่อไปเพราะสถานการณ์แม่น้ำโขงนั้นเป็นเรื่องที่ทางการไทยต้องรับทราบด้วยเพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยริมฝั่งรวมทั้งการขนส่งสินค้า อย่างกรณีล่าสุดทราบว่าประเทศจีนมีการสร้างท่าเรือแห่งใหม่ที่เมืองห้วยหานห่างจากท่าเรือจิ่งหงลงมาทางทิศใต้เล็กน้อย โดยเป็นท่าเรือสำหรับบรรทุกคอนเทนเนอร์ก่อสร้างมาได้ 4-5 ปีแล้วกระนั้นกลับพบว่าได้หยุดก่อสร้างไปอย่างกระทันหันได้ราว 2 ปีแล้ว ทำให้เราไม่ทราบความเคลื่อนไหว และจำเป็นต้องทราบเพื่อปรับตัวรองรับท่าเรือในส่วนของประเทศไทยต่อไป แต่เมื่อไม่มีข่าวสารเรื่องนี้จึงต้องมีการสอบถามกันในโอกาสต่างๆ ล่าสุดในวันที่ 8 มี.ค.นี้ คณะเจ้าหน้าที่จีนจะเดินไปยัง จ.เชียงราย ซึ่งก็จะได้สอบถามความคืบหน้ากันต่อไป

นายประสาธน์ กิตินา ที่ปรึกษาหอการค้า จ.เชียงราย และนักธุรกิจ อ.เชียงแสน กล่าวว่า ตามปกติระดับน้ำที่ใช้เพื่อการเดินเรือสินค้าจีนจะกินน้ำลึก 1.20 เมตรขึ้นไป ส่วนเรือลาวกินน้ำลึกแค่ 1 เมตรก็เดินเรือได้แล้ว โดยเรือจีนมีระวางบรรทุกช่วงน้ำแห้งประมาณ 100-200 ตัน ส่วนเรือลาวประมาณ 100 ตัน ปกติคิดราคาค่าขนส่งกันกิโลกรัมละ 1-1.50 บาท เมื่อมีปัญหาน้ำแห้งหรือเป็นสินค้าที่ต้องใช้การขนส่งทางบกกจะหันไปใช้ถนนอาร์สามเอไทย-สปป.ลาว-จีน ผ่านเข้าออกทาง อ.เชียงของ จ.เชียงราย คิดราคากิโลกรัมละ 3-4 เมตรแทน ซึ่งการขนส่งสินค้าปีนี้คาดว่าจะไม่แห้งแล้งจนเดินเรือลำบากในฤดูแล้งโดยสังเกตุได้จากเรือจีนที่ทะยอยไปจอดเรียงรายรับส่งสินค้ากันเป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่หยุดยาวช่วงเทศกาลตรุษจีนเป็นต้นมา

รายงานข่าวจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเชียงราย แจ้งว่าเดือน ม.ค.ที่ผ่านมามีเรือสินค้าเข้าเทียบท่า อ.เชียงแสน จำนวน 372 ลำ เป็นเรือจีน 8 ลำ เรือลาว 315 ลำ เรือเมียนมา 32 ลำและเรือไทย 17 ลำ ต่อมาเดือน ก.พ.มีเรือเข้าเทียบท่า 901 ลำ เป็นเรือจีน 36 ลำ เรือลาว 805 ลำ เรือเมียนมา 38 ลำ และเรือไทย 22 ลำ ขณะที่ในปี 2558 ที่ผ่านมามีเรือสินค้าเข้าเทียบท่าเชียงแสนรวมกันทั้งหมดกว่า 13,482 ลำ โดยมีการค้ากับประเทศต่างๆ แยกเป็นการนำเข้ามูลค่า 669.71 ล้านบาท ส่งออก 15,814.42 ล้านบาท และเป็นสินค้าผ่านแดนอีกประมาณ 18,053.82 ล้านบาท สินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง สินค้าอุปโภคบริโภค ฯลฯ ส่วนสินค้านำเข้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าทางการเกษตร ฯลฯ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top