เกษตรฯแจงแผนการใช้น้ำ จ่อบูรณาทำฝนหลวง-วางโซนนิ่ง

เกษตรฯแจงแผนการใช้น้ำ จ่อบูรณาทำฝนหลวง-วางโซนนิ่ง

วันพุธ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559, 15.50 น.
Tag :

9 มี.ค. 59 พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ เปิดเผยว่า สถานการณ์การเก็บเกี่ยวข้าวนาปีรอบแรก/รอบสองในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้เก็บเกี่ยวแล้วเรียบร้อยแล้ว มีบางพื้นที่ที่ยังรอเก็บเกี่ยวอีกเพียง 0.61 ล้านไร่ ส่วนข้าวนาปรังที่จะเก็บเกี่ยวในช่วงเดือน ก.พ. - เม.ย. 59 บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา จำนวน 3.05 ล้านไร่ แบ่งเป็นในเขตชลประทาน จำนวน 1.98 ล้านไร่ นอกเขตชลประทาน จำนวน 1.07 ล้านไร่ รวมทั้งในเขต/นอนเขตชลประทานเก็บเกี่ยวแล้ว 0.94 ล้านไร่ เหลืออีก 2.11 ล้านไร่ แบ่งเป็น ในเขตชลประทาน 1.16 ล้านไร่ นอกเขตชลประทาน 0.95 ล้านไร่ ซึ่งมีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังอาจได้รับความเสียหายจำนวน 4 แสนไร่ ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯ จะดูแลและระมัดระวังพื้นที่เสี่ยงเป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้กระทบกับระบบการบริหารจัดการน้ำในส่วนอื่นๆ

ด้านสถานการณ์น้ำ กรมชลประทานให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพน้ำในพื้นที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งยังคงรักษาค่าความเค็มได้ดี ยืนยันว่าสามารถบริหารจัดการน้ำให้มีน้ำใช้จนถึงเดอืน ก.ค. แน่นอน ส่วนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ที่มีกระแสข่าวการขาดแคลนน้ำจากกรณีเขื่อนอุบลรัตน์น้ำน้อย กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว สำหรับพื้นที่ภาคเหนือที่มีความกังวลว่าจะกระทบการเล่นน้ำสงกรานต์นั้น ในช่วงกลางเดือนมี.ค. นี้ จะมีการประชุมวางมาตรการบริหารจัดการน้ำ โดยคกก.บริหารจัดการน้ำ ณ กรมการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และกรณีการแย่งน้ำในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา อ.สองพี่น้อง สุพรรณบุรี ซึ่งอยู่ในบริเวณลุ่มน้ำแม่กลอง มีผลกระทบกับชาวไร่อ้อย 16,000 ไร่ แต่เนื่องด้วยระบบการส่งน้ำที่ต้องส่งให้เต็มคลองก่อนจึงจะสามารถปล่อยน้ำไปยังพื้นที่เป้าหมายได้ กรมชลประทานจึงให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการลดสันฝาย เพื่อให้สามารถส่งน้ำไปถึงพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที


ขณะที่การปฏิบัติการฝนหลวง ขณะนี้ได้ออกปฏิบัติการครอบคลุมทั่วทั้งประเทศแล้ว โดยมุ่งเน้นในเขตภาคอีสาน บริเวณเขื่อนอุบลรัตน์ และเขื่อนลำตะคอง ผลจากการปฏิบัติการเริ่มมีฝนตกบ้างแล้ว ประกอบกับได้รับรับอิทธิพลลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดความชุ่มชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทย ซึ่งเป็นข้อดีที่เอื้ออำนวยต่อการทำฝนหลวง รวมทั้งเน้นปฏิบัติการฝนหลวงในเขตภาคกลาง เน้นบริเวณเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นการบูรณาการร่วมกับกรมชลประทาน เพื่อสามารถบริหารจัดการน้ำในช่วงภัยแล้งให้เป็นไปตามแผนด้วย

นอกจากนี้ เรื่องการจัดการพื้นที่การเกษตรถือว่ามีความสำคัญ และสอดคล้องกับการใช้น้ำอย่างเหมาะสม ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ยังได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ทางการเกษตรการเกษตรทั่วประเทศ เป็นพื้นที่ปลูกพืชจำนวน 130 ล้านไร่ เป็นการเพาะปลูกที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ 67.3% ไม่เหมาะสม 32.6%โดยในพื้นที่เพาะปลูกไม่เหมาะสมมีจำนวน 42 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าว 27 ล้านไร่ ยาง 5.8 ล้านไร่ อ้อย 3.7 ล้านไร่ มันสำปะหลัง 2.2 ล้านไร่ ปาล์ม 1.8 ล้านไร่ และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1.4 ล้านไร่ ซึ่งได้มอบหมายให้นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับผิดชอบ และได้สั่งการให้บูรณาการแผนที่การเพาะปลูก แผนที่ดิน และแผนที่น้ำเข้าด้วยกัน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน เม.ย. นี้ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดนำไปขับเคลื่อนในพื้นที่ต่อไป จากนั้นกรมวิชาการเกษตรจะเข้าไปส่งเสริมความรู้ในการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ทำประมงอย่างเหมาะสม รวมทั้งกรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ และกรมประมง จะทำหน้าที่เข้ามาส่งเสริมเกษตรกร ทั้งนี้ในบางพื้นที่อาจจะต้องเปลี่ยนไปทำอุตสาหกรรม หรือการปรับเปลี่ยนการเกษตรด้านอื่นๆ ที่เหมาะสม จะแนะนำส่งเสริมโดยใช้ศูนย์การเรียนรู้ที่มีอยู่ 882 ศูนย์ทั่วประเทศ โดยการปรับเปลี่ยนดังกล่าว จะเป็นการสมัครใจของเกษตรกรเอง ไม่ใช่การบังคับ

รมว.เกษตรกล่าวอีกว่าในส่วนการผลักดัยเรื่องเกษตรแปลงใหญ่ประชารัฐขณะนี้ได้มีการเตรียมพร้อมในการทำเกษตรแปลงใหญ่แล้วทั้วหมดกว่า 268 แปลงทั่วประเทศซึ่งเป็นการส่งเสริมการปลูกข้าว142แปลงพืชไร่42แปลงส่วนที่เหลือเป็นไม้ผลและพืชผักโดยในส่วน268แปลงมีทีพื้นที่กว่า662,669ไร่มีเกษตรกรในพื้นที่ทั้งหมดกว่า29,169ครัวเรือนโดยในปี2559จะมีแปลงใหญ่นำร่องที่ผลิตพืชผลทางการเกษตรได้ทันที76แปลงหรือแปลงละ1จังหวัดโดยจะมีการบริหารแปลงในรูปแบบผู้จัดการซึ่งจะมีการวางแผนการตลาดที่ชัดเจนโดยจะทีการฝึกอยรมผู้จัดการที่จะเข้าไปบริหาร4รุ่นทั้งหมด 500 คน เพื่อเตรียมกับการดำเนินการเรื่องแปลงใหญ่ในวันที่11-12 มีนาคมนี้ก่อนจะมีการเปิดแปลงใหญ่อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคมนี้
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top