70โครงการจ่อฉลุย  อานิสงส์ไม่รอ‘EIA’  8เขื่อน-4โรงไฟฟ้า-36ทางหลวง

70โครงการจ่อฉลุย อานิสงส์ไม่รอ‘EIA’ 8เขื่อน-4โรงไฟฟ้า-36ทางหลวง

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag :

70โครงการจ่อฉลุย

อานิสงส์ไม่รอ‘EIA’

8เขื่อน-4โรงไฟฟ้า-36ทางหลวง

ทส.ตีปีกหนุน-ปัดยกเลิกขั้นตอน

เครือข่ายต้านขยายวง56องค์กร

ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เมื่อวันที่ 10 มีนาคมนายเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัด ทส. พร้อมด้วย นางระวิวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะโฆษก ทส. ร่วมแถลงข่าว อธิบายประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 9/2559 ให้แก้ไขมาตรา 47 พ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 เพื่อดำเนินโครงการเร่งด่วนโดยจัดหาบริษัทเอกชนผู้รับดำเนินการตามโครงการ โดยไม่ต้องรอให้ผลการพิจาณารายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) แล้วเสร็จ

นายเกษมสันต์ ยืนยันว่าขั้นตอนการทำ EIA/EHIA ในโครงการของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจยังต้องดำเนินการตามเดิม โดยต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและ ครม. ซึ่งคำสั่งตามมาตรา 44 จะทำให้กระบวนการทุกอย่างเดินไปคู่ขนานกันได้


ยกตัวอย่าง โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) ซึ่งเวลาในการพิจารณา EIA ถึง 8 ปี ทำให้งบประมาณเพิ่มขึ้นถึงกว่าหมื่นล้านบาท หรือสนามบินสุวรรณภูมิที่ตั้งโครงการไว้เมื่อปี 2520 ใช้งบประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท แต่ดำเนินการได้ในช่วงปี 2540 ซึ่งงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็น 2 หมื่นกว่าล้านบาท หากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างสามารถดำเนินการพร้อมกับการพิจารณา EIA จึงเป็นการลดต้นทุนในโครงการต่างๆ ได้จำนวนมาก ประกาศ คสช. ฉบับนี้จึงทำให้ขั้นตอนต่างๆ เดินหน้าได้พร้อมกันและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

“การออกประกาศของ คสช. ไม่เป็นผลทำให้EIAขาดเอกภาพ หรือส่งผลกดดันกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่นี้เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานรัฐ และรัฐวิสาหกิจในการดำเนินการตามกิจกรรม 5 ประเภท ตามประกาศ โดยเฉพาะการก่อสร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เป็นการลดขั้นตอนลงให้ดำเนินการได้เร็วขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ขอชมเชยรัฐบาลที่ปลดล็อกในเรื่องเส้นผมบังภูเขาให้กระบวนการทุกอย่างคู่ขนานกันไปด้วยกันได้ โดยยังมีความโปร่งใส ชัดเจน ทั้งจะ จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมและกระตุ้นการพัฒนาประเทศได้” นายเกษมสันต์ กล่าว

ด้าน นายสุพจน์ ในฐานะโฆษก ทส. กล่าวว่า กระบวนการพิจารณาEIAนั้นต้องใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 1 ปีกว่า จากนั้นจะต้องมาประมูลหาบริษัทดำเนินโครงการนั้นๆ อีก ซึ่งอาจใช้เวลา 1-2 ปี ทำให้ระยะเวลายืดเยื้อนานไป ซึ่งคำสั่ง คสช.จะทำให้ไม่เสียเวลาเพิ่มเติม เพราะทั้ง 2 อย่างนี้สามารถทำคู่ขนานกันไปได้ หากใครที่เป็นกังวลว่าจะเป็นการล็อกบริษัทไว้แล้วหรือไม่นั้น ตามคำสั่งที่ 9 ระบุไว้ว่า การจัดประมูลนั้นจะไม่มีการลงนามในสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นจนกว่าอีไอเอจะผ่าน จึงไม่เป็นการเอื้อให้แก่บริษัทใดๆ แน่นอน และถ้ารายงาน EIA ไม่ผ่านบริษัทที่เข้าร่วมประมูลนั้น ต้องยอมรับเงื่อนไขที่รัฐกำหนดไว้ และจะไม่มีการฟ้องร้องใดๆ กับรัฐเด็ดขาด

ขณะที่ นางระวิวรรณ กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ใช่การยกเลิกขั้นตอน หรือลัดขั้นตอนการพิจารณาEIAหรือEIHAอ แค่มีขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้างการประกวดราคาทำคู่ขนานไปเท่านั้น ส่วนการพิจารณารายงานของสผ.นั้น ยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบ ครบถ้วนทุกขั้นตอนเช่นเดิม จึงไม่ควรเป็นกังวลว่าคำสั่งนี้เป็นการเอื้อให้ทุกโครงการ เพราะในคำสั่งที่ 9 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจะดำเนินการในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อประโยชน์ในการดำเนินโครงการหรือกิจการใน 5 ด้าน ได้แก่ การคมนาคมขนส่ง การชลประทาน การป้องกันสาธารณภัย โรงพยาบาล และที่อยู่อาศัย ซึ่งโครงการอื่นๆ ที่ไม่อยู่ในกรอบคำสั่งนี้ก็ต้องดำเนินตามขั้นตอนตามปกติของพ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535

วันเดียวกัน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่าสำหรับประเด็น คสช.เปิดทางให้โครงการของรัฐบาลสามารถเปิดประกวดราคาได้โดยไม่ต้องรอผ่าน EIA/EHIA นั้น ถือว่าเป็นผลบวกกับโครงการที่ปัจจุบันยังติดอยู่ในการพิจารณาEIA ทำให้สามารถปลดล็อกในส่วนนี้ได้ และเริ่มเดินหน้ากระบวนการเปิดประกวดราคาจัดหาผู้รับเหมาได้ และหลังจากผ่านEIAแล้วก็จะนำเข้าสู่การลงนามสัญญาเพื่อเริ่มก่อสร้างได้

ทั้งนี้ในส่วนของโครงการภายใต้การดูแลของกระทรวงคมนาคม ปัจจุบันพบว่ามีโครงการรถไฟทางคู่หลายสายที่ยังรอพิจารณาEIA รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ส่วนต่อขยายเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ โครงการมอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี จากคำสั่ง ม.44 จะทำให้โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้เดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนเปิดประกวดราคาพร้อมๆ ไปกับรอEIAได้

มีรายงานว่า มีโครงการที่จะที่ได้รับประโยชน์จากคำสั่งนี้ 70 โครงการ อาทิโครงการด้านคมนาคม โดยเฉพาะระบบรางและการสร้างมอเตอร์เวย์ ทางหลวง 36 โครงการ ท่าอากาศยาน 2 แห่ง ท่าเทียบเรือ 2 โครงการก่อสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ 8 โครงการ โรงพยาบาลรัฐ 5 แห่ง และสิ่งก่อสร้างในทะเล 4โครงการ โรงไฟฟ้า 4 แห่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีองค์กรและเครือข่ายภาคประชาชนรวม 46 เครือข่าย ร่วมออกหนังสือคัดค้านคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 9/2559 แล้วนั้น ล่าสุด มีกลุ่มเครือข่ายร่วมคัดค้านเพิ่มอีก 10 เครือข่าย รวมเป็น 56 เครือข่าย อาทิ มูลนิธิพัฒนาอีสาน สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เครือข่ายวาระเปลี่ยนตะวันออก 8 จังหวัด เครือข่ายปฏิรูปการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประเทศไทย ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย สมาคมส่งเสริมการพัฒนาสตรีและเยาวชนลำปาง เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตงานตะนาวศรี ซึ่งรวมทั้งหมด 56 เครือข่าย

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top