ทวงคืนคลองสองร่อง-คลองน้อย นายทุนรุกป่าชายเลนทำคลังก๊าซ

ทวงคืนคลองสองร่อง-คลองน้อย นายทุนรุกป่าชายเลนทำคลังก๊าซ

วันเสาร์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559, 13.53 น.
Tag :

9 เม.ย.59 ติดตามข่าวทางโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ ว่าด้วยเรื่องการบุกค้นตรวจจับนายทุนที่บุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน และพื้นที่วนอุทยาน ที่ราชพัสดุ ของ กรมธนารักษ์ พร้อมยืดคืนเมื่อตรวจสอบแล้ว เป็นของทางราชการ แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบปล่อยปะละเลยให้จับจองเป็นที่ทำกิน บางรายสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าหน้าที่ ที่ดิน ออกเป็นเอกสารสิทธิ์ โดยชอบธรรม ทั้งๆที่เป็นพื้นที่ มีหน้าฉะโนดบ่งบอกว่า เป็นที่ของทางราชการ เหตุการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นพร้อมๆกัน หลายแห่ง หลายจังหวัด

จังหวัดสมุทรสงคราม ก็โดนด้วยเช่นกัน คือพื้นที่ทุ่งหิน ที่หน้าฉะโนดเป็นของจังหวัดสมุทรสงคราม มี อำเภออัมพวา รับผิดชอบ แต่มีเจ้าหน้าที่ดินจะของอำเภอบ้านแหลม หรือเพชรบุรี นำไปออกเอกสารสิทธิ์ ให้กับนายทุน ของจังหวัดเพชรบุรี เป็นเวลา ถึง 59 ปี ที่ที่ดินทุ่งหินจำนวน 2600 ไร่ 25 ตารางวา ไปอยู่ในความครอบครองของคนจังหวัดอื่น หากผู้ว่า ราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นางสาวจิตรา พรหมชุติมา ผู้ว่าราชการหญิงเหล็กคนนี้ ไม่เข้าไปพร้อมทหาร นำธงไปปลักลงพื้นที่ทุ่งหิน ไม่รู้ว่าชาติหน้าจะได้คืนพื้นที่ทุ่งหินคืนมาหรือไม่


เฉกเช่นเดียวกัน ในขณะที่ ทหาร ตามทวงผืนแผ่นดินคืนจากนายทุนทั้งประเทศไทย แต่ที่ คลองสองร่องกับคลองน้อย กำลังถูกนายทุน บุกรุกที่ป่าชายเลน เพื่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึก และสร้างคลังก๊าซ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชาติ ในด้านพลังงาน โดยที่กลุ่มนายทุน และ เจ้าหน้าที่ราชการบางหน่วยงาน ร่วมกัน จัดทำ

แผนเพื่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึก และคลังก๊าซ ตัดถนนเข้าท่าเรือ เพื่อขนส่งก๊าซ โดยไม่ได้ผ่านการจัดทำประชาคม รับฟังความคิดเห็นของคนเจ้าของพื้นที่

โดยเอากฎหมายอีกข้อหนึ่ง มาอ้างว่า การลงทุนใดๆที่เป็นโครงสร้าง เพื่อการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของรัฐ ไม่ต้องจัดทำประชาคม ถามความคิดเห็นของเจ้าของพื้นที่ เพราะการจัดทำประชาคมรับฟังความคิดเห็น ของคนในพื้นที่ อาจทำให้การดำเนินการก่อสร้างในงานนั้นๆ ล่าช้า ส่งผลให้เสียหายทางด้านเศรษฐกิจของรัฐ ในภาพรวมได้

สวนทางกับกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ร่างไว้ว่า โครงการใดก็ตาม ถ้าดำเนินการแล้ว มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้าน หรือประชาชนในพื้นที่ หรือกระทบเทือนสร้างความเสียหายกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ต้องจัดทำประชาคม รับฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่ ก่อนที่จะลงมือสร้างหรือดำเนินการได้ ตกลงประชาชนจะเชื่อและใช้กฎหมายฉบับไหนดี

จังหวัดสมุทรสงคราม มีป่าชายเลนที่ติดกับปากอ่าวแม่กลอง จำนวน 5 ตำบล คือตำบลบางแก้ว ตำบลบางจะเกร็ง ตำบลแหลมใหญ่ ตำบลคลองโคน และตำบลยี่สาร แต่ป่าชายเลนที่เป็นป่าชายเลนที่เป็นป่าชายเลน เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี จำนวน 3 ตำบล คือตำบลบางแก้ว ที่สวนสมเด็จพระราชินีนาถ ติดกับดอนหอยหลอด ป่าชายเลนที่ตำบลแหลมใหญ่ กับคลองโคน เป็นป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี มีหลักฐาน ป้ายประกาศชัดเจน ถ้าจะตรวจสอบก็

ควรไปขอข้อมูลที่ จากสำนักงานจังหวัดสมุทรสงคราม สำนักงานป่าไม้จังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล เจ้าของพื้นที่ ที่ต้องข้อมูลให้ตรวจสอบและสอบถาม

การที่นายทุนออกมาปฏิเสธ ว่าไม่ทราบไม่เข้าใจ เหมือนกับที่ ทางกฎหมาย ระบุไว้ว่า เกิดเป็นคนไทย จะอ้างไม่รู้กฎหมายเลยไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องรู้กฎหมายบ้างเป็นพื้นฐาน เช่นการกระทำผิด เช่นการไปหยิบทรัพย์สินของคนอื่น โดยไม่รับอนุญาต ถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษทั้งจำทั้งปรับ หรือการไปทำร้ายร่างกายของผู้อื่นๆ หากกระทำฝ่ายเดียว ถือว่าเป็นการทำร้ายร่างกายโดยโทษฝ่ายเดียว แต่ถ้ามีการต่อสู้กัน ถือว่าเป็นการทะเลาะวิวาท เป็นการป้องกันตัว ปรับขังทั้งสองฝ่าย

นายทุนที่ลงทุนสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกและคลังก๊าซ ที่คลองสองร่องและคลองน้อย จะชะลอยว่า ทำตามใบสั่งไม่ได้ อ้างไม่รู้กฎหมายก็ไม่ได้ และการรุกล้ำตัดป่าชายเลนก็ไม่ได้ การตอกเสาเข็ม และเสาเตาหม้อ ผ่ากลางทะเลนั้นก็ไม่ได้ การขุดล่องน้ำลึก เปลี่ยนทางเดินสายน้ำใหม่ ก็ไม่ได้อีก การลงมือก่อสร้างสิ่งมีผลกระทบกับความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ และเป็นการทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ดำเนินการไม่ได้อีก เหตุผลของนายทุน ฟังไม่ขึ้นอีกเช่นกัน

ตัวแทนกรมเจ้าท่า สมุทรสงคราม ออกมากล่าวว่า โครงการนี้ เป็นโครงการเร่งด่วน ไม่ต้องจัดทำประชาคม ก็ดำเนินการได้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลองตรวจสอบกฎหมายร่างนี้ให้ กระจ่างตาหน่อยได้ไหม การที่ตัวแทนกรมเจ้าท่าออกมาตอบโต้ คุณสุรจิต ชีรเวทย์ อดีต สว.สมุทรสงคราม และกรรมการสิทธิ์ฯ กล่าวถึงการดำเนินการก่อสร้าง ดำเนินหลังจากประกาศใช้ผังเมืองหรือไม่

ร้อนถึง ตัวแทนกรมโยธาและผังเมือง สมุทรสงคราม ต้องออกมารันวันเวลาที่ผังเมืองประกาศใช้ และมีผลบังคับใช้เป็นทางการเมื่อใด เมื่อเอา 2 หน่วยงานนี้ มาเปรียบเทียบกันเหมือน ดูหนังคนละม้วนกัน ทางด้านนายทุนก็ยืนยัน นั่งยันว่า การดำเนินการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึก คลังก๊าซ และการตัดถนน ทำการถูกต้องทุกอย่าง ผ่านขั้นตอนมาทุกขั้นตอน จากหน่วยเหนือ ?

พอคำว่าหน่วยเหนือออกมาเผยแพร่ เท่านั้น นายทหารพลตรีท่านหนึ่ง จากมณฑลทหารบกราชบุรี ที่มาดูแลพื้นที่สมุทรสงคราม ที่เคยประกาศชัดเจน ในการประชาคมครั้งแรก ในพื้นที่ตรงนี้ ว่า ให้ชะลอโครงการไว้ก่อน จนกว่าจะตรวจสอบว่า การดำเนินการผิดด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยขอมติที่ประชุมว่า เห็นควรชะลอโครงการไว้ก่อนหรือไม่ ชาวบ้านก็ยกมือเห็นด้วย ทั้งห้องประชุม

แต่คำประกาศิต ของนายทหารผู้นี้ ไม่ได้ผล เพราะเวลาผ่านมาอีกไม่ถึง 1 อาทิตย์ ก็มีการดำเนินการสร้างต่อ นายทหารผู้นี้ ชี้แจงว่า ตอนนั้นผมประกาศจริง และได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ตามขั้นตอนและระเบียบของทหารแต่ภายหลังก็มีนายทหารยศสูงท่านหนึ่ง ได้เดินทางมาที่โครงการดังกล่าว และมีคำสั่งให้นายทุนดำเนินการต่อ และตัวผมเองก็ถูกย้ายกลับไปที่มณฑลทหารบกราชบุรี อำนาจหน้าที่ของผมจึงหมดไปด้วย

ก็มีการเอ่ยชื่อไอ้โม่ง ในกรมทหารบก ของ คสช. ออกมา หลายคนอยากให้เปิดเผยชื่อและตำแหน่งนายทหารผู้นี้ แต่ยังกระทำมิได้ เพราะเป็นเพียงการอ้างถึง เอ่ยถึง ยังไม่มีการตรวจสอบว่า เรื่องจริง หรือการเอาตัวรอด ของคนบางคน จึงต้องปล่อยให้เป็นขบวนการตรวจสอบของทางราชการที่ เผยแพร่ออกมา หรือไม่ก็

ต้องปล่อยให้ขบวนการทางสังคมตรวจสอบออกมา ว่าใครอยู่เบื้องหลัง การบุกรุกทำลายป่าชายเลนที่คลองสองร่องและคลองน้อย

ที่ขึ้นต้นเอาไว้ว่า ติดตามสื่อ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อวิทยุโทรทัศน์ ทหารหลายหน่วยงาน กำลังไร้บี้ นายทุนที่ทำรีสอร์ท ในพื้นที่สาธารณะ เป็นหน้ากระดาน รวมทั้งพื้นที่ป่าชายเลนทั่วประเทศ ที่เป็นเขตอนุรักษ์ แต่ทำไม ที่จังหวัดสมุทรสงคราม ถึงได้มีการอนุโลมให้ นายทุนและผู้รับเหมาก่อสร้างบุกรุกทำลายป่าชายเลน 100 เปอร์เซ็นต์ ได้ ถ้าจะมีการออกเอกสารสิทธิ์ ก็ออกใน พ.ศ 2500 ที่มีการฮั้วกันกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน และนายทุน ออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ป่าชายเลนได้ บางแห่งเช่นทุ่งหิน มีเอกสารสิทธิ์ เป็นของจังหวัดสมุทรสงคราม ยังถูกนำไปออกเป็นเอกสารสิทธิ์ ซ้ำซ้อนได้ เชื่อเหลือเกินว่า เจ้าหน้าที่ที่ดิน และนายทุน ในขณะนั้น บางรายคงเสียชีวิตไปแล้ว เพราะมันเป็นเวลาล่วงมาถึง 58 ปี แล้วจะให้เหตการเช่นนั้นมันเกิดขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกหรือ ?

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top