วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
นราฯอ่วมควันพิษ
ไฟป่า’ลามหนักดับไม่อยู่
ผู้ว่าฯร้องขอเพิ่มฝนหลวง
พายุซัดอุดรฯหนักสุด40ปี
640ครัวกระอักเสียหายยับ
ความคืบหน้ากรณีการเกิดไฟป่าในพื้นที่หมู่ 7 ต.ปะลูรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ก่อนลุกลามเข้าพื้นที่ป่าลุ่มน้ำบางนราและหมู่บ้านอื่นๆ ใน อ.สุไหงโก-ลก ใกล้เขตป่าพรุสิรินธร หรือป่าพรุโต๊ะแดง ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม ซึ่งรวมเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ก็ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ไฟป่านราฯปะทุไม่หยุด โดยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงมีเปลวไฟลุกโชนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ บ้านบาโงสรายอ บ้านลูโบ๊ะซามา อ.สุไหงโกลก และ บ้านละหาน อ.สุไหงปาดี ซึ่งถือเป็นจุดวิกฤติหนัก แม้ในช่วงเวลากลางวัน เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ แต่พอถึงกลางคืน เปลวไฟความร้อนที่ครุกรุ่นอยู่ในชั้นใต้ดินของป่าพรุก็ได้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าทำการดับไฟในช่วงกลางคืนได้ เนื่องจากภูมิประเทศไม่เอื้ออำนวยรวมทั้งมีหมอกควันปกคลุมหนาแน่นเกินไป
ผู้ว่าฯร้องฝนหลวง-ทบ.ช่วย
อย่างไรก็ตาม นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ประสานไปยังกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อขอให้เพิ่มเที่ยวบินทำฝนหลวงในพื้นที่ หลังจากช่วงคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกลงมาตรงจุดเกิดไฟป่า แต่ปริมาณฝนไม่เพียงพอที่จะสร้างความชุ่มชื้นและสลายต้นเพลิงได้ นอกจากนี้ยังเตรียมขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพบกอีก 1 ลำ เพื่อสนับสนุนในการตักน้ำดับไฟป่าร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว
ชาวบ้านเริ่มอ่วมพิษหมอกควัน
ส่วนบรรยากาศในเวลากลางคืนในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงปาดี อ.ตากใบ อ.แว้ง เต็มไปด้วยหมอกควันจากไฟป่าปกคลุมหนาแน่น โดยชาวบ้านที่ใช้รถใช้ถนนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เป็นอย่างมาก ขณะที่ผู้ป่วยเกี่ยวกับทางเดินหายใจเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว
ในหลวงทรงช่วยเหยื่อพายุ
ส่วนความคืบหน้ากรณีการเกิดพายุฤดูร้อน ซึ่งทำให้ชาวบ้านหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร รองเลขาธิการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้อัญเชิญถุงยังชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ จำนวน 705 ถุง ไปมอบให้ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกพายุฤดูร้อนพัดบ้านพังเสียหายใน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย
อุดรฯเสียหายหนักสุดรอบ40ปี
ส่วนที่ จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดพายุพัดถล่มหลายพื้นที่ในจังหวัดตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 6 พฤษภาคม ทำให้ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่หลายจุด เช่น หน้าสถานีรถไฟอุดรธานี ล้มลงมาทับอาคารพาณิชย์ รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของประชาชนเสียหายจำนวนมาก ส่วนที่บริเวณรอบนอกตัวเมืองก็เกิดเหตุต้นไม้ใหญ่และเสาไฟฟ้าล้มอีกหลายแห่ง อาทิ ที่สนามบินนานาชาติอุดรธานี และบริเวณถนนรอบเมืองทางแยกไป จ.หนองคาย ซึ่งเกิดเสาไฟฟ้าแรงสูงล้มรวมประมาณ 10 ต้น ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก และถือว่าหนักหน่วงสุดในรอบ 40 ปี
7อำเภอ640ครัวเรือนอ่วมหนัก
ทั้งนี้ นายชยาวุทธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานความเสียหาย 7 อำเภอ มีประชาชนได้รับผลกระทบ 640 ครัวเรือนดังนี้คือ ในเขตเทศบาลนคร 200 ครัวเรือน เขตอำเภอเมือง 219 ครัวเรือน อ.หนองหาน 90 ครัวเรือน อ.ทุ่งฝน 75 ครัวเรือน อ.น้ำโสม 25 ครัวเรือน อ.หนองวัวซอ 23 ครัวเรือน อ.ไชยวาน 5 ครัวเรือน อ.กู่แก้ว 3 ครัวเรือน แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
“สตูล”กระอักภัยแล้งขาดน้ำใช้
ที่ จ.สตูล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการภัยแล้งที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลให้หลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำอุบโภคบริโภค โดยเฉพาะ ต.บ้านควน อ.เมือง ชาวบ้านกว่า 15,000 คน 2,600 ครัวเรือน ใน 7 หมู่บ้าน ต้องขาดแคลนน้ำอย่างหนัก หลังน้ำในลำคลองสายสำคัญและน้ำจากประปาหมู่บ้านไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเบื้องต้น นายกูดานัน หลังจิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านควน ได้นำน้ำไปใส่พาชนะขนาดใหญ่ไปตั้งในจุดต่างๆ 16 จุด เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี