วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ความคืบหน้าไฟไหม้ป่าในพื้นที่ จ.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมนั้น กินพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ได้ลุกลามเข้าพื้นที่เขตป่าสงวนลุ่มน้ำบางนราแปลงที่ 2 และขยายวงกว้างลุกลามเข้าไปในเขตป่าพรุสิริธร หรือป่าพรุโต๊ะแดง กินพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก และ อ.สุไหงปาดี เสียหายกว่า 2,500 ไร่ รวมทั้งกินพื้นที่ในเขตนิคมสหกรณ์บาเจาะ อ.บาเจาะ และ อ.ยี่งอ เสียหายกว่า 200 ไร่ นั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมต้นเพลิงที่คุกรุ่นอยู่ในชั้นใต้ดินให้อยู่ในวงจำกัดได้ โดยเฉพาะพื้นที่บ้านบาโงซรายอ หมู่ 1 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก
สั่งอพยพ50ครัวเรือนหนีไฟป่า
โดยนายเถกิงศักดิ์ ยกศิริ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พล.ต.เอกรัตน์ช้างแก้ว ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ(ผบ.ฉก.)นราธิวาส และ นายปรีชา นวลน้อยนายอำเภอสุไหงโก-ลก ประชุมปรับแผนการทำงานแบบวันต่อวัน โดยจุดไฟไหม้ป่าบ้านบาโงซรายอ มีลักษณะไฟไหม้ป่าแบบตัวแอล และมีต้นเพลิงอยู่ 2 จุดใหญ่ คือ ด้านทิศเหนือของหมู่บ้านและด้านทิศใต้ของมัสยิดบ้านบาโงซรายอ ที่มีบ้านเรือนประชาชนอยู่ประมาณ 50 ครัวเรือน อาศัยอยู่และต้นเพลิง ที่คุกรุ่นชั้นใต้ดินกำลังลุกลามห่างจากบ้านของประชาชนเพียง 50 เมตร เท่านั้น
ระดมรถดับเพลิงคุมวงจำกัด
เจ้าหน้าที่ได้ระดมรถดับเพลิงจากพื้นที่ อำเภอใกล้เคียงและถอนรถดับเพลิงจากจุดต่างๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้ป่าให้อยู่ในวงจำกัดเร่งฉีดน้ำดับไฟที่บริเวณด้านหลังมัสยิดบ้านบาโงซรา หมู่ 1 ต.ปาเสมัส เพื่อสกัดกั้นต้นเพลิง ไม่ให้ลุกลามสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในขณะนี้ดังกล่าว ซึ่งสรุปความเสียหายของผืนป่าที่ถูกไฟไหม้บริเวณบ้านบาโงซรายอ เพียงจุดเดียวรวมแล้วประมาณ 1,550 ไร่
ไฟป่ารอยต่อพัทลุง-เมืองคอนปะทุ
นอกจากนี้ สถานการณ์เกิดไฟไหม้ป่าในพื้นที่รอยต่อบนหัวป่าเขียว ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และ บ้านยวนนก ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ช่วงบ่ายเกิดไฟไหม้ปะทุขึ้นอีก 2 จุด ได้ระดมเจ้าหน้าที่เร่งสกัดไฟเต็มกำลังแต่ภาพรวมการดับไฟป่า ยังคงเป็นไปได้ยากเนื่องจากเจ้าหน้าที่มีน้อย และทำงานหลายวันติดต่อกันเกิดอาการล้า บวกกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ต้นไม้ต้นหญ้าผิวดินแห้งเกรียมจึงยังเสี่ยงต่อการลุกลามได้ง่ายในณะนี้
ประเมินสถานการณ์ไหม้เขาบรรทัด
วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลคลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุงนายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใน อ.กงหราทั้งหน่วยอุทยานแห่งชาติเขาปู่ เขาย่าเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าและแกนนำชาวบ้านในพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์และเร่งแก้ปัญหาไฟไหม้ป่าบริเวณกลางหุบวังโป๊ะ ในเขตเทือกเขาบรรทัด ที่ชาวบ้านเรียกว่าเขาจีนเป็นเขาหินในพื้นที่รอยต่อระหว่าง ต.คลองทรายขาว และต.ชะรัด อ.กงหรา จ.พัทลุง
ผลาญจนหมดสถานการณ์ดีขึ้น
นายเขมชาติ ช่วยเมือง หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่า จ.พัทลุง สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้รายงานว่าไฟได้ลุกไหม้เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ในพื้นที่ป่าไผ่ เป็นเชื้อไฟให้ลุกลามเร็ว ล่าสุด แนวโน้มเริ่มคลี่คลายเนื่องจากต้นไผ่ถูกไฟไหม้หมดแล้วประกอบกับจุดเกิดเหตุเป็นหุบเหวและผาหิน แม้เจ้าหน้าที่ จะไม่สามารถเข้าถึงขณะเกิดเหตุ แต่สภาพพื้นที่ ทำให้ระดับความรุนแรงของไฟลดลงเองโดยธรรมชาติ จากนี้ไปเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และชาวบ้านจะช่วยกันเดินเท้าเข้าจุดเกิดเหตุ เพื่อเข้าดับไฟให้สนิทป้องกันปะทุซ้ำ
ผู้ว่าฯคาดเป็นฝีมือของมนุษย์
ด้านนายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าฯพัทลุงกล่าวว่าจากการตรวจสอบ เบื้องต้นคาดว่าไฟที่ไหม้ครั้งนี้จะเกิดจากฝีมือมนุษย์จึงฝากให้ผู้นำท้องถิ่นเร่งประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือชาวบ้านที่มีอาชีพหาของป่า ไม่ให้นำเชื่อเพลิง หรือจุดไฟในบริเวณป่าช่วงหน้าแล้งอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ โดยเฉพาะป่าในเขตอุทยานและเขตอนุรักษ์ ที่ยังคงมีความสมบูรณ์ พร้อมระยะยาวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันการลุกลามขยายวงกว้างหากเกิดสถานการณ์ไฟไหม้ป่าขึ้น
พายุฤดูร้อนถล่มอุดรฯพินาศ
สำหรับสถานการณ์พายุฤดร้อนพัดถล่มภาคอีสานต่อเนื่อง เมื่อคืนวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ จ.อุดรธานี ถูกพายุฝนพัดถล่มอย่างหนักซ้ำรอบ 2 ได้สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชนกระจายไปในหลายอำเภอไล่ ตั้งแต่ อ.เพ็ญอ.บ้านดุง อ.หนองหาน อ.ไชยวาน อ.ศรีธาตุ อ.ประจักษ์ศิลปาคมอ.กุมภวาปีและตัวอำเภอเมือง ทำให้กระแสไฟฟ้าดับและลัดวงจร รวมทั้งได้เกิดเพลิงไหม้บ้านเรือนวอดไป 2 หลัง
โดยเฉพาะ อ.หนองหาน ไฟฟ้าดับและมีบ้านเรือนประชาชนถูกพายุพังจำนวนมากล่าสุดเมื่อเช้า เกิดพายุพัดถล่มอีก ทำให้ต้นไม้หักโค่นล้มทับรถยนต์ รวมทั้งจากสภาพพายุฝน ทำให้อากาศเลวร้ายทำให้สายการบินบางเที่ยวต้องไปลงที่ขอนแก่นและบางเที่ยวต้องบินกลับกรุงเทพฯ หรือต้องขอลงจอดที่ จ.ขอนแก่นเป็นการชั่วคราว
หนองคาย-อุบลฯพังหลายสิบหลัง
ขณะที่ จ.หนองคาย พายุพัดถล่ม อ.ท่าบ่อ และ อ.สระใคร มีบ้านเรือนถูกพายุพังเสียหาย 192 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องและทหารได้เร่งสำรวจ และให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ส่วน จ.อุบลราชธานี เกิดพายุถล่มที่ อ.สำโรง พังเสียหาย 3 หมู่บ้านกว่า10 หลังคาเรือน โดยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จ.อุบลราชธานี เกิดพายุฤดูพัดถล่มบ้านเรือนในพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อ.บุณฑริก และนาตาล มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายรวมกันกว่า 70 หลังคาเรือน และที่ อ.สำโรง เป็นการเกิดพายุถล่มครั้งที่ 3 ในเดือนนี้
รัตนบุรียังเจอแล้งหนัก
สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งที่บ้านผือ ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรีจ.สุรินทร์ พบว่าที่อ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว ซึ่งมีความจุน้ำได้ถึงปริมาณ 4,918.720 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีพื้นที่ให้บริการชลประทานทำการเกษตร ทั้งสิ้นประมาณ 5,000 ไร่ ชาวบ้านได้ประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ในด้านเกษตรกรรม การทำมาหากิน แห้งลงเร็วกว่าปกติมาก หวั่นเกรงจะไม่มีน้ำไว้ใช้จนถึงสิ้นเดือนนี้
นางอัมพร แก้วเขียว อายุ 67 ปีบ้านเลขที่ 83 ม.5 บ้านผือ ต.รัตนบุรี นั่งรำพึง รำพัน ถึงวิกฤติน้ำห้วยแก้ว ตั้งแต่เกิดมา พึ่งเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ทุกเย็นตนและเพื่อนบ้าน พร้อมลูกหลานจะมานั่งดูน้ำในอ่างห้วยแก้ว ซึ่งพบว่าน้ำได้ลดระดับลงทุกวัน ทุกคนต่างรู้สึกวิตกกังวลและมีความเป็นห่วงว่า หากน้ำลดลงมาก ๆ แล้ว คนในชุมชนจะอยู่กันได้อย่างไร
โรงเรียนสุพรรณบุรี ขาดน้ำให้นักเรียนใช้
ร.ร.สุพรรณขาดแคลนน้ำใช้
ที่จ.สุพรรณบุรี นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย นายอนันนต์ นาคนิยม นายอำเภอบางปลาม้า นำรถบรรทุกน้ำไปจำนวน 50,000 ลิตร ไปมอบให้กับโรงเรียนวัดวังน้ำเย็น ต.วังน้ำเย็น อ.บางปลาม้า ตามที่โรงเรียนร้องขอเนื่องจากทางโรงเรียนไม่มีน้ำในการใช้อุปโภค และบริโภค
ด้านนายวิวัศน์ พรทิพยพา ผอ.โรงเรียนวัดวังน้ำเย็น กล่าวว่าขณะนี้ทางโรงเรียนขาดน้ำในการอุปโภคและบริภาค แม้แต่น้ำที่จะใช้ในห้องน้ำก็ไม่มีให้ครูและนักเรียนใช้ เนื่องจากประปาหมู่ เป็นประปาผิวดิน จากสภาภัยแล้งจึงไม่สามารถผลิตน้ำประปาได้ ทำให้ทางโรงเรียนรวมทั้งชาวบ้านเดือดร้อนมาก จึงได้ประสาน อบจ.เพื่อขอน้ำมามาใช้ในการอุปโภคและบริโภคดังกล่าว
สวนกล้วยชัยนาทห้งตายหมื่นต้น
ขณะที่สถานการณ์ภัยแล้งใน จ.ชัยนาทยังคง ทวีความรุนแรง และขยายวงกว้าง โดยที่ ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท สวนกล้วยน้ำว้าของชาวบ้าน กำลังแห้งตายจากภาวะขาดน้ำ จำนวนกว่า10,000ต้น โดยที่สวนกล้วยน้ำว้าของชาญ เกร็ดตะเภา ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท และสวนกล้วยใกล้เคียงอีกจำนวนกว่า10แห่งกำลังประสบภัยแล้งอย่างหนักเนื่องจากในพื้นที่ไม่มีฝนตกลงมากมากว่า 6 เดือนแล้วสร้างความเสียหายให้กับเจ้าของสวนมูลค่าหลายแสนบาท
8-20 พ.ค.ไทยจะเข้าสู่ฤดูฝน
นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 18-20 พ.ค. 59 หรือปลายสัปดาห์หน้า ประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน เนื่องจากจะมีพายุไซโคลนเกิดขึ้นในมหาสมุทรอินเดีย โดยลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นลมที่บอกถึงการเข้าสู่ฤดูฝน จะขึ้นฝั่งที่ภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน ทำให้มีฝนตกกระจายไปทั่วทุกภาคของประเทศ ซึ่งเริ่มจากภาคใต้ฝั่งตะวันตก (ฝั่งทะเลอันดามัน) มายังภาคกลาง ภาคตะวันออก ถัดมาจนถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ทั้งนี้บริเวณภาคใต้และภาคตะวันออกจะได้รับผลกระทบหนัก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี